ขายคอนโดที่มีผู้เช่าอยู่ ไม่ควรเริ่มจากการถ่ายรูปห้องหรือลงประกาศเพียงอย่างเดียว สิ่งแรกที่ควรทำคือหยิบสัญญาเช่าฉบับปัจจุบันขึ้นมาเช็คให้ชัด ทั้งวันสิ้นสุดสัญญา เงื่อนไขการเข้าห้อง เงินประกัน ค่าเช่าล่วงหน้า รายการเฟอร์นิเจอร์ และแผนย้ายออกของผู้เช่า
สิ่งที่ทำให้การขายห้องลักษณะนี้ต่างจากการขายห้องว่างคือ ยังมีผู้เช่าพักอาศัยอยู่จริง วันหมดสัญญาเช่า วันโอนกรรมสิทธิ์ วันย้ายออก และวันส่งมอบห้องจึงอาจไม่ตรงกัน เจ้าของควรวางลำดับเวลาแต่ละขั้นให้ชัด เพื่อให้เจ้าของ ผู้เช่า และผู้ซื้อเข้าใจตรงกันตั้งแต่ก่อนเริ่มตกลงซื้อขาย
ขายคอนโดที่มีผู้เช่าอยู่ ต่างจากขายห้องว่างตรงไหน
ถ้าเป็นห้องว่าง เจ้าของสามารถนัดดูห้อง ตรวจห้อง และกำหนดวันส่งมอบตามความพร้อมของผู้ขายกับผู้ซื้อได้ค่อนข้างตรงไปตรงมา แต่ถ้ายังมีผู้เช่าพักอยู่ การเข้าห้อง การถ่ายภาพ การย้ายของ การคืนกุญแจ รวมถึงเรื่องค่าเช่าและเงินประกัน ต้องพิจารณาเงื่อนไขในสัญญาเช่าร่วมด้วย
ก่อนประกาศขาย เจ้าของควรตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ก่อน
- สัญญาเช่าสิ้นสุดวันไหน
- เหลือระยะเวลาเช่าอีกเท่าไร
- ผู้เช่ามีแผนอยู่ต่อหรือย้ายออกเมื่อไร
- หากจะนัดเข้าห้อง ต้องประสานกับใครบ้าง
- ผู้ซื้อที่สนใจต้องการซื้อเพื่ออยู่เองหรือซื้อเพื่อลงทุน
- ผู้ซื้อจะได้รับห้องว่าง หรือรับโอนในช่วงที่ยังมีผู้เช่าพักอยู่
- เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ชิ้นใดเป็นของเจ้าของ
- เงินประกัน ค่าเช่าล่วงหน้า และยอดค้างมีสถานะอย่างไร
- กุญแจ บัตรเข้าอาคาร ที่จอดรถ และสิทธิที่เกี่ยวกับอาคารอยู่กับใครบ้าง
หากยังตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ เจ้าของไม่ควรรีบรับปากเรื่องวันส่งมอบ เพราะวันที่ตกลงกับผู้ซื้ออาจไม่สอดคล้องกับสถานะการเช่าที่เกิดขึ้นจริง
ก่อนประกาศขาย ขายคอนโดที่มีผู้เช่าอยู่ ต้องเปิดสัญญาเช่าเช็คอะไรบ้าง
แทนที่จะอ่านสัญญาแล้วพยายามจำรายละเอียดทั้งหมด ควรสรุปสถานะการเช่าไว้ในที่เดียว เพื่อให้เห็นชัดว่าประเด็นใดมีผลต่อการขาย และเรื่องใดยังต้องคุยกับผู้เช่าหรือผู้ซื้อเพิ่มเติม
ตารางสรุปสถานะสัญญาเช่า
| หัวข้อ | สถานะที่ต้องเช็ค | ต้องจัดการก่อนขั้นตอนไหน |
|---|---|---|
| วันสิ้นสุดสัญญา | ใส่วันที่ตามสัญญาจริง | ก่อนวางลำดับเวลา |
| เงินประกัน | จำนวนเงินและผู้ถือเงิน | ก่อนตกลงเรื่องส่งมอบ |
| ค่าเช่าล่วงหน้า | มีหรือไม่มี | ก่อนกำหนดช่วงรับค่าเช่า |
| การเข้าห้อง | เช็คเงื่อนไขในสัญญา | ก่อนเริ่มนัดดูห้อง |
| เฟอร์นิเจอร์ | แยกของเจ้าของกับของผู้เช่า | ก่อนตกลงรายการขาย |
| กุญแจ/บัตรเข้าอาคาร | จำนวนและผู้ถือ | ก่อนส่งมอบ |
| วันย้ายออก | ยืนยันกับผู้เช่า | ก่อนกำหนดวันส่งมอบ |
| วันส่งมอบ | ต้องสอดคล้องกับสถานะจริง | ก่อนทำข้อตกลงกับผู้ซื้อ |
นอกจากวันเริ่มและวันสิ้นสุดสัญญาแล้ว ควรดูเงื่อนไขเรื่องการเข้าห้อง การแจ้งล่วงหน้า การต่อสัญญา การสิ้นสุดหรือบอกเลิกสัญญา การคืนห้อง และรายการทรัพย์สินที่แนบมากับสัญญาด้วย
ไม่ควรอ่านเพียงข้อความบางข้อแล้วนำไปสรุปสิทธิของทุกฝ่ายทันที หากเงื่อนไขใดมีผลต่อการเข้าห้อง การย้ายออก หรือการส่งมอบ ควรตรวจสัญญาทั้งฉบับ รวมถึงตรวจข้อมูลกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรณีนั้นเพิ่มเติม
ตกลงให้ชัดก่อนว่า ผู้ซื้อจะรับห้องว่างหรือรับโอนขณะที่ยังมีการเช่า
เรื่องสำคัญที่ควรตกลงตั้งแต่ต้นคือ ผู้ซื้อจะได้รับห้องในสถานะใด เพราะคำตอบนี้มีผลต่อทั้งวันโอน วันย้ายออก เอกสาร เงิน และการส่งมอบกุญแจ
กรณีซื้อขายขณะที่ยังมีการเช่าอยู่
ผู้ซื้อควรรู้ตั้งแต่ก่อนตกลงซื้อว่าห้องยังไม่ว่าง และควรได้รับข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับการเช่า เช่น
- วันเริ่มและวันสิ้นสุดสัญญา
- ค่าเช่าตามสัญญา
- สถานะเงินประกัน
- ค่าเช่าที่จ่ายล่วงหน้า ถ้ามี
- รายการเฟอร์นิเจอร์ของเจ้าของ
- ข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับการส่งมอบหรือการเปลี่ยนเจ้าของ
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปเองว่าผู้ซื้อจะต้องรับสัญญาเดิมทุกกรณี หรือกำหนดสิทธิของผู้ซื้อและผู้เช่าจากหลักทั่วไปเพียงอย่างเดียว เพราะแต่ละกรณีต้องพิจารณาทั้งข้อความในสัญญาและข้อเท็จจริงของการซื้อขายร่วมกัน
กรณีตั้งใจส่งมอบเป็นห้องว่าง
ถ้าผู้ซื้อต้องการเข้าอยู่เอง สิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงวันโอน แต่ต้องดูด้วยว่าห้องจะพร้อมส่งมอบจริงเมื่อไร
ควรยืนยันให้ชัดว่า
- ผู้เช่าจะย้ายออกเมื่อไร
- เจ้าของจะรับคืนห้องจากผู้เช่าเมื่อไร
- จะตรวจรายการทรัพย์สินเมื่อไร
- กุญแจและบัตรเข้าอาคารจะคืนครบเมื่อไร
- ห้องจะพร้อมส่งมอบให้ผู้ซื้อวันไหน
จึงไม่ควรใช้ข้อความว่า “ห้องว่างวันโอน” หรือ “พร้อมอยู่ทันที” หากยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่ากำหนดการของผู้เช่าสอดคล้องกับวันที่ดังกล่าวจริง
ผู้ซื้อจะอยู่เองหรือซื้อเพื่อลงทุน มีผลต่อกำหนดการอย่างไร
ก่อนคุยรายละเอียด ควรถามให้ชัดว่าผู้ซื้อซื้อไปเพื่ออะไร เพราะคนที่ซื้อเพื่ออยู่เองกับคนที่ซื้อเพื่อปล่อยเช่าต่อ มักให้ความสำคัญกับข้อมูลไม่เหมือนกัน
ถ้าผู้ซื้อจะเข้าอยู่เอง ประเด็นสำคัญมักเป็น
- ผู้เช่าย้ายออกเมื่อไร
- ห้องพร้อมใช้งานจริงวันไหน
- หลังผู้เช่าย้ายออกสามารถตรวจห้องได้หรือไม่
- เฟอร์นิเจอร์อะไรจะเหลืออยู่
- จะได้รับกุญแจและบัตรเข้าอาคารเมื่อไร
แต่ถ้าผู้ซื้อซื้อเพื่อปล่อยเช่าต่อ สิ่งที่อาจต้องเตรียมเพิ่มเติมคือสถานะสัญญา ค่าเช่า เงินประกัน รายการเฟอร์นิเจอร์ และข้อมูลการเช่าที่จำเป็นต่อการพิจารณาทรัพย์
บทนี้ไม่จำเป็นต้องลงลึกเรื่องการคำนวณ Rental Yield หรือผลตอบแทนจากค่าเช่า เพราะเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต่างจากการจัดการห้องซึ่งยังมีผู้เช่าพักอยู่ในช่วงซื้อขาย
เมื่อต้องการ ขายคอนโดที่มีผู้เช่าอยู่ ควรนัดผู้ซื้อดูห้องอย่างไร
การนัดดูห้องที่ยังมีคนพักอยู่ควรจัดการต่างจากห้องว่าง เพราะต้องคำนึงถึงทั้งเงื่อนไขในสัญญา ความสะดวกของผู้เช่า และความเป็นส่วนตัวของผู้พักอาศัย
ก่อนเริ่มรับนัด ควรตกลงให้ชัดว่า
- จะติดต่อผู้เช่าผ่านช่องทางใด
- สัญญาระบุเรื่องการเข้าห้องหรือการแจ้งล่วงหน้าไว้อย่างไร
- ผู้เช่าสะดวกวันและเวลาไหน
- ใครจะเป็นผู้พาผู้ซื้อเข้าชมห้อง
- ต้องจำกัดจำนวนผู้เข้าชมหรือไม่
- ผู้เช่าจะอยู่ในห้องระหว่างการชมไหม
- อนุญาตให้ถ่ายภาพอะไรได้บ้าง
- ของส่วนตัวหรือพื้นที่ใดไม่ควรถ่าย
- ใครเป็นผู้ตรวจปิดไฟ ปิดประตู และล็อกห้องหลังชมเสร็จ
ไม่ควรกำหนดเองว่า “ต้องแจ้งล่วงหน้า 24 ชั่วโมง” หรือกำหนดจำนวนวันตายตัว หากสัญญาและข้อเท็จจริงไม่ได้ระบุไว้เช่นนั้น ควรเช็คเงื่อนไขในสัญญาและตกลงช่วงเวลาที่เหมาะสมกับผู้เช่าให้ชัด
ถ้ามีนายหน้า ควรกำหนดผู้ประสานงานหลักเพียงคนเดียวสำหรับเรื่องนัดดูห้อง เพื่อลดปัญหาที่เจ้าของ นายหน้าหลายคน และผู้ซื้อหลายคนติดต่อผู้เช่าซ้ำกัน
ระวังความเป็นส่วนตัวเมื่อต้องถ่ายภาพหรือพาผู้ซื้อเข้าชม
ห้องที่มีคนพักอยู่จริงอาจมีเอกสาร รูปถ่าย หน้าจอคอมพิวเตอร์ ของมีค่า หรือข้อมูลอื่นที่สามารถระบุตัวผู้พักอาศัยได้
ภาพที่ใช้ประกาศควรเน้นสภาพห้องและสิ่งที่ผู้ซื้อจำเป็นต้องเห็น ไม่ควรเปิดเผยชีวิตส่วนตัวของผู้เช่า ก่อนถ่ายหรือเผยแพร่ภาพจึงควรตกลงกันให้ชัดว่าอะไรถ่ายได้ และควรหลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวที่ไม่จำเป็นต่อการขาย
หากต้องการจัดห้องให้ดูดีขึ้น เตรียมห้องสำหรับถ่ายรูป หรือปรับวิธีนำเสนอห้องให้น่าสนใจ ควรแยกไปใช้แนวทางการเตรียมคอนโดเพื่อขายโดยเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องนำเรื่องเหล่านั้นมาขยายซ้ำในบทนี้
หากต้องเตรียมพื้นที่ก่อนถึงวันนัด สามารถใช้แนวทาง เปิดบ้านให้ผู้ซื้อมาดู เพื่อเช็คเรื่องความสะอาด แสง ทางเดิน และความพร้อมของข้อมูลเพิ่มเติมได้ โดยต้องปรับให้เหมาะกับกรณีที่ยังมีผู้เช่าพักอยู่
เฟอร์นิเจอร์ เงินประกัน และค่าเช่า ต้องแยกให้ชัดก่อนรับข้อเสนอ
เมื่อมีผู้เช่าอยู่ สิ่งของและเงินหลายรายการอาจเกี่ยวข้องกับคนละฝ่าย เจ้าของจึงไม่ควรเห็นเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ในห้องแล้วคิดว่าทุกชิ้นเป็นของตนเองหรือรวมอยู่ในการขายทั้งหมด
แยกก่อนว่าอะไรเป็นของใคร
ควรทำรายการจากของจริงและตรวจเทียบกับเอกสารที่มีอยู่ เช่น
| รายการ | เป็นของใคร | ต้องจัดการก่อนส่งมอบอย่างไร |
|---|---|---|
| เตียง | เจ้าของ/ผู้เช่า | ระบุว่าจะอยู่หรือย้ายออก |
| ตู้เสื้อผ้า | เช็ครายการทรัพย์สิน | ยืนยันว่ารวมขายหรือไม่ |
| ทีวี | ระบุเจ้าของ | ห้ามสมมติว่ารวมขาย |
| ตู้เย็น | เช็คสัญญาและรายการเดิม | ระบุสถานะให้ผู้ซื้อทราบ |
| เครื่องซักผ้า | ระบุเจ้าของ | กำหนดว่าจะอยู่หรือย้าย |
| ของตกแต่ง | แยกทีละรายการ | ของผู้เช่าไม่ควรนำเสนอขาย |
หากทรัพย์สินชิ้นใดจะรวมอยู่ในการซื้อขาย ควรระบุรายการให้ชัด ไม่ควรใช้เพียงคำว่า “เฟอร์นิเจอร์ครบ” เพราะเจ้าของ ผู้เช่า และผู้ซื้ออาจเข้าใจไม่ตรงกัน
เงินประกันไม่ใช่เงินก้อนเดียวกับค่าเช่า
เงินที่เกี่ยวกับผู้เช่าควรแยกออกเป็นแต่ละประเภท เช่น
- เงินประกันตามสัญญา
- ค่าเช่างวดปัจจุบัน
- ค่าเช่าที่จ่ายล่วงหน้า ถ้ามี
- ค่าเช่าหรือค่าใช้จ่ายที่ยังค้าง ถ้ามี
- ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือรายการอื่นตามข้อตกลง
จากนั้นควรกำหนดให้ชัดว่า ถ้าวันโอนอยู่กลางรอบค่าเช่า ใครจะได้รับค่าเช่าของช่วงใด และมีเงินหรือค่าใช้จ่ายรายการใดที่ต้องสะสางก่อนหรือหลังวันโอน
ไม่ควรสรุปว่าเงินประกันต้องคืนผู้เช่าหรือส่งให้ผู้ซื้อในรูปแบบเดียวกันทุกกรณี เพราะต้องดูทั้งสัญญา ข้อตกลงซื้อขาย และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี ควรทำรายการเงินให้ตรวจสอบได้ และตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนถึงวันโอน
วันหมดสัญญา วันโอน วันย้ายออก และวันส่งมอบ ไม่ควรถูกคิดว่าเป็นวันเดียวกัน
ปัญหาที่มักเกิดขึ้นคือ ทุกฝ่ายพูดถึง “วันโอน” เหมือนกัน แต่แต่ละคนอาจเข้าใจไม่เหมือนกันว่า หลังจากวันนั้นใครจะอยู่ในห้อง ใครจะได้รับกุญแจ และห้องจะพร้อมใช้งานเมื่อไร
เจ้าของจึงควรทำลำดับเวลาโดยใส่วันที่จริงของตัวเอง เช่น
สัญญาเช่าปัจจุบัน
↓
เริ่มประกาศขาย
↓
ประสานผู้เช่าเพื่อนัดดูห้อง
↓
ผู้ซื้อสนใจและตกลงเงื่อนไข
↓
เช็คสถานะสัญญาเช่าอีกครั้ง
↓
กำหนดวันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์
↓
ผู้เช่าอยู่ต่อหรือย้ายออกตามแผน
↓
ตรวจรับห้องคืนจากผู้เช่า ถ้าเกี่ยวข้อง
↓
ส่งมอบห้อง
↓
ส่งกุญแจ บัตรเข้าอาคาร และทรัพย์สินที่ตกลงกับผู้ซื้อ
เมื่อใส่วันที่จริงลงไป จะเห็นได้ง่ายว่ามีขั้นตอนไหนอยู่ใกล้กันเกินไป เช่น ผู้เช่าตั้งใจย้ายออกใกล้วันโอนมากจนไม่มีเวลาเพียงพอสำหรับตรวจรับห้องและเช็ครายการทรัพย์สิน
ถ้าวันหมดสัญญาอยู่ใกล้วันส่งมอบ ไม่ควรคิดว่าผู้เช่าจะขนของออกและคืนห้องได้ตรงตามวันที่ต้องการเสมอไป ควรยืนยันแผนย้ายออก การคืนกุญแจ การตรวจห้อง และการจัดการเงินตามสัญญาให้ชัด พร้อมเผื่อเวลาไว้สำหรับกรณีที่กำหนดการเปลี่ยนแปลง
ถ้าผู้ซื้อรับห้องในช่วงที่ยังมีการเช่า ควรให้ข้อมูลแค่ไหน
ผู้ซื้ออาจจำเป็นต้องรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะของห้อง เช่น
- ระยะเวลาสัญญาที่เหลือ
- ค่าเช่าตามสัญญา
- เงินประกัน
- ค่าเช่าล่วงหน้า ถ้ามี
- รายการเฟอร์นิเจอร์
- ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
- สถานะการชำระที่จำเป็นต่อการพิจารณาซื้อ
แต่ข้อมูลเกี่ยวกับการเช่ากับข้อมูลส่วนตัวของผู้เช่าเป็นคนละเรื่องกัน เจ้าของควรแยกให้ชัดว่าข้อมูลใดจำเป็นต่อการตัดสินใจซื้อ และข้อมูลใดเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่ควรเปิดเผยเกินความจำเป็น
ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ที่ทำงาน รายได้ สำเนาบัตร เอกสารส่วนตัว หรือข้อมูลอื่นที่ระบุตัวบุคคลได้ ไม่ควรถูกนำไปเผยแพร่ในประกาศหรือส่งต่อโดยไม่มีเหตุที่เหมาะสม
ถ้าผู้ซื้อกำลังพิจารณาเรื่องสภาพพื้น ผนัง ระบบไฟ ระบบน้ำ พื้นที่ส่วนกลาง หรือนิติบุคคล ควรแยกไปใช้เช็คลิสต์สำหรับตรวจคอนโดมือสองโดยเฉพาะ เพราะเป็นคนละขั้นตอนกับการจัดการผู้เช่าและการกำหนดวันส่งมอบ
หากผู้ซื้อต้องการประเมินสภาพตัวห้อง ระบบอาคาร เอกสาร และค่าใช้จ่ายก่อนรับโอน ควรแยกไปใช้แนวทาง ซื้อคอนโดมือสองต้องเช็คอะไรบ้าง โดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้ปะปนกับเรื่องสัญญาเช่าและการประสานผู้เช่าในบทนี้
ถ้าต้องส่งมอบห้องว่าง ควรรับคืนห้องจากผู้เช่าอย่างไร
ถ้าเป้าหมายคือส่งมอบห้องว่างให้ผู้ซื้อ ควรมีขั้นตอนระหว่างวันที่ผู้เช่าย้ายออกกับวันที่ผู้ซื้อรับห้องให้ชัดเจน เพื่อให้ทราบว่าห้องถูกส่งคืนและส่งต่อในสภาพใด
ลำดับโดยทั่วไปอาจเป็น
- ผู้เช่าย้ายทรัพย์สินของตนออก
- เจ้าของตรวจสภาพห้องตามเงื่อนไขในสัญญาเช่า
- ตรวจรายการเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
- จัดการเงินและค่าใช้จ่ายตามสัญญาและข้อเท็จจริง
- รับคืนกุญแจและบัตรเข้าอาคาร
- เช็คว่าทรัพย์สินของผู้เช่าถูกนำออกครบแล้ว
- เตรียมห้องตามสภาพที่ตกลงกับผู้ซื้อ
- ส่งมอบกุญแจ บัตรเข้าอาคาร และรายการทรัพย์สินให้ผู้ซื้อ
ขั้นตอนนี้ไม่ใช่การตรวจสภาพห้องแทนผู้ซื้อ แต่มีไว้เพื่อให้ชัดว่า ผู้เช่าคืนห้องให้เจ้าของในสภาพใด และเจ้าของจะส่งต่อห้องให้ผู้ซื้อในสภาพใด
นิติบุคคลคอนโดเกี่ยวข้องกับการนัดดูและการย้ายออกตรงไหน
การขายคอนโดต่างจากบ้านทั่วไปตรงที่ นอกจากเรื่องภายในห้องแล้ว ยังอาจมีระเบียบของอาคารเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
เจ้าของควรสอบถามสำนักงานนิติบุคคลอาคารชุดโดยตรงในเรื่องที่จำเป็น เช่น
- การให้บุคคลภายนอกเข้าอาคาร
- การแลกบัตรหรือลงทะเบียนผู้มาติดต่อ
- ที่จอดรถสำหรับผู้มาติดต่อ
- บัตรหรืออุปกรณ์สำหรับเข้าอาคาร
- การลงทะเบียนผู้พักอาศัย
- ขั้นตอนการย้ายของเข้าและออก
- เวลาใช้ลิฟต์ขนของ
- การคืนหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ของอาคารตามกรณี
แต่ละอาคารอาจมีกฎไม่เหมือนกัน จึงควรเช็คกับนิติบุคคลของอาคารนั้นโดยตรง ไม่ควรนำขั้นตอนของคอนโดแห่งหนึ่งไปใช้กับอีกแห่งโดยอัตโนมัติ
เจ้าของ ผู้เช่า และผู้ซื้อ ใครต้องคุยเรื่องอะไร
การแยกหน้าที่ให้ชัดช่วยลดปัญหาที่แต่ละฝ่ายคิดว่าอีกคนกำลังจัดการเรื่องนั้นอยู่แล้ว
| เรื่อง | ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง | สิ่งที่ต้องให้ชัด |
|---|---|---|
| สัญญาเช่าปัจจุบัน | เจ้าของ + ผู้เช่า | สถานะและเงื่อนไขจริง |
| นัดดูห้อง | เจ้าของ + ผู้เช่า + ผู้ซื้อ | วัน เวลา และผู้ประสานงาน |
| ราคาซื้อขาย | เจ้าของ + ผู้ซื้อ | เงื่อนไขการซื้อขาย |
| ของในห้อง | ทั้ง 3 ฝ่ายตามกรณี | ของใครและอะไรขายรวม |
| เงินประกัน/ค่าเช่า | เจ้าของ + ผู้เช่า และอาจเกี่ยวกับผู้ซื้อ | วิธีจัดการตามเอกสาร |
| วันย้ายออก | เจ้าของ + ผู้เช่า | ต้องสอดคล้องกับวันส่งมอบ |
| วันส่งมอบ | เจ้าของ + ผู้ซื้อ และอาจเกี่ยวกับผู้เช่า | ผู้ซื้อจะรับห้องในสภาพใด |
ยิ่งวันโอนกับวันย้ายออกอยู่ใกล้กัน ยิ่งควรเขียนข้อตกลงสำคัญให้ชัด เพื่อลดความเข้าใจไม่ตรงกันในภายหลัง
เรื่องไหนต้องเช็คสัญญาและกฎหมายก่อนตกลงกับผู้ซื้อ
ตามหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่สิ้นสุดลงเพียงเพราะมีการโอนกรรมสิทธิ์ และผู้รับโอนย่อมรับสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนที่มีต่อผู้เช่าด้วย
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรนำหลักดังกล่าวไปใช้แบบเหมารวมกับทุกกรณี เพราะสัญญาเช่าแต่ละฉบับอาจมีรายละเอียดเรื่องระยะเวลา หลักฐานสัญญา การจดทะเบียน ข้อตกลงของคู่สัญญา หรือข้อเท็จจริงอื่นที่ต้องพิจารณาร่วมกัน
เรื่องต่อไปนี้ควรตรวจสัญญาฉบับจริง และตรวจข้อมูลกฎหมายล่าสุดก่อนให้คำตอบกับผู้ซื้อหรือผู้เช่า
- สิทธิในการเข้าห้องระหว่างที่ผู้เช่าพักอยู่
- วิธีและระยะเวลาการแจ้งตามสัญญา
- การสิ้นสุดหรือบอกเลิกสัญญา
- ผลของการโอนกรรมสิทธิ์ต่อสัญญาเช่า
- การจัดการเงินประกัน
- การจัดการค่าเช่าที่รับล่วงหน้า
- สิทธิและหน้าที่เมื่อเจ้าของห้องเปลี่ยน
- เงื่อนไขการคืนและส่งมอบห้อง
ถ้าสัญญามีเงื่อนไขซับซ้อน คู่กรณีเข้าใจไม่ตรงกัน หรือกำลังจะทำข้อตกลงที่มีผลทางกฎหมาย ควรตรวจตัวบทกฎหมายฉบับปัจจุบันจากแหล่งทางการ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตามข้อเท็จจริงของกรณีนั้น ไม่ควรใช้คำแนะนำทั่วไปแทนการตรวจเอกสารจริง
หากต้องตรวจเรื่องเอกสารหรือขั้นตอนเกี่ยวกับการจดทะเบียนห้องชุดและการโอนกรรมสิทธิ์ ควรตรวจข้อมูลล่าสุดจาก กรมที่ดิน อีกครั้งก่อนกำหนดเงื่อนไขวันโอนกับผู้ซื้อ
รายการที่ต้องเช็คก่อนประกาศ ขายคอนโดที่มีผู้เช่าอยู่
ก่อนเริ่มหาผู้ซื้อ ควรเช็คอย่างน้อยดังนี้
- เปิดสัญญาเช่าและยืนยันวันสิ้นสุด
- เช็คเงื่อนไขเกี่ยวกับการเข้าห้อง
- คุยแผนนัดดูห้องกับผู้เช่า
- กำหนดผู้ประสานงานหลักสำหรับการนัดดู
- แยกทรัพย์สินของเจ้าของออกจากของผู้เช่า
- ระบุว่ารายการใดจะรวมอยู่ในการขาย
- สรุปเงินประกัน ค่าเช่าล่วงหน้า และยอดที่ยังเกี่ยวข้อง
- ถามผู้ซื้อว่าจะอยู่เองหรือซื้อเพื่อลงทุน
- ตกลงให้ชัดว่าจะส่งมอบห้องว่างหรือซื้อขายขณะที่ยังมีการเช่าอยู่
- แยกวันโอน วันย้ายออก และวันส่งมอบออกจากกัน
- เช็คกฎนิติบุคคลเรื่องเข้าอาคาร บัตรเข้าอาคาร ที่จอดรถ และการย้ายของ
- ระวังข้อมูลและทรัพย์สินส่วนตัวของผู้เช่า
- เรื่องสิทธิ การบอกเลิกสัญญา และผลของการโอน ต้องตรวจสัญญาและกฎหมายก่อนตอบ
ก่อนประกาศขายห้องที่ยังมีผู้เช่าพักอยู่ คำถามแรกจึงไม่ควรมีเพียงว่า “จะลงประกาศอย่างไรให้มีคนสนใจ” แต่ควรถามก่อนว่า “ผู้ซื้อจะได้รับห้องในสภาพแบบไหน และทุกฝ่ายเข้าใจกำหนดการตรงกันแล้วหรือยัง”
เมื่อสถานะสัญญา การนัดดู เงินประกัน ค่าเช่า เฟอร์นิเจอร์ วันโอน วันย้ายออก และวันส่งมอบถูกวางไว้ให้สอดคล้องกัน เจ้าของจะคุยกับทั้งผู้เช่าและผู้ซื้อได้ชัดขึ้น และลดโอกาสที่เมื่อใกล้ถึงวันสำคัญแล้วจะพบว่าแต่ละฝ่ายเข้าใจเรื่องสภาพห้องหรือวันส่งมอบไม่ตรงกัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น