ถ้ากำลังสงสัยว่า ทาวน์เฮ้าส์เสียงดังไหม อย่าเพิ่งตัดสินจากคำว่า “ผนังติดกัน” เพียงอย่างเดียว เพราะเสียงที่ได้ยินภายในบ้านอาจมาจากหลายทาง ทั้งผนัง ประตู หน้าต่าง หลังบ้าน ถนน หรือพื้นที่ส่วนกลาง สิ่งที่ควรเช็คก่อนซื้อคือ เสียงมาจากไหน เข้ามาในบ้านทางใด กระทบห้องที่เราใช้งานจริงหรือไม่ และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตรงกับชีวิตประจำวันของเรามากน้อยแค่ไหน
การไปดูบ้านเพียงครั้งเดียวอาจยังบอกไม่ได้ว่าบ้านหลังนั้นมีปัญหาเรื่องเสียงหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อบ้านข้างเคียงยังว่าง หรือเราเข้าไปดูในช่วงที่คนส่วนใหญ่ไม่อยู่บ้าน หากเป็นบ้านที่สนใจจริง ควรใช้เวลาฟังเสียงในห้องสำคัญ ลองเปรียบเทียบตอนเปิดและปิดประตูกับหน้าต่าง และถ้าเป็นไปได้ควรกลับไปดูในช่วงเวลาอื่นด้วย เพื่อให้เห็นสภาพที่ใกล้เคียงกับการอยู่อาศัยจริงมากที่สุด
หากต้องการตรวจเรื่องอื่นนอกเหนือจากเสียง ควรใช้แนวทาง ดูบ้านก่อนซื้อ ต้องเช็คอะไรบ้าง ประกอบ เพื่อไล่ดูสภาพตัวบ้าน ระบบใช้งาน ทำเล และสภาพแวดล้อมให้ครบก่อนตัดสินใจ
ทาวน์เฮ้าส์เสียงดังไหม ต้องดูมากกว่าคำว่า “ผนังติดกัน”
การเป็นทาวน์เฮ้าส์หรือทาวน์โฮมไม่ได้หมายความว่าจะต้องได้ยินเสียงจากบ้านข้างเคียงมากเสมอไป เพราะระดับเสียงที่ได้ยินจริงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ตำแหน่งห้อง ประตู หน้าต่าง ลักษณะตัวบ้าน กิจกรรมของบ้านรอบข้าง รวมถึงสภาพแวดล้อมภายนอก
สิ่งสำคัญคือควรแยกให้ออกก่อนว่า เสียงที่เราได้ยินมาจากผนังด้านที่ติดบ้านข้างเคียงจริง หรือเข้ามาจากทางอื่น เพราะการได้ยินเสียงภายในบ้านไม่ได้หมายความว่าผนังเป็นต้นเหตุเสมอไป
ตัวอย่างเช่น หากอยู่ในห้องนอนแล้วได้ยินเสียงรถหรือเสียงคนพูด เสียงนั้นอาจเข้ามาทางหน้าต่าง ประตู หรือบริเวณหลังบ้าน แล้วสะท้อนเข้ามาภายในจนทำให้รู้สึกเหมือนเสียงมาจากด้านข้างของบ้าน
ก่อนตัดสินใจ ลองตอบคำถามง่าย ๆ 3 ข้อนี้ให้ได้ก่อน
- เสียงมาจากบริเวณไหน
- เสียงเข้ามาถึงห้องทางใด
- เสียงนั้นเกิดในช่วงเวลาที่ตรงกับการใช้ชีวิตของเราหรือไม่
คำตอบเหล่านี้ช่วยให้ประเมินสภาพบ้านได้ดีกว่าการถามเพียงว่า “ผนังทาวน์เฮ้าส์หนาหรือบาง”
ทาวน์เฮ้าส์เสียงดังไหม ควรแยกต้นทางเสียงอย่างไร
วิธีง่ายที่สุดคือแยกแหล่งกำเนิดเสียงตามตำแหน่งรอบบ้าน ขณะเดินดูบ้านควรหยุดฟังเป็นจุด ๆ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือวัดระดับเสียง
ลองแบ่งบริเวณรอบบ้านออกเป็นส่วนต่าง ๆ เช่น
- บ้านด้านซ้าย
- บ้านด้านขวา
- หน้าบ้าน
- หลังบ้าน
- ถนน
- พื้นที่ส่วนกลาง
- เสียงที่เกิดขึ้นภายในบ้านเอง
เมื่อได้ยินเสียง ให้ลองสังเกตว่าเป็นเสียงอะไร ได้ยินชัดจากห้องไหน เกิดขึ้นในช่วงเวลาใด และน่าจะมาจากทิศทางไหน
ตัวอย่างเช่น หากได้ยินเสียงรถชัดในห้องนั่งเล่นด้านหน้า แต่เมื่อขึ้นไปในห้องนอนชั้นบนแล้วเสียงเบาลงมาก กรณีนี้ย่อมแตกต่างจากการได้ยินเสียงชัดที่สุดบริเวณผนังด้านที่ติดกับบ้านข้างเคียง
จุดประสงค์ไม่ได้อยู่ที่การหาว่าใครเป็นต้นเหตุของเสียง แต่ต้องการรู้ให้ได้ก่อนว่าเสียงน่าจะมาจากทางไหน เพื่อไม่ให้รีบสรุปว่าเสียงทุกอย่างเกิดจากผนังที่ติดกัน
ดูว่าห้องสำคัญอยู่ติดกับพื้นที่อะไร
เมื่อพอรู้ทิศทางของเสียงแล้ว ขั้นต่อไปคือดูว่าห้องที่เราใช้งานบ่อยอยู่ด้านไหนของบ้าน และบริเวณนั้นติดกับบ้านข้างเคียงหรือพื้นที่ภายนอกอย่างไร
ลองเดินดูทีละจุด เช่น
- ห้องนอนอยู่ด้านที่ติดบ้านข้างเคียงหรือไม่
- ห้องนั่งเล่นอยู่ใกล้ผนังด้านใด
- ครัวอยู่ใกล้บริเวณหลังบ้านหรือไม่
- บันไดอยู่ชิดด้านที่ติดบ้านข้างเคียงหรือไม่
เราไม่จำเป็นต้องรู้แปลนของบ้านข้างเคียงทั้งหมด หากเป็นบ้านแบบเดียวกัน อาจดูจากแบบบ้าน บ้านตัวอย่าง หรือตำแหน่งประตูและหน้าต่างที่มองเห็นได้ แล้วนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ประกอบกับสิ่งที่สอบถามจากเจ้าของเดิมหรือโครงการ
เป้าหมายของการดูตำแหน่งห้องคือหาว่า บริเวณไหนควรใช้เวลาฟังเสียงมากเป็นพิเศษ ไม่ใช่เดินดูเพียงครั้งเดียวแล้วสรุปคุณภาพของผนังหรือโครงสร้างบ้าน
ห้องนอนคือจุดที่ควรฟังให้นานกว่าห้องอื่น
ห้องนอนเป็นพื้นที่ที่ควรให้ความสำคัญมาก เพราะเป็นบริเวณที่คนส่วนใหญ่ต้องการความเงียบติดต่อกันหลายชั่วโมง โดยเฉพาะในช่วงพักผ่อน
ควรเช็คว่า
- ห้องนอนด้านใดอยู่ติดกับบ้านข้างเคียง
- หัวเตียงอยู่ใกล้ผนังด้านใด
- มีหน้าต่างอยู่ใกล้บ้านข้างเคียงหรือไม่
- ห้องอยู่ใกล้ถนน หน้าบ้าน หลังบ้าน หรือทางเดินภายนอกหรือไม่
การที่หัวเตียงอยู่ใกล้ผนังด้านที่ติดบ้านอื่นไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีปัญหาเรื่องเสียง แต่บริเวณนั้นควรเป็นจุดหนึ่งที่ใช้เวลาหยุดฟังมากกว่าการเดินผ่านเพียงไม่กี่วินาที
ส่วนห้องน้ำ ครัว และบันไดอาจมีลักษณะเสียงแตกต่างจากห้องนอน เพราะแต่ละพื้นที่มีการใช้งานไม่เหมือนกัน เช่น การเปิดปิดประตู การเดินขึ้นลงบันได หรือการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้าน ดังนั้นเมื่อได้ยินเสียง จึงไม่ควรรีบสรุปทันทีว่าเสียงนั้นต้องมาจากส่วนใดส่วนหนึ่งของบ้าน
ทดลองแยกว่าเสียงเข้าทางผนังหรือช่องเปิด
เมื่อได้ยินเสียง ไม่ควรรีบสรุปว่ามาจากผนัง ควรลองสังเกตก่อนว่าเสียงอาจเข้ามาทางประตู หน้าต่าง หรือบริเวณอื่นของบ้านหรือไม่
สามารถทดลองได้ตามลำดับนี้
- ยืนในจุดที่ได้ยินเสียงชัดที่สุด
- สังเกตว่าจุดนั้นอยู่ใกล้ผนัง ประตู หรือหน้าต่าง
- ปิดประตูและหน้าต่างแล้วลองฟังอีกครั้ง
- หากสะดวก ลองเปิดแล้วเปรียบเทียบความแตกต่าง
- ย้ายไปอีกห้องแล้วดูว่าเสียงดังขึ้นหรือเบาลง
- สังเกตว่าเสียงเกิดเป็นช่วง ๆ หรือได้ยินต่อเนื่อง
- ลองแยกว่าเสียงมาจากภายในบ้านหรือจากภายนอก
ควรทดลองฟังอย่างน้อยในห้องนอน ห้องนั่งเล่น บันได ครัว และบริเวณหลังบ้าน เพราะแต่ละจุดอาจรับเสียงมาจากคนละทิศทาง
ถ้าปิดหน้าต่างแล้วเสียงลดลงอย่างเห็นได้ชัด ก็เป็นข้อมูลหนึ่งที่ช่วยบอกว่าเสียงอาจเข้ามาทางหน้าต่างหรือบริเวณใกล้เคียง แต่ยังไม่ควรใช้ผลจากการทดลองเพียงครั้งเดียวตัดสินว่าการกันเสียงของบ้านดีหรือไม่ดี
ไม่ควรเคาะผนังแล้วสรุปว่า “เสียงกลวง = ผนังบาง” และไม่ควรคิดว่าผนังชนิดใดชนิดหนึ่งจะกันเสียงได้ทั้งหมด หากต้องการรู้ว่าผนังสร้างด้วยวัสดุอะไร ควรดูจากแบบบ้าน รายละเอียดวัสดุ หรือข้อมูลที่ตรวจสอบได้
หากนอกจากเสียงแล้วยังรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนหรือแรงกระแทกผิดปกติ ควรแยกเรื่องนี้ออกจากการตรวจเสียง หากกังวลว่าอาจเกี่ยวข้องกับตัวอาคารหรือโครงสร้าง ควรให้ผู้ที่มีความรู้ช่วยตรวจเพิ่มเติม แทนการเดาจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว
ทาวน์เฮ้าส์เสียงดังไหม ควรไปดูมากกว่าหนึ่งช่วงเวลาหรือไม่
บ้านที่ดูเงียบในช่วงกลางวันอาจไม่ได้มีสภาพเหมือนกันในช่วงเย็นหรือวันหยุด เพราะจำนวนคนที่อยู่บ้านและกิจกรรมรอบพื้นที่เปลี่ยนไปตามเวลา
หากบ้านหลังนั้นเป็นตัวเลือกจริง ควรลองกลับไปฟังเสียงมากกว่าหนึ่งช่วงเวลาตามความเหมาะสมและการนัดหมาย เพื่อดูว่าสภาพที่พบในครั้งแรกเป็นสภาพที่เกิดขึ้นเป็นประจำ หรือเป็นเพียงช่วงเวลาที่เงียบกว่าปกติ
| ช่วงเวลา | ควรสังเกตอะไร | สิ่งที่ควรจด |
|---|---|---|
| กลางวัน | บ้านรอบข้างมีคนอยู่มากน้อยแค่ไหน | เสียงที่ได้ยินและห้องที่ได้ยิน |
| ช่วงเย็น | กิจกรรมรอบบ้านเพิ่มขึ้นหรือไม่ | ต้นทางเสียงและผลต่อการใช้งาน |
| วันหยุด | สภาพต่างจากวันทำงานหรือไม่ | เสียงที่เกิดซ้ำหรือเกิดเฉพาะครั้ง |
ระดับการรบกวนไม่มีค่าตายตัวสำหรับทุกคน เพราะแต่ละครอบครัวมีความไวต่อเสียงและรูปแบบการใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน เสียงที่ครอบครัวหนึ่งรับได้ อาจรบกวนอีกครอบครัวหนึ่งมากกว่าก็ได้
การกลับไปดูบ้านช่วงเย็นในบทนี้มีจุดประสงค์เพื่อฟังสภาพเสียงโดยเฉพาะ หากต้องการตรวจเรื่องแสงสว่าง ความปลอดภัย หรือสภาพถนนในเวลากลางคืน ควรแยกตรวจเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพื่อไม่ให้หลายประเด็นปะปนกันจนตัดสินใจยาก
ถ้าต้องการประเมินมากกว่าเรื่องเสียง เช่น ไฟถนน ความปลอดภัย และบรรยากาศหลังเลิกงาน สามารถใช้แนวทาง ดูบ้านก่อนซื้อ ตอนกลางคืน ประกอบการกลับไปดูบ้านรอบสองได้
ถ้าบ้านข้างเคียงยังว่าง ข้อมูลเรื่องเสียงยังไม่ครบ
หากวันที่ไปดูบ้าน บ้านด้านข้างยังไม่มีคนเข้าอยู่ ไม่ควรใช้ความเงียบในวันนั้นสรุปว่าบ้านหลังนี้จะเงียบเมื่อเข้าอยู่จริง
โดยเฉพาะโครงการใหม่หรือบริเวณที่ยังมีบ้านว่างหลายหลัง ความเงียบในวันที่ไปชมอาจยังไม่สะท้อนสภาพหลังจากมีคนย้ายเข้ามาอยู่มากขึ้น อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตจะต้องเสียงดัง เพียงแต่ข้อมูลที่มีในตอนนั้นยังไม่มากพอที่จะสรุป
ควรเช็คเพิ่มเติมว่า
- บ้านด้านซ้ายและขวามีคนเข้าอยู่แล้วหรือยัง
- บริเวณนั้นมีคนพักอาศัยมากน้อยเพียงใด
- บ้านที่กำลังดูเป็นบ้านใหม่หรือบ้านมือสอง
- วันที่ไปดูเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่อยู่บ้านหรือไม่
บ้านมือสองอาจทำให้เห็นสภาพการอยู่อาศัยของบริเวณนั้นได้ชัดกว่าบ้านใหม่ที่ยังมีคนเข้าอยู่ไม่มาก แต่ประเด็นนี้ควรใช้เพื่อดูว่าเรามีข้อมูลเรื่องเสียงเพียงพอหรือยัง ไม่ควรนำไปสรุปว่าบ้านใหม่หรือบ้านมือสองเงียบกว่ากัน
ตำแหน่งหลังกลาง หลังริม หรือหลังมุม มีผลกับการเช็คเสียงอย่างไร
สำหรับเรื่องเสียง ตำแหน่งของบ้านมีผลตรงที่จำนวนด้านซึ่งติดหรืออยู่ใกล้บ้านอื่นอาจไม่เท่ากัน ทำให้จำนวนจุดที่ควรหยุดฟังแตกต่างกันไปด้วย
ประเด็นนี้ไม่ควรนำไปสรุปว่าหลังกลาง หลังริม หรือหลังมุมแบบใดดีกว่า เพราะยังมีเรื่องอื่นที่ต้องพิจารณาอีก เช่น พื้นที่ข้างบ้าน แดด ลม การดูแล และราคา ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการเช็คเสียง
ดังนั้นในวันที่ไปดูบ้าน ให้สนใจเพียงว่าบ้านหลังนั้นมีด้านใดติดกับบ้านอื่น และห้องที่ต้องการความเงียบอยู่ใกล้ด้านเหล่านั้นหรือไม่
ข้อมูลเรื่องเสียงจากแหล่งไหนควรให้น้ำหนักมากกว่า
ข้อมูลเรื่องเสียงจากแต่ละแหล่งมีความน่าเชื่อถือไม่เท่ากัน สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุดคือข้อมูลที่เราสามารถตรวจจากบ้านจริงได้ด้วยตัวเอง
หากเรียงลำดับข้อมูลที่ควรใช้ประกอบการตัดสินใจ สามารถเรียงได้ดังนี้
- ฟังเสียงจากบ้านจริงในช่วงเวลาที่ใกล้กับชีวิตประจำวันของเรา
- กลับไปดูมากกว่าหนึ่งช่วงเวลา
- ดูตำแหน่งห้อง ผนัง ประตู และหน้าต่าง
- ดูแบบบ้านหรือข้อมูลวัสดุที่มีหลักฐานรองรับ
- สอบถามเจ้าของเดิมหรือโครงการ
- ใช้รีวิวออนไลน์เป็นข้อมูลประกอบ เพื่อดูว่ามีจุดไหนควรกลับไปตรวจ
ถามเจ้าของเดิมหรือโครงการอย่างไร
สำหรับบ้านมือสอง การถามเพียงว่า “บ้านนี้เสียงดังไหม” อาจไม่ได้ข้อมูลที่ชัดเจนนัก เพราะแต่ละคนมีความรู้สึกต่อเสียงไม่เท่ากัน
คำถามที่ช่วยให้ได้ข้อมูลที่นำไปใช้ต่อได้มากกว่า เช่น
- ช่วงเวลาไหนมักได้ยินเสียงจากภายนอกชัด
- ห้องไหนได้ยินเสียงมากกว่าห้องอื่น
- เสียงที่เคยได้ยินมักมาจากด้านไหน
- เคยปรับปรุงส่วนใดของบ้านเพื่อลดเสียงหรือไม่
- มีช่วงเวลาไหนที่เหมาะกับการกลับมาดูสภาพจริงอีกครั้ง
สำหรับบ้านใหม่ อาจสอบถามเรื่องแบบบ้าน รายละเอียดผนัง วัสดุที่ใช้ หรือสถานะการเข้าอยู่ของบ้านรอบข้าง เท่าที่โครงการสามารถให้ข้อมูลได้
ข้อมูลจากเจ้าของเดิมหรือโครงการควรใช้ประกอบกับสิ่งที่เราเห็นและได้ยินจากบ้านจริง ไม่ควรใช้คำตอบเหล่านั้นแทนการตรวจด้วยตัวเองทั้งหมด
รีวิวออนไลน์ใช้เป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่ข้อสรุป
รีวิวหรือกระทู้เกี่ยวกับโครงการอาจช่วยบอกได้ว่ามีเรื่องอะไรที่ควรสังเกตเพิ่มเติม แต่ไม่ควรนำคำว่า “โครงการนี้เสียงดัง” มาใช้สรุปว่าบ้านทุกหลังในโครงการจะมีปัญหาเหมือนกัน
บ้านแต่ละหลังอาจอยู่คนละตำแหน่ง คนละช่วงของโครงการ มีประตูและหน้าต่างต่างกัน และมีลักษณะการอยู่อาศัยของบ้านรอบข้างไม่เหมือนกัน
ถ้าเจอรีวิวที่พูดถึงเสียงบางประเภท วิธีที่เหมาะกว่าคือจดเรื่องนั้นไว้เป็นจุดที่ต้องเช็ค แล้วกลับไปฟังจากบ้านหลังที่กำลังสนใจจริง
ทาวน์เฮ้าส์เสียงดังไหม ต้องเทียบกับวิถีชีวิตอย่างไร
สิ่งที่ต้องพิจารณาอีกอย่างคือ เสียงที่ได้ยินเหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในบ้านหรือไม่ เพราะแต่ละครอบครัวต้องการความเงียบในช่วงเวลาและพื้นที่ไม่เหมือนกัน
ตัวอย่างเช่น
| รูปแบบการใช้ชีวิต | พื้นที่ที่ควรให้ความสำคัญ | ควรทดลองอะไร |
|---|---|---|
| ทำงานจากบ้าน | ห้องทำงาน | ฟังช่วงเวลาที่ต้องทำงานจริง |
| มีเด็กเล็ก | ห้องนอน | ฟังช่วงเวลาที่เด็กนอน |
| มีผู้สูงอายุ | ห้องพักผ่อน | ฟังช่วงเวลาที่ต้องการความเงียบ |
| ทำงานเป็นกะ | ห้องนอน | กลับไปฟังช่วงกลางวัน |
ก่อนตัดสินใจ ลองถามตัวเองว่า
- สมาชิกในบ้านใช้ห้องไหนมากที่สุด
- ช่วงเวลาไหนต้องการความเงียบมากที่สุด
- แหล่งเสียงที่พบอยู่ใกล้พื้นที่นั้นหรือไม่
- ระดับเสียงที่ได้ยินอยู่ในช่วงที่ครอบครัวรับได้หรือไม่
บ้านหลังเดียวกันจึงอาจเหมาะกับครอบครัวหนึ่ง แต่ไม่เหมาะกับอีกครอบครัวหนึ่ง โดยไม่ได้หมายความว่าบ้านหลังนั้นดีหรือไม่ดีในภาพรวม
ถ้าได้ยินเสียงก่อนซื้อ ควรตัดสินใจอย่างไร
หากตรวจแล้วพบว่ามีเสียงที่กังวล อย่าเพิ่งคิดไปถึงการทำผนังกันเสียงหรือการปรับปรุงบ้านทันที ควรหาต้นทางของเสียงให้ได้ก่อนว่าเสียงมาจากไหน และกระทบพื้นที่ใดของบ้าน
สามารถแบ่งแนวทางการตัดสินใจออกเป็น 3 แบบ
รับได้
ได้ยินเสียงบางอย่าง แต่เมื่อลองฟังในห้องและช่วงเวลาที่ใช้งานจริงแล้ว ระดับเสียงนั้นยังอยู่ในช่วงที่คนในบ้านรับได้ และสิ่งที่พบจากการตรวจหลายจุดสอดคล้องกัน
ต้องตรวจเพิ่ม
ยังไม่แน่ใจว่าเสียงมาจากไหน บ้านข้างเคียงยังว่าง ไปดูเพียงช่วงเวลาเดียว หรือข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอให้ตัดสินใจ
กรณีนี้ควรกลับไปดูใหม่ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือหากเรื่องเสียงมีผลต่อการตัดสินใจมาก อาจขอให้ผู้ที่มีความรู้ช่วยประเมินก่อนวางมัดจำ
กลับมาทบทวน
เสียงที่พบกระทบห้องสำคัญ เช่น ห้องนอนหรือห้องทำงาน ในช่วงเวลาที่ต้องการความเงียบ และเมื่อตรวจซ้ำแล้วยังพบว่าสภาพดังกล่าวไม่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิตของครอบครัว
กรณีนี้ไม่ได้หมายความว่าห้ามซื้อ แต่ควรกลับมาทบทวนว่าความกังวลเรื่องเสียงมีผลต่อการอยู่อาศัยมากแค่ไหน และอาจเปรียบเทียบบ้านตัวเลือกอื่นก่อนตัดสินใจ
หากยังมีข้อสงสัยหลังดูบ้านและกำลังจะวางเงิน ควรทบทวนอีกครั้งว่า หลังดูบ้านก่อนวางมัดจำ มีเรื่องใดที่ต้องตรวจหรือถามให้ชัดก่อนตัดสินใจ
เช็ครายการเสียงทาวน์เฮ้าส์ก่อนวางมัดจำ
ก่อนตัดสินใจ ลองตรวจรายการต่อไปนี้ให้ครบเท่าที่ทำได้
- ☐ รู้ว่าด้านใดของบ้านติดหรืออยู่ใกล้บ้านอื่น
- ☐ รู้ตำแหน่งห้องนอนและห้องที่ต้องการความเงียบ
- ☐ ทดลองฟังเสียงจากห้องสำคัญ ไม่เดินดูเพียงอย่างเดียว
- ☐ ทดลองเปิดและปิดประตูกับหน้าต่าง
- ☐ ฟังเสียงบริเวณหน้าบ้าน
- ☐ ฟังเสียงบริเวณหลังบ้าน
- ☐ แยกเสียงภายนอกจากเสียงที่สงสัยว่ามาจากบ้านข้างเคียง
- ☐ เช็คว่าบ้านข้างเคียงมีคนเข้าอยู่แล้วหรือยัง
- ☐ หากบ้านเป็นตัวเลือกจริง กลับไปดูอีกช่วงเวลา
- ☐ สอบถามเจ้าของเดิมหรือโครงการเท่าที่มีข้อมูล
- ☐ ใช้รีวิวออนไลน์เป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช้เป็นข้อสรุป
- ☐ ประเมินว่าเสียงที่พบกระทบการใช้ชีวิตของคนในบ้านหรือไม่
- ☐ หากยังหาต้นทางเสียงไม่ได้ ควรตรวจเพิ่มก่อนวางมัดจำ
ทาวน์เฮ้าส์จะเงียบหรือไม่ ต้องฟังจากบ้านจริง
ระดับเสียงของทาวน์เฮ้าส์ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกหลัง สิ่งสำคัญกว่าคือรู้ว่าเสียงมาจากไหน เข้ามาทางใด กระทบห้องไหน เกิดขึ้นในช่วงเวลาใด และตรงกับช่วงที่คนในบ้านต้องการความเงียบหรือไม่
ก่อนซื้อจึงไม่ควรตัดสินจากการเดินดูบ้านเพียงไม่กี่นาที หรือจากความเงียบของโครงการที่ยังมีบ้านว่างจำนวนมาก ควรลองฟังเสียงในห้องที่จะใช้งานจริง เช็คด้านที่ติดบ้านอื่น เปรียบเทียบตอนเปิดและปิดประตูกับหน้าต่าง และหากบ้านเป็นตัวเลือกสำคัญ ควรกลับไปดูอีกช่วงเวลาหนึ่ง
เป้าหมายไม่ใช่การหาทาวน์เฮ้าส์ที่ไม่มีเสียงเลย แต่คือการมีข้อมูลมากพอที่จะตัดสินว่าเสียงที่เกิดขึ้นจริงอยู่ในระดับที่เหมาะกับการใช้ชีวิตของครอบครัวหรือไม่ ก่อนวางมัดจำ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น