บ้านสวย

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ ขายบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน | HomeForSaleInTH

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน พร้อมสาระก่อนซื้อบ้าน ดูทำเล ค่าใช้จ่าย และเช็คจุดสำคัญก่อนตัดสินใจ

ทาวน์เฮ้าส์จอดรถหน้าบ้านได้จริงไหม? ก่อนซื้อควรเช็คพื้นที่ วงเลี้ยว และการเข้าออก

ภาพ ทาวน์เฮ้าส์จอดรถหน้าบ้าน พร้อมรถเอสยูวีจอดภายในแนวรั้ว เห็นประตูทางเข้าและถนนหน้าบ้านอย่างชัดเจน

     ทาวน์เฮ้าส์จอดรถหน้าบ้าน เป็นข้อความที่พบได้บ่อยในประกาศขายหรือรายละเอียดแบบบ้าน แต่การระบุว่าจอดรถได้ 1 คันหรือ 2 คัน ยังไม่ได้หมายความว่ารถของเราจะจอดและใช้งานได้สะดวกจริง ก่อนซื้อจึงควรดูให้ครบทั้งขนาดรถ พื้นที่ว่างที่ใช้จอดได้จริง ช่องเปิดประตูรั้ว ความลึกของช่องจอด พื้นที่สำหรับเลี้ยวรถจากถนนเข้าบ้าน รวมถึงหลังจอดแล้วว่ายังเปิดประตูรถและเดินเข้าบ้านได้สะดวกหรือไม่


     วิธีที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ชัดที่สุดคือ นำรถคันที่ใช้เป็นประจำไปทดลองจอดทั้งแบบขับหน้าเข้าและถอยเข้า เพราะคำว่า “จอดได้” ไม่ได้แปลว่า “จอดสะดวก” เสมอไป พื้นที่ที่ดูเหมือนเหลือมากตอนยังไม่มีรถ อาจกลายเป็นพื้นที่คับแคบเมื่อจอดจริง จนต้องขยับรถหลายครั้ง เปิดประตูได้ไม่เต็ม หรือเลี้ยวเข้าได้ยากเมื่อมีรถจอดอยู่ฝั่งตรงข้าม


ทาวน์เฮ้าส์จอดรถหน้าบ้าน — ได้จริงไหม อย่าดูแค่จำนวนที่จอดรถ

     ข้อมูลว่า “จอดได้ 1 คัน” หรือ “จอดได้ 2 คัน” บอกได้เพียงคร่าว ๆ ว่าพื้นที่รองรับรถได้กี่คัน แต่ยังไม่บอกว่ารถของเราจะเข้าออกและใช้งานได้สะดวกแค่ไหน เพราะรถแต่ละประเภทมีทั้งความกว้าง ความยาว และวงเลี้ยวแตกต่างกัน


     ก่อนซื้อ ลองเปลี่ยนจากการถามเพียงว่า “รถจอดลงไหม” มาเช็คให้ครบ 4 เรื่อง

  1. รถจอดอยู่ภายในแนวรั้วได้ทั้งคันหรือไม่
  2. รถเลี้ยวเข้าและออกได้โดยไม่ต้องถอยเพื่อปรับมุมหรือขยับหลายครั้งเกินไปหรือไม่
  3. หลังจอดแล้ว คนขับและผู้โดยสารยังเปิดประตูและขึ้นลงรถได้สะดวกหรือไม่
  4. ยังมีพื้นที่เดินเข้าบ้าน เปิดฝาท้าย และขนของได้ตามปกติหรือไม่


     ถ้ารถจอดลงได้ แต่ต้องเบียดตัวออกจากประตูทุกวัน หรือต้องถอยรถเพื่อปรับมุมหลายครั้งทุกครั้งที่กลับบ้าน พื้นที่นั้นอาจพอให้รถจอดได้ แต่ยังไม่เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัว


ทาวน์เฮ้าส์จอดรถหน้าบ้าน — ก่อนซื้อควรวัดรถของตัวเองก่อน

     การประเมินขนาดพื้นที่ด้วยสายตาเพียงอย่างเดียวอาจคลาดเคลื่อนได้ โดยเฉพาะบ้านว่างหรือบ้านตัวอย่างที่ไม่มีรถของผู้ซื้อจอดอยู่จริง วิธีที่แม่นกว่าคือวัดขนาดรถที่ใช้เป็นประจำ แล้วนำไปเทียบกับพื้นที่หน้าบ้านโดยตรง


     รถเก๋ง รถแฮตช์แบ็ก รถเอสยูวี (SUV) รถอเนกประสงค์แบบพีพีวี (PPV) รถกระบะ หรือรถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่น อาจมีขนาดตัวถังแตกต่างกันมาก แม้จะนับว่าเป็นรถหนึ่งคันเหมือนกันก็ตาม จึงไม่ควรดูรถในภาพโฆษณาหรือรถที่จอดอยู่ในบ้านตัวอย่างแล้วคิดว่ารถของเราจะจอดได้เหมือนกัน โดยยังไม่ได้เทียบขนาดจริง

ผู้หญิงกำลังใช้สายวัดเช็คระยะระหว่างรถเอสยูวีกับขอบพื้นที่จอด เพื่อดูว่ามีพื้นที่ด้านข้างเพียงพอหรือไม่

วัดความกว้างรถพร้อมเผื่อพื้นที่เปิดประตู

     ควรวัดความกว้างของตัวรถและดูตำแหน่งกระจกมองข้างร่วมด้วย ตอนเลี้ยวผ่านประตูรั้วอาจพับกระจกได้ แต่เมื่อจอดเรียบร้อยแล้วก็ยังต้องเหลือพื้นที่ให้คนเปิดประตูและลงจากรถได้สะดวก


     อย่าดูเพียงว่าตัวรถวางอยู่ในช่องได้หรือไม่ เพราะพื้นที่ด้านข้างมีผลต่อการใช้งานทุกวัน โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือใช้เบาะนิรภัยสำหรับเด็กหรือคาร์ซีตเป็นประจำ ซึ่งมักต้องใช้พื้นที่เปิดประตูมากกว่าการขึ้นลงรถทั่วไป


วัดความยาวรถและดูว่าปิดประตูรั้วได้หรือไม่

     ควรวัดความยาวตั้งแต่ส่วนหน้าสุดถึงท้ายสุดของรถ แล้วนำไปเทียบกับความลึกของช่องจอดจริง ไม่ควรประเมินจากสายตาเพียงอย่างเดียว เพราะรถบางรุ่นอาจยาวกว่าที่เห็นเมื่อมองจากภายนอก


     หลังจอดควรเช็คว่า

  • รถอยู่ภายในแนวรั้วทั้งคันหรือไม่
  • ประตูรั้วปิดได้ตามปกติหรือไม่
  • หน้ารถหรือท้ายรถยื่นไปขวางทางเดินหรือไม่
  • ยังมีพื้นที่พอสำหรับเปิดฝาท้ายและหยิบของหรือไม่


     หากรถมีอุปกรณ์ติดตั้งเพิ่มเติมที่ยื่นออกมาจากตัวรถ เช่น อุปกรณ์บรรทุกสัมภาระด้านท้าย ก็ควรวัดระยะส่วนนี้รวมเข้าไปด้วย เพราะอาจทำให้พื้นที่ที่ดูเหมือนพอดีกลายเป็นคับแคบเมื่อใช้งานจริง


ทดลองเปิดประตูและขนของหลังจอด

     เรื่องนี้มักถูกมองข้าม เพราะรถอาจเข้าไปอยู่ในช่องจอดได้พอดี แต่ประตูฝั่งคนขับอาจเปิดได้เพียงเล็กน้อย หรือผู้โดยสารต้องลงจากรถก่อนทุกครั้ง แล้วจึงค่อยนำรถเข้าจอด


     ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือต้องขนของเป็นประจำ ควรลองเปิดทั้งประตูหน้า ประตูหลัง และฝาท้ายในลักษณะเดียวกับที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อดูว่ามีพื้นที่เพียงพอจริงหรือไม่


หน้ากว้างบ้านไม่ได้เท่ากับพื้นที่จอดรถที่ใช้ได้จริง

     หน้ากว้างของทาวน์เฮ้าส์เป็นข้อมูลที่ควรดู แต่ไม่ควรนำตัวเลขหน้ากว้างทั้งหมดมาคิดเป็นพื้นที่สำหรับจอดรถ เพราะพื้นที่บางส่วนอาจถูกใช้ไปกับเสา กำแพง บันได ชานบ้าน ตู้ไฟ มิเตอร์ ท่อ พื้นที่จัดสวน หรือส่วนต่อเติมต่าง ๆ

ภาพ ทาวน์เฮ้าส์จอดรถหน้าบ้าน เห็นรถจอดระหว่างเสาประตูรั้ว ตู้สาธารณูปโภค และพื้นที่ด้านข้างที่จำกัดช่องจอดจริง

     ประตูรั้วก็มีผลต่อพื้นที่ใช้งานเช่นกัน เพราะช่องที่รถผ่านเข้าออกได้จริงอาจแคบกว่าหน้ากว้างของตัวบ้าน


     ดังนั้น สิ่งที่ควรวัดคือพื้นที่ว่างที่รถสามารถผ่านเข้าไปและจอดได้จริง ไม่ใช่วัดเพียงจากแนวเขตด้านหนึ่งไปถึงอีกด้านหนึ่ง แล้วถือว่าพื้นที่ทั้งหมดใช้จอดรถได้


     บ้านที่มีหน้ากว้างมากขึ้นอาจช่วยให้จัดพื้นที่ได้ง่ายกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะจอดรถสะดวกเสมอไป เพราะยังต้องดูช่องเปิดของประตูรั้ว ตำแหน่งเสา ขนาดรถ และพื้นที่บนถนนที่ต้องใช้ในการเลี้ยวรถเข้าบ้านประกอบกันด้วย


     หากกำลังเปรียบเทียบทาวน์โฮมที่มีหน้ากว้างต่างกัน ควรแยกเรื่อง “หน้ากว้างบ้าน” ออกจากเรื่อง “ความสะดวกในการจอดรถ” เพราะตัวเลขหน้ากว้างเพียงอย่างเดียวยังบอกไม่ได้ว่ารถของเราจะเข้าออกและใช้พื้นที่ได้สะดวกแค่ไหน


     หากต้องการดูว่าความต่างของหน้ากว้างส่งผลต่อที่จอดรถ การเปิดประตูรถ และการใช้พื้นที่ชั้นล่างอย่างไร สามารถอ่านเรื่อง ทาวน์โฮมหน้ากว้าง 5 เมตร กับ 5.7 เมตร เพิ่มเติมได้


ทาวน์เฮ้าส์จอดรถหน้าบ้าน — ถ้าจอด 2 คัน ต้องเช็คอะไรเพิ่ม

     หากประกาศระบุว่าจอดรถได้ 2 คัน ควรดูต่อว่าต้องจอดข้างกันหรือจอดเรียงหน้าหลัง และรถสองคันที่ครอบครัวใช้จริงมีขนาดต่างกันมากหรือไม่ เพราะรูปแบบการจอดมีผลโดยตรงต่อความสะดวกในการใช้รถทุกวัน


     กรณีจอดข้างกัน ควรทดลองว่าหลังนำรถเข้าทั้งสองคันแล้ว ยังเปิดประตูฝั่งที่ใช้งานเป็นประจำได้หรือไม่ และยังเหลือทางเดินเข้าบ้านเพียงพอหรือเปล่า


     กรณีจอดเรียงหน้าหลัง ต้องคิดถึงลำดับการใช้รถด้วย หากรถคันในต้องออกก่อน แต่ต้องย้ายรถคันนอกทุกเช้า การมีที่จอดรถ 2 คันก็อาจทำให้การใช้รถในแต่ละวันยุ่งยากกว่าที่คิด


     หากรถสองคันมีขนาดต่างกัน เช่น คันหนึ่งเป็นรถแฮตช์แบ็ก แต่อีกคันเป็นรถเอสยูวีหรือรถกระบะ ควรลองสลับตำแหน่งจอด เพราะตำแหน่งที่เหมาะกับรถคันเล็กอาจไม่เหมาะกับรถคันใหญ่


ประตูรั้วและช่องทางเข้ามีผลต่อการจอดรถ

     พื้นที่ด้านในอาจกว้างพอ แต่รถก็ยังเข้ายากได้ หากช่องเปิดของประตูรั้วแคบ หรือตำแหน่งเสาประตูอยู่ตรงจุดที่รถต้องหักพวงมาลัยพอดี


     ถ้าเป็นประตูบานเปิด ควรดูว่าตอนเปิดแล้วบานประตูกินพื้นที่ตรงไหน และรถต้องอยู่ในตำแหน่งใดจึงจะเลี้ยวผ่านเข้าไปได้สะดวก


     ถ้าเป็นประตูบานเลื่อน ให้เช็คว่าบานประตูเลื่อนได้สุดหรือไม่ และมีเสา ราง หรือส่วนประกอบอื่นทำให้ช่องเปิดแคบลงหรือเปล่า


     อย่าทดลองเฉพาะตอนนำรถเข้า ควรลองตอนนำรถออกด้วย เพราะบางบ้านขับหน้าเข้าง่ายแต่ถอยออกลำบาก ขณะที่บางบ้านอาจเหมาะกับการถอยเข้ามากกว่า เนื่องจากช่วยให้จัดแนวรถและควบคุมมุมเลี้ยวได้ง่ายขึ้น


ถนนหน้าบ้านและรถฝั่งตรงข้ามทำให้จอดยากได้อย่างไร

     ความสะดวกในการเข้าจอดไม่ได้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ในบ้านอย่างเดียว เพราะรถยังต้องใช้พื้นที่บนถนนด้านหน้าเพื่อจัดแนวก่อนเลี้ยวเข้า ถนนที่ดูกว้างพอในวันที่ไม่มีรถจอด จึงอาจใช้งานยากขึ้นเมื่อมีรถจอดอยู่ฝั่งตรงข้าม


     ลองสังเกตว่า

  • ก่อนเลี้ยวเข้าช่องจอดสามารถจัดรถให้อยู่ในแนวที่เหมาะสมได้หรือไม่
  • รถที่จอดฝั่งตรงข้ามทำให้มุมเลี้ยวแคบลงหรือเปล่า
  • รถขนาดใหญ่ต้องถอยเพื่อปรับมุมหลายครั้งหรือไม่
  • ตอนถอยออกมีพื้นที่พอให้เลี้ยวรถออกได้หรือไม่
  • รถข้างบ้าน รถของผู้มาติดต่อ หรือรถส่งของมีโอกาสกีดขวางทางเลี้ยวตรงจุดใด

รถเอสยูวีกำลังเลี้ยวเข้าที่จอดของทาวน์เฮ้าส์ ขณะที่มีรถจอดฝั่งตรงข้าม ทำให้เห็นพื้นที่สำหรับหมุนรถบนถนนจริง

     หัวข้อนี้ควรใช้เพื่อดูว่ารถจะเลี้ยวเข้าที่จอดได้สะดวกหรือไม่โดยเฉพาะ หากกังวลเรื่องสภาพซอยโดยรวม ควรแยกไปดูความกว้างของถนน การสวนรถ และการเข้าออกตลอดทั้งซอยเพิ่มเติม ไม่ควรดูเพียงพื้นที่ตรงหน้าบ้านแล้วสรุปว่าสภาพซอยทั้งหมดใช้งานได้สะดวก


     หากข้อจำกัดไม่ได้อยู่เฉพาะบริเวณหน้าบ้าน แต่เกี่ยวข้องกับความกว้างของถนน รถสวนกัน หรือพื้นที่กลับรถตลอดเส้นทาง ควรดูเรื่อง ทาวน์เฮ้าส์ในซอยแคบ แยกเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ


เสาไฟ ฟุตบาท รางระบายน้ำ และระดับพื้นก็ต้องดู

     อย่ามองเฉพาะพื้นที่ภายในรั้ว เพราะเสาไฟ ตู้สาธารณูปโภค ต้นไม้ ขอบฟุตบาท หรือสิ่งกีดขวางบริเวณหน้าบ้านอาจทำให้พื้นที่สำหรับเลี้ยวรถแคบลง หรือทำให้ต้องปรับแนวรถก่อนเข้าช่องจอด


     ควรดูระดับถนนเทียบกับพื้นจอดรถด้วย โดยเฉพาะบ้านที่มีทางลาดหรือรางระบายน้ำอยู่ด้านหน้า เพราะจุดต่างระดับอาจทำให้รถบางคันเข้าออกได้ไม่สะดวก


     ลองเช็คว่า

  • ทางขึ้นชันเกินไปสำหรับรถที่ใช้หรือไม่
  • รถที่มีระยะห่างจากพื้นน้อยมีโอกาสครูดตรงจุดเปลี่ยนระดับหรือเปล่า
  • ขอบฟุตบาททำให้ต้องขับขึ้นในมุมเฉียงหรือไม่
  • รางระบายน้ำทำให้รถกระแทก หรือทำให้ต้องวางแนวล้อให้เหมาะก่อนขับผ่านหรือไม่
  • เมื่อฝนตกมีน้ำขังหรือพื้นลื่นตรงทางที่รถต้องผ่านหรือเปล่า


     พื้นที่ที่ดูกว้างพอจึงอาจยังใช้งานไม่สะดวก หากทางลาดหรือระดับพื้นทำให้ต้องเลี้ยวหรือขับรถผ่านด้วยมุมเฉพาะทุกครั้ง


ก่อนซื้อควรทดลองจอดรถจริงยังไง

     การทดลองที่ดีไม่ควรจบแค่ตอนรถเข้าไปอยู่ในช่อง ควรลองทำสิ่งที่เกิดขึ้นจริงหลังกลับถึงบ้านด้วย เช่น เปิดประตู ลงจากรถ เดินเข้าบ้าน และหยิบของจากท้ายรถ


     ถ้าเจ้าของบ้านหรือโครงการอนุญาต ควรทดลองตามลำดับนี้

  1. ใช้รถคันที่ขับเป็นประจำ ไม่ใช้รถคันเล็กแทนเพียงเพราะเข้าจอดง่ายกว่า
  2. ทดลองขับหน้าเข้า แล้วสังเกตว่าต้องถอยเพื่อปรับมุมหรือหมุนพวงมาลัยหลายครั้งหรือไม่
  3. นำรถออกแล้วทดลองถอยเข้า เพื่อเปรียบเทียบว่าวิธีไหนสะดวกกว่า
  4. จอดในตำแหน่งที่คิดว่าจะใช้จริง แล้วเปิดประตูฝั่งคนขับและผู้โดยสาร
  5. หากมีเด็กหรือผู้สูงอายุ ให้ลองขึ้นลงรถตามลักษณะที่ใช้งานจริง
  6. เดินจากรถเข้าประตูบ้านโดยไม่ขยับรถ
  7. เปิดฝาท้ายและลองหยิบหรือขนของ
  8. มองออกไปทางถนนเพื่อดูว่ามีจุดใดที่ทำให้มองเห็นรถคันอื่นได้ไม่ชัดก่อนถอยออก
  9. เช็ครถที่จอดฝั่งตรงข้ามและข้างบ้าน
  10. หากมีรถสองคัน ควรทดลองทั้งสองคัน หรืออย่างน้อยนำขนาดจริงของรถทั้งคู่มาเทียบกับพื้นที่

ทดลอง ทาวน์เฮ้าส์จอดรถหน้าบ้าน โดยเปิดประตูรถและฝาท้าย เพื่อเช็คพื้นที่ขึ้นลงรถ ขนของ และทางเดินเข้าบ้าน

     ควรกลับไปดูพื้นที่ช่วงเย็นหลังคนส่วนใหญ่กลับถึงบ้านแล้วด้วย เพราะถนนที่โล่งในช่วงกลางวันอาจมีรถจอดมากขึ้นในเวลาที่เราต้องนำรถกลับเข้าบ้านจริง


     หากทำได้ การกลับไปดูอีกครั้งในวันหยุดก็ช่วยให้เห็นรถของผู้มาติดต่อ รถส่งของ และลักษณะการใช้พื้นที่หน้าบ้านที่อาจแตกต่างจากวันธรรมดา


ถ้าทดลองรถจริงไม่ได้ ควรวัดอะไรบ้าง

     ถ้ายังไม่สามารถนำรถไปทดลองได้ ให้จดขนาดรถจริงและเตรียมสายวัดไปเทียบกับพื้นที่แทน อย่าใช้การประเมินด้วยสายตาเพียงอย่างเดียว เพราะระยะที่ต่างกันเพียงเล็กน้อยอาจมีผลต่อการเปิดประตูหรือการเลี้ยวรถ


     อย่างน้อยควรวัด

  • ความกว้างของพื้นที่ว่างที่รถจอดได้จริง
  • ความลึกจากด้านในถึงแนวประตูรั้ว
  • ความกว้างของช่องเปิดประตูรั้ว
  • ตำแหน่งเสา กำแพง ตู้ไฟ และสิ่งกีดขวาง
  • ระยะด้านข้างสำหรับเปิดประตูรถ
  • พื้นที่ด้านท้ายสำหรับเปิดฝาท้าย
  • ทางเดินจากรถถึงประตูบ้าน
  • ความกว้างของถนนบริเวณหน้าบ้าน
  • ตำแหน่งสิ่งกีดขวางฝั่งตรงข้ามช่องจอด
  • ความชันและจุดต่างระดับที่รถต้องผ่าน


     ควรถ่ายรูปพื้นที่จากมุมหน้าตรงและจากถนนเข้าหาประตูรั้วเก็บไว้ด้วย จะช่วยให้กลับมาเทียบกับขนาดรถหรือเปรียบเทียบบ้านหลายหลังได้ง่ายกว่าพยายามจำรายละเอียดจากการดูเพียงครั้งเดียว


     ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวเลขเดียวมาตัดสินว่าพื้นที่จอดรถต้องกว้างหรือยาวเท่าไรสำหรับทุกบ้าน เพราะขนาดรถ รูปแบบประตู ตำแหน่งเสา ความกว้างถนน และลักษณะการใช้งานของแต่ละครอบครัวต่างกัน สิ่งสำคัญคือวัดรถของเราแล้วนำไปเทียบกับพื้นที่จริงของบ้านแต่ละหลัง


ทาวน์เฮ้าส์จอดรถหน้าบ้าน — สะดวกหรือไม่ ให้ตัดสินจากการใช้งานจริง

     ก่อนซื้อให้จำหลักง่าย ๆ ว่า “วัดพื้นที่ + วัดรถ + ทดลองวงเลี้ยว + ทดลองใช้งานจริง”


     จำนวนที่จอดรถในประกาศเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น หากรถอยู่ในแนวรั้วได้แต่เปิดประตูลำบาก ต้องย้ายรถอีกคันทุกครั้ง หรือเลี้ยวเข้ายากเมื่อมีรถฝั่งตรงข้าม ปัญหาเหล่านี้ควรนำมาพิจารณาก่อนวางมัดจำ ไม่ใช่รอจนย้ายเข้าอยู่แล้วจึงพบว่าพื้นที่จอดรถไม่เหมาะกับการใช้งานในแต่ละวัน


     หากกำลังเปรียบเทียบทาวน์เฮ้าส์หลายหลัง ควรแยกเรื่องพื้นที่จอดรถออกจากการตรวจสภาพตัวบ้าน เพื่อไม่ให้ข้อดีด้านหนึ่งทำให้มองข้ามข้อจำกัดอีกด้าน


     เมื่อเช็คเรื่องพื้นที่จอดรถแล้ว ควรใช้แนวทาง ดูบ้านก่อนซื้อ ต้องเช็คอะไรบ้าง เพื่อไล่ดูสภาพตัวบ้าน ระบบน้ำไฟ และสภาพแวดล้อมด้านอื่นต่อให้ครบก่อนตัดสินใจ


     ก่อนตัดสินใจซื้อทาวน์เฮ้าส์ ควรนำรถคันที่ใช้งานจริงไปทดลองทั้งแบบขับหน้าเข้าและถอยเข้า ลองเปิดประตู เดินเข้าบ้าน เปิดฝาท้าย และดูสภาพถนนในช่วงที่เพื่อนบ้านนำรถกลับมาจอดแล้ว หากนำรถไปทดลองไม่ได้ ควรวัดทั้งขนาดรถ พื้นที่จอด ช่องเปิดประตูรั้ว และพื้นที่ที่ต้องใช้ในการเลี้ยวรถให้ครบก่อนตัดสินใจ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น