บ้านสวย

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ ขายบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน | HomeForSaleInTH

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน พร้อมสาระก่อนซื้อบ้าน ดูทำเล ค่าใช้จ่าย และเช็คจุดสำคัญก่อนตัดสินใจ

ค่าใช้จ่ายวันโอนอสังหาริมทรัพย์มีอะไรบ้าง? บ้าน คอนโด ที่ดิน และทรัพย์ธุรกิจต่างกันอย่างไร

ค่าใช้จ่ายวันโอนอสังหาริมทรัพย์ กับผู้ซื้อและผู้ขายกำลังตรวจเอกสาร เครื่องคิดเลข และกุญแจ โดยมีบ้านและคอนโดอยู่ด้านหลัง

     ค่าใช้จ่ายวันโอนอสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้มีเพียงค่าธรรมเนียมการโอนเท่านั้น แต่อาจมีทั้งภาษีและอากร ค่าจดจำนอง ค่าใช้จ่ายในการปลดภาระเดิม ค่าส่วนกลาง หรือยอดค้างที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์นั้น ๆ ก่อนถึงวันนัดโอนจึงควรแยกให้ชัดว่า ต้องจ่ายค่าอะไร ค่าใช้จ่ายนั้นเกิดจากอะไร และใครเป็นผู้รับผิดชอบ แทนที่จะเตรียมเงินโดยดูเฉพาะเปอร์เซ็นต์ค่าธรรมเนียมการโอนเพียงรายการเดียว


     บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม ที่ดิน คอนโด โรงงาน ตึกแถว และอาคารพาณิชย์ อาจมีค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบางส่วนคล้ายกัน แต่รายละเอียดที่ต้องเตรียมเพิ่มเติมแตกต่างกัน ส่วนการ “เซ้งกิจการ” ควรแยกพิจารณาต่างหาก เพราะคำว่าเซ้งไม่ได้หมายความว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินหรืออาคารในทุกกรณี


ค่าใช้จ่ายวันโอนอสังหาริมทรัพย์ มีอะไรบ้าง

     ก่อนแยกดูตามประเภททรัพย์ ควรแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อให้เห็นชัดว่าแต่ละรายการเกิดจากอะไร และใครอาจเป็นผู้รับผิดชอบ


1. ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน

     กลุ่มแรกคือค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม เช่น การโอนกรรมสิทธิ์ และการจดจำนองในกรณีที่ผู้ซื้อใช้สินเชื่อและนำทรัพย์นั้นไปจำนองเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงิน


     ค่าธรรมเนียมการโอนกับค่าจดจำนองเป็นคนละรายการ ผู้ซื้อที่ใช้เงินของตนเองและไม่มีการจำนองจึงอาจไม่มีค่าจดจำนอง ส่วนทรัพย์ที่ยังติดจำนองเดิมอยู่ ต้องดำเนินการไถ่ถอนหรือปลดภาระเดิมให้เรียบร้อยตามขั้นตอนก่อนหรือพร้อมกับการโอน


     อัตราค่าธรรมเนียมและมาตรการลดค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลา ก่อนวันจดทะเบียนจึงควรตรวจสอบข้อมูล ค่าธรรมเนียม ภาษี และอากรจากกรมที่ดิน อีกครั้ง และไม่ควรนำอัตราจากบทความเก่าหรือกรณีของผู้อื่นมาใช้กับกรณีของตนโดยไม่ตรวจเงื่อนไขก่อน


2. ภาษีและอากร

     การขายอสังหาริมทรัพย์อาจเกี่ยวข้องกับภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรืออากรแสตมป์ โดยจะใช้หลักเกณฑ์ใดนั้นขึ้นอยู่กับข้อมูลของผู้ขายและลักษณะการซื้อขายในแต่ละกรณี


     ผู้ที่ต้องการตรวจว่าการขายของตนเกี่ยวข้องกับภาษีประเภทใด ควรดูข้อมูล ภาระภาษีจากการขายอสังหาริมทรัพย์ของกรมสรรพากร และตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากข้อมูลของผู้ขายจริงก่อนนำไปคำนวณ


     การคำนวณภาษีไม่ได้ใช้สูตรเดียวกันทั้งหมด เพราะอาจต้องพิจารณาหลายปัจจัย เช่น

  • ผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
  • ผู้ขายได้ทรัพย์มาโดยวิธีใด
  • ถือครองทรัพย์มานานเท่าใด
  • ราคาซื้อขาย
  • ราคาประเมินที่ใช้ในการคำนวณ
  • ลักษณะการขายและเงื่อนไขยกเว้นตามกฎหมาย


     ภาษีธุรกิจเฉพาะกับอากรแสตมป์ไม่ควรนำมารวมเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียพร้อมกันในทุกกรณี เพราะแต่ละรายการมีหลักเกณฑ์ต่างกัน และต้องพิจารณาจากลักษณะการซื้อขายจริงว่าเข้าข่ายต้องเสียรายการใด


     หากต้องการทราบยอดที่ควรเตรียมจริง ควรตรวจจากเอกสารของผู้ขาย และสอบถามสำนักงานที่ดินหรือกรมสรรพากรก่อนกำหนดงบสำหรับวันโอน


3. ค่าใช้จ่ายอื่นและภาระที่ต้องจัดการ

     นอกจากค่าธรรมเนียมและภาษีแล้ว ยังอาจมีค่าใช้จ่ายอื่นที่ไม่ได้เรียกเก็บในชื่อ “ค่าธรรมเนียมการโอน” โดยตรง แต่ควรจัดการให้เรียบร้อยก่อนหรือในวันโอน เช่น

  • ค่าจดจำนองของผู้ซื้อ
  • ค่าใช้จ่ายหรือขั้นตอนในการไถ่ถอนจำนองเดิม
  • ค่าส่วนกลางและยอดค้าง
  • ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคลอาคารชุดหรือนิติบุคคลหมู่บ้าน
  • ค่าใช้จ่ายตามสัญญาเดิมที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์
  • ทรัพย์สินหรืออุปกรณ์ที่ซื้อขายพร้อมอสังหาริมทรัพย์
  • ค่าใช้จ่ายอื่นที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันไว้


     รายการเหล่านี้ทำให้การเตรียมเงินสำหรับบ้าน คอนโด ที่ดิน หรือทรัพย์ธุรกิจแต่ละประเภทแตกต่างกัน จึงไม่ควรใช้สูตรเดียวกันกับทุกกรณี


ใครเป็นคนจ่ายค่าโอน ผู้ซื้อหรือผู้ขาย

     ไม่ควรเข้าใจว่าผู้ซื้อเป็นผู้จ่ายทั้งหมด ผู้ขายเป็นผู้จ่ายทั้งหมด หรือค่าใช้จ่ายทุกอย่างต้องแบ่งกันคนละครึ่ง เพราะแต่ละรายการมีหลักเกณฑ์ต่างกัน


     ภาษีบางประเภทเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ขายและข้อมูลทางภาษีของผู้ขาย ส่วนค่าธรรมเนียมบางรายการผู้ซื้อและผู้ขายอาจตกลงกันได้ว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ขณะที่ค่าจดจำนองมักเกิดขึ้นเมื่อผู้ซื้อใช้สินเชื่อและนำทรัพย์ไปจำนองกับสถาบันการเงิน


     ก่อนวันโอนจึงควรตกลงให้ชัดอย่างน้อยว่า

  • ค่าธรรมเนียมการโอนใครเป็นผู้รับผิดชอบ
  • ภาษีและอากรแต่ละรายการเป็นภาระของใคร
  • ผู้ซื้อจะจดจำนองใหม่หรือไม่
  • มีภาระจำนองเดิมที่ต้องไถ่ถอนหรือไม่
  • ค่าส่วนกลางหรือยอดค้างจะชำระถึงวันใด
  • ค่าใช้จ่ายอื่นตามสัญญาจะแบ่งกันอย่างไร


     รายละเอียดเหล่านี้ควรเขียนไว้ในสัญญาหรือข้อตกลงที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน ไม่ควรรอไปตกลงกันใหม่ในวันจดทะเบียน เพราะอาจทำให้เข้าใจไม่ตรงกันหรือเตรียมเงินมาไม่เพียงพอ


     หากเริ่มเห็นว่ามีเอกสาร สินเชื่อ หรือขั้นตอนบางอย่างอาจดำเนินการไม่ทันตามกำหนด ควรแยกไปดูเรื่อง โอนบ้านไม่ทันกำหนด เพื่อเตรียมวิธีติดตามปัญหาและตกลงกับอีกฝ่ายก่อนถึงวันนัดจริง

ผู้ซื้อและผู้ขายกำลังตรวจเอกสารหลายชุดบนโต๊ะ พร้อมเครื่องคิดเลข ปากกา และกุญแจ เพื่อแบ่งรายการที่ต้องรับผิดชอบก่อนโอน

ตารางเปรียบเทียบ บ้าน คอนโด ที่ดิน และทรัพย์ธุรกิจต้องเช็คอะไรเพิ่ม

ประเภททรัพย์ จุดที่ควรเตรียมและเช็คเพิ่มเติม
บ้านเดี่ยว ภาระจำนองเดิม ค่าส่วนกลางหมู่บ้าน ยอดค้าง และข้อตกลงเรื่องการส่งมอบ
ทาวน์เฮ้าส์ / ทาวน์โฮม นิติบุคคลหมู่บ้าน ค่าส่วนกลาง ภาระที่จดทะเบียนในโฉนด และข้อกำหนดของโครงการ
ที่ดินเปล่า ภาระจำนอง ภาระจำยอม สิทธิผ่านทาง และรายการจดทะเบียนอื่น
คอนโด หนังสือรับรองการปลอดหนี้ ค่าส่วนกลาง ยอดค้าง และภาระจำนอง
โรงงาน แยกที่ดินและอาคารออกจากเครื่องจักร อุปกรณ์ สิทธิ และใบอนุญาต
ตึกแถว ผู้เช่า สัญญาเดิม และทรัพย์สินของกิจการที่อาจขายรวม
อาคารพาณิชย์ การใช้งานเชิงธุรกิจ ผู้เช่า ระบบภายในอาคาร และทรัพย์สินที่ขายรวม
เซ้งกิจการ ต้องตรวจว่ากำลังโอนอสังหาริมทรัพย์ สิทธิการเช่า หรือทรัพย์สินของกิจการ


     ตารางนี้มีไว้ช่วยให้เห็นว่าทรัพย์แต่ละประเภทมีเรื่องใดที่ต้องตรวจเพิ่มเติม ไม่ใช่สูตรสำหรับคำนวณจำนวนเงิน เพราะยอดจริงยังขึ้นอยู่กับรายการที่จดทะเบียน สถานะของผู้ขาย ภาระที่ติดอยู่กับทรัพย์ ข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย และมาตรการที่มีผลในวันที่โอน


ค่าใช้จ่ายวันโอนอสังหาริมทรัพย์ สำหรับบ้านเดี่ยว ต้องเตรียมอะไรบ้าง

     หากเป็นการซื้อขายบ้านเดี่ยวพร้อมที่ดิน ค่าใช้จ่ายหลักอาจมีทั้งค่าธรรมเนียมการโอน ภาษีหรืออากรตามกรณี และค่าจดจำนองหากผู้ซื้อใช้สินเชื่อ


     ถ้าบ้านยังติดจำนองกับธนาคารของผู้ขาย ควรเช็คยอดปิดบัญชีและขั้นตอนการไถ่ถอนให้ชัดก่อนวันโอน เพื่อให้การปลดภาระเดิมและการโอนกรรมสิทธิ์ดำเนินไปตามขั้นตอนของธนาคารและสำนักงานที่ดินได้อย่างต่อเนื่อง


     สำหรับบ้านในโครงการ ควรสอบถามเรื่องค่าส่วนกลาง ยอดค้าง และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคลหมู่บ้านเพิ่มเติมด้วย เพราะแต่ละโครงการอาจมีรายละเอียดไม่เหมือนกัน จึงควรขอข้อมูลล่าสุดของบ้านแปลงนั้นก่อนกำหนดวันนัดโอน


     ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ควรแยกออกจากงบซ่อมแซม ตกแต่ง หรือปรับปรุงบ้านหลังรับมอบ เพราะเป็นคนละส่วนของงบประมาณในการซื้อบ้าน


ค่าใช้จ่ายวันโอนทาวน์เฮ้าส์และทาวน์โฮมต่างจากบ้านเดี่ยวหรือไม่

     ทาวน์เฮ้าส์และทาวน์โฮมที่โอนพร้อมที่ดินมีค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนหลักใกล้เคียงกับบ้านเดี่ยว สิ่งที่ควรเช็คเพิ่มจึงเป็นเรื่องนิติบุคคลหมู่บ้าน ค่าส่วนกลาง ยอดค้าง ภาระจำนอง และข้อกำหนดของโครงการ มากกว่าการใช้สูตรคำนวณค่าโอนอีกชุดหนึ่ง


     ก่อนวันโอนควรตรวจให้ชัดว่า

  • มีนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือไม่
  • ค่าส่วนกลางชำระถึงงวดใด
  • มีค่าปรับหรือยอดค้างหรือไม่
  • โฉนดมีจำนองหรือภาระอื่นจดทะเบียนอยู่หรือไม่
  • มีรายการใดที่เจ้าของเดิมต้องจัดการก่อนส่งมอบหรือไม่


     ถ้ากำลังซื้อทาวน์เฮ้าส์มือสอง ควรแยกงบวันโอนออกจากงบซ่อมแซม ต่อเติม หรือปรับพื้นที่ เพราะค่าใช้จ่ายหลังรับมอบอาจมีผลต่องบรวมไม่น้อยกว่าค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียน


ค่าใช้จ่ายวันโอนที่ดินเปล่าต่างจากบ้านตรงไหน

     ที่ดินเปล่าไม่มีตัวอาคารและไม่มีค่าใช้จ่ายของนิติบุคคลอาคารชุด แต่ยังอาจมีภาระที่จดทะเบียนไว้หรือค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องตรวจสอบก่อนวันโอน


     ก่อนวันโอนควรเช็คว่า

  • ที่ดินติดจำนองหรือไม่
  • มีภาระจำยอม สิทธิผ่านทาง หรือรายการจดทะเบียนอื่นหรือไม่
  • ราคาซื้อขายและราคาประเมินมีผลต่อการคำนวณรายการใดบ้าง
  • ผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
  • ภาษีหรืออากรใดเกี่ยวข้องกับการซื้อขายครั้งนี้


     สิ่งสำคัญคืออย่าเข้าใจว่าเมื่อจดทะเบียนโอนสำเร็จแล้ว หมายความว่าทุกเรื่องเกี่ยวกับที่ดินได้รับการตรวจครบถ้วน เพราะเรื่องทางเข้าออก แนวเขต ระดับพื้นที่ หรือข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์ เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ควรตรวจตั้งแต่ก่อนตัดสินใจซื้อ


     ก่อนเดินมาถึงขั้นตอนวันโอน ผู้ซื้อควรแยกไปตรวจ ปัญหาที่ดินก่อนซื้อ ให้ครบ โดยเฉพาะทางเข้าออก แนวเขต ภาระของผู้อื่น และข้อจำกัดที่อาจกระทบการใช้พื้นที่จริง

ค่าใช้จ่ายวันโอนอสังหาริมทรัพย์ สำหรับที่ดินควรพิจารณาควบคู่กับสภาพแปลง ทางเข้า ถนน และสิ่งแวดล้อมรอบพื้นที่

     ดังนั้นผู้ซื้อที่ดินควรแยกเรื่อง “ค่าใช้จ่ายวันโอน” ออกจากเรื่อง “ที่ดินสามารถนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการได้หรือไม่” ให้ชัดเจน


ค่าใช้จ่ายวันโอนอสังหาริมทรัพย์ สำหรับคอนโด มีอะไรเพิ่มจากบ้านและที่ดิน

     คอนโดต่างจากบ้านและที่ดินตรงที่มีนิติบุคคลอาคารชุดเข้ามาเกี่ยวข้อง และก่อนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดต้องตรวจเรื่องหนี้ค่าส่วนกลาง รวมถึงเอกสารที่จำเป็นตามกฎหมายและข้อกำหนดของอาคาร


     ก่อนวันโอนควรเช็คอย่างน้อยว่า

  • มีหนังสือรับรองการปลอดหนี้พร้อมแล้วหรือยัง
  • ค่าส่วนกลางชำระถึงงวดใด
  • มียอดค้างหรือค่าปรับหรือไม่
  • มีค่าใช้จ่ายพิเศษที่ได้รับอนุมัติไว้แล้วหรือไม่
  • ห้องยังติดจำนองกับธนาคารเดิมหรือไม่
  • ผู้ซื้อจะจดจำนองใหม่หรือไม่

ผู้ซื้อคอนโดนั่งตรวจเอกสารในโถงส่วนกลาง โดยมีโทรศัพท์และคีย์การ์ดวางอยู่บนโต๊ะก่อนดำเนินการโอนห้อง

     หากอาคารมีเงินกองทุนหรือค่าใช้จ่ายพิเศษ ควรถามให้ชัดว่ารายการใดชำระแล้ว รายการใดยังต้องชำระ และผู้ซื้อกับผู้ขายตกลงกันอย่างไรว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ


     สำหรับคอนโดมือสอง ควรตรวจเรื่องค่าส่วนกลางและเอกสารจากนิติบุคคลตั้งแต่ก่อนนัดโอน ไม่ควรรอให้ถึงวันจดทะเบียนแล้วจึงเริ่มสอบถามยอดหรือขอเอกสาร


     ถ้าต้องการประเมินภาระของห้องให้ละเอียดขึ้น ควรดูเรื่อง ค่าส่วนกลางคอนโด เพิ่มเติม ทั้งยอดค้าง วิธีเรียกเก็บ เงินกองทุน และค่าใช้จ่ายพิเศษที่อาจมีผลต่อเงินที่ต้องเตรียมก่อนและหลังรับโอน


ค่าใช้จ่ายวันโอนอสังหาริมทรัพย์ สำหรับโรงงาน ต้องแยกทรัพย์สินอะไรบ้าง

     โรงงานเป็นกรณีที่ควรแยกรายการซื้อขายให้ละเอียด เพราะราคาที่ตกลงกันอาจไม่ได้เป็นเพียงค่าที่ดินและอาคาร แต่อาจรวมทรัพย์สินอื่นที่ใช้ในการประกอบกิจการด้วย เช่น

  • ที่ดิน
  • อาคารโรงงาน
  • อาคารสำนักงาน
  • เครื่องจักร
  • ระบบไฟฟ้าหรือระบบสาธารณูปโภคเฉพาะ
  • อุปกรณ์
  • ทรัพย์สินที่ใช้ในกิจการ
  • สิทธิหรือใบอนุญาตบางประเภท

ค่าใช้จ่ายวันโอนอสังหาริมทรัพย์ สำหรับโรงงานควรแยกตัวอาคารออกจากชั้นวางสินค้า อุปกรณ์ และทรัพย์สินที่ใช้ในกิจการ

     ก่อนประเมินค่าใช้จ่ายจึงต้องแยกให้ชัดว่าอะไรเป็น “อสังหาริมทรัพย์ที่ต้องจดทะเบียนโอน” และอะไรเป็น “ทรัพย์สินหรือสิทธิอื่นที่ขายรวมมาด้วย”


     เครื่องจักร อุปกรณ์ หรือสินค้าคงเหลือ ไม่ควรนำไปรวมเป็นค่าโอนที่สำนักงานที่ดินทั้งหมด เพียงเพราะทรัพย์เหล่านั้นรวมอยู่ในข้อตกลงซื้อขายฉบับเดียวกัน


     หากผู้ขายเป็นบริษัทหรือนิติบุคคล ภาษีที่เกี่ยวข้องก็อาจแตกต่างจากการขายบ้านของบุคคลธรรมดา จึงควรให้ผู้ทำบัญชี ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจรายละเอียดของการซื้อขายจริงก่อนกำหนดจำนวนเงินที่ต้องเตรียม


ค่าใช้จ่ายวันโอนตึกแถว ต้องดูอะไรเพิ่ม

     ถ้าเป็นการซื้อกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมตึกแถว หลักค่าธรรมเนียมและภาษียังต้องพิจารณาจากรายการที่จดทะเบียนจริง เช่นเดียวกับอสังหาริมทรัพย์แนวราบประเภทอื่น


     สิ่งที่ควรตรวจเพิ่มคือสภาพการใช้งานของทรัพย์ เช่น

  • มีผู้เช่าอยู่หรือไม่
  • มีสัญญาเช่าเดิมหรือไม่
  • มีเงินประกันผู้เช่าที่ต้องส่งต่อหรือไม่
  • มีอุปกรณ์ เฟอร์นิเจอร์ หรือทรัพย์สินของกิจการขายรวมมาด้วยหรือไม่
  • มีจำนองหรือภาระเดิมที่ต้องปลดหรือไม่


     รายการที่เกี่ยวข้องกับผู้เช่าหรือกิจการเดิมควรแยกออกจากค่าใช้จ่ายในการโอนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้เห็นชัดว่ารายการใดเป็นค่าใช้จ่ายจากการโอน และรายการใดเป็นภาระที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเดิม


ค่าใช้จ่ายวันโอนอาคารพาณิชย์ต่างจากตึกแถวหรือบ้านอย่างไร

     อาคารพาณิชย์ไม่ได้มีโครงสร้างค่าธรรมเนียมทางกฎหมายต่างจากตึกแถวหรือบ้านในทุกกรณี สิ่งที่ควรดูเพิ่มเติมคือรูปแบบการใช้งานของทรัพย์และสิ่งที่ขายรวมมากับอาคาร


     อาคารอาจใช้เป็นร้านค้า สำนักงาน พื้นที่ให้เช่า หรือใช้ประกอบธุรกิจอื่น จึงควรถามเพิ่มเติมว่า

  • มีผู้เช่าหรือสัญญาธุรกิจเดิมหรือไม่
  • มีทรัพย์สินของกิจการขายรวมมาด้วยหรือไม่
  • มีระบบหรืออุปกรณ์ใดที่ผู้ขายจะนำออก
  • มีค่าใช้จ่ายใดจากการใช้งานเดิมที่ต้องจัดการก่อนหรือไม่
  • สิ่งใดเป็นส่วนหนึ่งของอาคาร และสิ่งใดเป็นทรัพย์สินของกิจการ


     การแยกสองส่วนนี้ให้ชัดจะช่วยให้รู้ว่ารายการใดเป็นค่าใช้จ่ายจากการโอนกรรมสิทธิ์ และรายการใดควรจัดการผ่านสัญญาซื้อขายหรือข้อตกลงทางธุรกิจแยกต่างหาก


เซ้งกิจการต้องเสียค่าโอนเหมือนอสังหาริมทรัพย์หรือไม่

     ไม่จำเป็น เพราะคำว่า “เซ้งกิจการ” ที่ใช้กันทั่วไปอาจหมายถึงการรับช่วงสิทธิหรือซื้อทรัพย์สินหลายรูปแบบ ไม่ได้หมายถึงการซื้ออสังหาริมทรัพย์เสมอไป


     ตัวอย่างเช่น

  • รับช่วงสิทธิการเช่าพื้นที่
  • ซื้ออุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์
  • ซื้อสินค้าหรือทรัพย์สินของร้าน
  • รับช่วงชื่อกิจการหรือสิทธิทางธุรกิจบางส่วน
  • เปลี่ยนคู่สัญญาเช่า
  • ซื้ออาคารพร้อมกิจการ
  • ซื้อเฉพาะกิจการโดยไม่ได้ซื้อที่ดินหรืออาคาร


     ดังนั้นคำถามแรกก่อนประเมินค่าใช้จ่ายไม่ควรเป็น “ค่าโอนกี่เปอร์เซ็นต์” แต่ควรถามก่อนว่า “ในข้อตกลงนี้กำลังโอนอะไรให้กัน”


     หากมีการซื้อกรรมสิทธิ์ที่ดินหรืออาคารรวมอยู่ด้วย ส่วนที่เป็นอสังหาริมทรัพย์อาจต้องนำไปจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน


     แต่ถ้าเป็นเพียงการรับช่วงสิทธิการเช่า ซื้ออุปกรณ์ หรือรับโอนทรัพย์สินและสิทธิที่เกี่ยวข้องกับกิจการ ค่าใช้จ่ายและภาษีอาจใช้หลักเกณฑ์อีกแบบหนึ่ง และอาจต้องตรวจสัญญาเดิม รวมถึงความยินยอมจากเจ้าของพื้นที่หรือคู่สัญญาที่เกี่ยวข้อง


     ดังนั้นเพียงรู้ว่า “เซ้ง 2 ล้านบาท” ยังไม่เพียงพอสำหรับประเมินค่าใช้จ่าย ต้องแยกก่อนว่าเงินก้อนนั้นเป็นค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ ค่ารับช่วงสิทธิการเช่า ค่าอุปกรณ์ หรือค่าทรัพย์สินของกิจการส่วนใดบ้าง


ก่อนวันโอนควรถามสำนักงานที่ดิน ธนาคาร และนิติบุคคลเรื่องอะไร

     การขอข้อมูลและประมาณการจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้เตรียมเงินได้ใกล้เคียงกับจำนวนที่ต้องใช้จริงมากกว่าการคำนวณจากเปอร์เซ็นต์คร่าว ๆ เพียงอย่างเดียว


สำนักงานที่ดิน

     ควรถามเรื่อง

  • ราคาประเมินที่ใช้ในการจดทะเบียน
  • ประเภทของการจดทะเบียน
  • ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง
  • มาตรการลดค่าธรรมเนียมที่มีผลในวันโอน
  • ภาษีและอากรที่ต้องชำระตามกรณี
  • ภาระที่จดทะเบียนอยู่ในเอกสารสิทธิ์


ธนาคาร

     หากมีสินเชื่อเดิมหรือสินเชื่อใหม่ ควรถามเรื่อง

  • ยอดปิดหนี้ของผู้ขาย
  • ขั้นตอนการไถ่ถอนจำนอง
  • วงเงินที่จะจดจำนองใหม่
  • วิธีเตรียมเงินสำหรับชำระในวันโอน
  • ค่าใช้จ่ายอื่นตามสัญญาสินเชื่อที่เกี่ยวข้อง


     แต่ละธนาคารอาจมีขั้นตอนและเงื่อนไขต่างกัน จึงควรยืนยันรายละเอียดกับธนาคารที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายครั้งนั้นโดยตรง


นิติบุคคลอาคารชุดหรือนิติบุคคลหมู่บ้าน

     ควรถามว่า

  • มียอดค้างหรือไม่
  • ต้องชำระถึงวันที่เท่าใด
  • ต้องขอหนังสือรับรองหรือเอกสารใดบ้าง
  • มีค่าใช้จ่ายพิเศษที่ได้รับอนุมัติแล้วหรือไม่
  • หลังเปลี่ยนเจ้าของต้องแจ้งหรือดำเนินการอะไรเพิ่มเติม


รายการเช็คค่าใช้จ่ายก่อนวันโอน

     ก่อนกำหนดวงเงินสุดท้าย ลองเช็คตามลำดับนี้

  1. ยืนยันว่ากำลังซื้อและโอนทรัพย์สินอะไรบ้าง
  2. เช็คราคาซื้อขายและราคาประเมินที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียน
  3. ตรวจว่ามีมาตรการลดค่าธรรมเนียมที่ใช้กับกรณีของตนในวันโอนหรือไม่
  4. แยกค่าธรรมเนียมการโอนออกจากภาษีและอากร
  5. เช็คว่าผู้ซื้อจะจดจำนองหรือไม่
  6. เช็คว่าทรัพย์ติดจำนองหรือมีภาระเดิมหรือไม่
  7. ตรวจภาษีจากสถานะและข้อมูลจริงของผู้ขาย ไม่ใช้ตัวเลขจากกรณีอื่นมาคำนวณแทน
  8. เช็คค่าส่วนกลางและยอดค้างของคอนโดหรือหมู่บ้าน ถ้ามี
  9. ถ้าเป็นทรัพย์ธุรกิจ ให้แยกที่ดินและอาคารออกจากเครื่องจักร อุปกรณ์ สินค้า และสิทธิอื่น
  10. ถ้าเป็นการเซ้ง ให้ตรวจสัญญาก่อนว่ากำลังรับโอนกรรมสิทธิ์ สิทธิการเช่า หรือทรัพย์สินประเภทใด
  11. ตกลงให้ชัดว่าแต่ละรายการผู้ซื้อหรือผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบ
  12. ขอประมาณการล่าสุดจากสำนักงานที่ดิน ธนาคาร นิติบุคคล หรือผู้เกี่ยวข้องก่อนวันนัดจริงอีกครั้ง


เตรียมค่าใช้จ่ายวันโอนอย่างไรไม่ให้ใช้สูตรเดียวกับทุกทรัพย์

     การเตรียมงบสำหรับวันโอนให้เป็นระบบ ควรเริ่มจากคำถาม 3 ข้อ คือ “กำลังโอนอะไร” “มีภาระอะไรติดอยู่” และ “ใครรับผิดชอบค่าใช้จ่ายแต่ละรายการ”


     บ้านเดี่ยวกับทาวน์โฮมอาจมีขั้นตอนการจดทะเบียนใกล้เคียงกัน แต่ต้องดูค่าส่วนกลางและสถานะของโครงการเพิ่มเติม คอนโดมีเรื่องนิติบุคคลและหนังสือรับรองการปลอดหนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง ที่ดินต้องตรวจภาระที่จดทะเบียนไว้ โรงงานและอาคารพาณิชย์อาจมีทรัพย์สินของกิจการขายรวมมาด้วย ส่วนการเซ้งต้องตรวจให้ชัดก่อนว่าเป็นการซื้ออสังหาริมทรัพย์จริง หรือเป็นเพียงการรับช่วงสิทธิและกิจการ


     ก่อนถึงวันนัดโอน ควรขอประมาณการค่าใช้จ่ายจากสำนักงานที่ดิน ธนาคาร นิติบุคคล หรือผู้เกี่ยวข้องตามประเภททรัพย์อีกครั้ง พร้อมตรวจสัญญาให้ชัดว่าใครรับผิดชอบรายการใด เพราะอัตราค่าธรรมเนียม มาตรการของรัฐ เงื่อนไขทางภาษี และยอดค้าง อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเวลาและรายละเอียดของแต่ละกรณี


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น