บ้านสวย

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ ขายบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน | HomeForSaleInTH

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน พร้อมสาระก่อนซื้อบ้าน ดูทำเล ค่าใช้จ่าย และเช็คจุดสำคัญก่อนตัดสินใจ

ดูบ้านตัวอย่างก่อนซื้อบ้านโครงการ ต้องเช็คอะไร? เทียบแปลงจริง สเปกส่งมอบ และของที่ไม่ได้รวม

ผู้ซื้อจดรายละเอียดขณะ ดูบ้านตัวอย่างก่อนซื้อ ภายในห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับพื้นที่สวนหน้าบ้าน


     ดูบ้านตัวอย่างก่อนซื้อ ควรใช้บ้านตัวอย่างเป็นข้อมูลอ้างอิงเพื่อช่วยให้เห็นภาพของแบบบ้าน การจัดวางห้อง และพื้นที่ใช้สอย ไม่ควรสรุปว่าสิ่งที่เห็นทั้งหมดจะติดมากับบ้านที่กำลังจะซื้อ เพราะบ้านจริงอาจแตกต่างกันทั้งแบบบ้าน ขนาดที่ดิน ทิศของบ้าน ตำแหน่งแปลง สเปกมาตรฐาน งานตกแต่ง และโปรโมชั่น


     ก่อนวางเงินจอง ควรนำข้อมูลมาเปรียบเทียบทีละส่วน ตั้งแต่บ้านตัวอย่าง บ้านที่จะซื้อ แปลงจริง สเปกของบ้าน ไปจนถึงรายการที่จะได้รับเมื่อส่งมอบ โดยเฉพาะสิ่งที่ทำให้เราชอบบ้านตัวอย่าง หากแยกได้ชัดว่าอะไรเห็นได้จากสถานที่จริง อะไรมีเอกสารยืนยัน และอะไรยังต้องสอบถามเพิ่มเติม ก็จะช่วยลดความเข้าใจคลาดเคลื่อนก่อนตัดสินใจซื้อบ้านในโครงการ


ดูบ้านตัวอย่างก่อนซื้อ ต้องเริ่มจากเช็คว่าเป็นแบบเดียวกับบ้านที่จะซื้อหรือไม่

     สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่ดูว่าบ้านตัวอย่างสวยแค่ไหน แต่ควรเช็คก่อนว่าบ้านตัวอย่างกับบ้านที่กำลังสนใจเป็นแบบเดียวกันจริงหรือไม่ เพราะบ้านที่หน้าตาคล้ายกันอาจเป็นคนละแบบ หรือแม้จะเป็นแบบเดียวกัน ก็อาจมีพื้นที่ใช้สอยและรายละเอียดบางส่วนแตกต่างกัน


     เริ่มจากจดข้อมูลของบ้านตัวอย่างไว้ แล้วนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลของบ้านที่จะซื้อ


     บ้านตัวอย่างควรรู้ข้อมูลอย่างน้อยดังนี้:

  • ชื่อแบบบ้าน
  • พื้นที่ใช้สอย
  • จำนวนชั้น
  • จำนวนห้องนอนและห้องน้ำ
  • จำนวนที่จอดรถ
  • การจัดวางห้องและพื้นที่ของแต่ละชั้น


     บ้านที่จะซื้อควรรู้ข้อมูลดังนี้:

  • ชื่อแบบบ้าน
  • พื้นที่ใช้สอย
  • ขนาดที่ดิน
  • เลขแปลง
  • สถานะการก่อสร้าง
  • มีแบบย่อยหรือมีการปรับรายละเอียดเฉพาะแปลงหรือไม่


     หากชื่อแบบ พื้นที่ใช้สอย หรือการจัดวางห้องไม่ตรงกัน ไม่ควรนำความรู้สึกจากการเดินชมบ้านตัวอย่างมาใช้แทนข้อมูลของบ้านจริงทั้งหมด ควรขอดูแบบบ้านและข้อมูลของแปลงที่สนใจเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ


     หากต้องการเช็คบ้านในภาพรวมตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้าชมจนถึงก่อนตัดสินใจซื้อ ควรอ่านแนวทางการดูบ้านก่อนซื้อแยกต่างหาก เพราะบทนี้เน้นเฉพาะการเปรียบเทียบบ้านตัวอย่างกับบ้านและแปลงที่จะซื้อจริง


ดูบ้านตัวอย่างก่อนซื้อ ต้องเทียบกับแปลงจริงตรงไหนบ้าง

     แม้ตัวบ้านจะเป็นแบบเดียวกัน แต่สภาพแวดล้อมและการใช้งานของแต่ละแปลงอาจไม่เหมือนกัน บ้านตัวอย่างอาจอยู่ในพื้นที่จัดแสดงที่มีสวนกว้าง มีพื้นที่โล่งด้านข้าง หรืออยู่ในตำแหน่งที่มองออกไปแล้วรู้สึกโปร่ง ขณะที่บ้านที่จะซื้ออาจอยู่บนถนนย่อย บริเวณทางโค้ง ปลายซอย ใกล้พื้นที่ส่วนกลาง หรือมีบ้านข้างเคียงอยู่ครบทุกด้าน


     จึงควรแยกให้ชัดว่าอะไรเป็นลักษณะของ “แบบบ้าน” และอะไรเป็นผลจาก “ตำแหน่งของแปลง”


จุดที่เทียบ บ้านตัวอย่าง บ้านหรือแปลงที่จะซื้อ
แบบบ้าน ชื่อแบบและการจัดวางห้อง ตรงกันหรือไม่
ขนาดที่ดิน ขนาดพื้นที่ของบ้านตัวอย่าง ขนาดของแปลงจริง
พื้นที่ข้างบ้าน ดูจากพื้นที่จัดแสดง มากหรือน้อยกว่า
หน้าบ้าน ระยะและพื้นที่เปิด ถนนและระยะจริง
หลังบ้าน พื้นที่ที่จัดไว้ให้เห็น พื้นที่ใช้งานจริง
บ้านข้างเคียง อาจยังไม่มีครบทุกด้าน ดูจากตำแหน่งจริง


ผู้ซื้อยืนตรวจแปลงบ้านจริง พร้อมดูถนนหน้าแปลง พื้นที่ข้างบ้าน และบ้านข้างเคียงในโครงการ


     จุดสำคัญคือไม่ควรนำความรู้สึกตอนเดินชมบ้านตัวอย่างไปใช้แทนสภาพของแปลงที่จะซื้อ เพราะพื้นที่รอบบ้านมีผลทั้งต่อการใช้งานและความรู้สึกเมื่ออยู่อาศัยจริง


     หากสามารถเข้าดูแปลงจริงได้ ควรเดินไปดูตำแหน่งก่อนจอง โดยสังเกตพื้นที่ด้านข้าง หลังบ้าน ถนนหน้าแปลง บ้านข้างเคียง และสภาพแวดล้อมรอบแปลงเท่าที่สามารถตรวจดูได้ในวันนั้น


ทิศและตำแหน่งแปลงจริงอาจทำให้บ้านรู้สึกต่างจากบ้านตัวอย่าง

     บ้านตัวอย่างอาจหันหน้าคนละทิศกับแปลงที่จะซื้อ ทำให้แสงแดด ความร้อน และมุมมองจากประตูหรือหน้าต่างแตกต่างกัน แม้การจัดวางห้องจะเหมือนกันก็ตาม


     ควรเช็คแบบง่าย ๆ ดังนี้:

  • บ้านตัวอย่างหันหน้าทิศไหน
  • แปลงจริงหันหน้าทิศไหน
  • ห้องนั่งเล่น ห้องนอน และช่องเปิดสำคัญอยู่ด้านเดียวกันหรือไม่
  • แสงที่ชอบในบ้านตัวอย่างเป็นแสงธรรมชาติหรือเกิดจากการจัดแสงภายใน
  • หากทิศของแปลงจริงต่างออกไป ยังเหมาะกับการใช้ชีวิตของคนในบ้านหรือไม่


ผู้ซื้อยืนสังเกตแสงแดดที่ตกกระทบหน้าบ้าน พร้อมดูทิศทางถนนและตำแหน่งแปลงภายในโครงการ


     ไม่จำเป็นต้องสรุปว่าทิศใดดีที่สุด เพราะแต่ละแปลงมีเงื่อนไขต่างกัน สิ่งสำคัญคือควรรู้ว่าแสงและบรรยากาศที่เห็นในบ้านตัวอย่างอาจไม่เหมือนกับบ้านที่จะซื้อจริง


     ตำแหน่งถนนก็ใช้หลักเดียวกัน หากบ้านตัวอย่างอยู่ใกล้สำนักงานขาย แต่แปลงจริงอยู่บนถนนหลัก ถนนย่อย หรือใกล้ทางแยก ควรไปดูสภาพของแปลงจริงเพิ่มเติม ไม่ควรใช้บรรยากาศรอบบ้านตัวอย่างแทนสภาพแวดล้อมของบ้านที่จะซื้อ


ดูบ้านตัวอย่างก่อนซื้อ ต้องแยกของที่รวม ของซื้อเพิ่ม และของจัดแสดง

     สิ่งที่ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ง่ายคือการเห็นบ้านตัวอย่างที่ตกแต่งเสร็จเรียบร้อย แล้วเผลอคิดว่าสิ่งที่เห็นทั้งหมดจะรวมมากับบ้านจริง


     วิธีที่เข้าใจง่ายกว่าคือแบ่งสิ่งที่เห็นออกเป็น 5 กลุ่ม:

  • สเปกมาตรฐาน — รายการที่รวมมากับบ้านตามเงื่อนไขของโครงการ
  • รายการที่ต้องซื้อเพิ่ม — ของที่ต้องเลือกหรือจ่ายเพิ่มต่างหาก
  • ของจัดแสดง — ของที่ใช้เพื่อช่วยให้เห็นภาพการตกแต่งหรือการใช้งาน
  • โปรโมชั่น — ของหรือสิทธิที่ให้ตามเงื่อนไขในช่วงนั้น
  • รายการที่ยังต้องยืนยัน — สิ่งที่ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนและควรถามเพิ่มเติม


     รายการที่ควรเช็คอาจมีดังนี้:

  • พื้น
  • ผนังและฝ้า
  • สุขภัณฑ์
  • ชุดครัว
  • เครื่องปรับอากาศ
  • งานบิลต์อิน
  • ตู้เสื้อผ้า
  • ม่าน
  • โคมไฟ
  • วอลล์เปเปอร์
  • เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • งานจัดสวน


ผู้ซื้อถือรายการตรวจขณะ ดูบ้านตัวอย่างก่อนซื้อ เพื่อเทียบงานบิลต์อิน แอร์ ชุดครัว และของตกแต่งภายในบ้าน


     ไม่ควรเดาว่ารายการใดรวมอยู่ในราคาบ้านหรือไม่ เพราะรายละเอียดอาจต่างกันตามแบบบ้าน แปลง และเงื่อนไขการขาย ควรใช้สิ่งที่เห็นในบ้านตัวอย่างเป็นจุดเริ่มต้นในการตั้งคำถาม แล้วตรวจสอบคำตอบจากข้อมูลของบ้านที่จะซื้อจริง


ขนาดเฟอร์นิเจอร์มีผลต่อความรู้สึกว่าห้องกว้างหรือแคบ

     ห้องที่ดูลงตัวในบ้านตัวอย่างอาจเกิดจากการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดพอดีกับพื้นที่ จึงควรสังเกตด้วยว่าเตียง โซฟา โต๊ะรับประทานอาหาร หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่มีขนาดประมาณเท่าไร และเมื่อจัดวางแล้วเหลือพื้นที่สำหรับเดินหรือใช้งานมากน้อยเพียงใด


     หากมีเฟอร์นิเจอร์เดิมที่ตั้งใจนำมาใช้ ไม่จำเป็นต้องวัดบ้านตัวอย่างทุกจุด แต่ควรนำขนาดของเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญไปเทียบกับแบบบ้านหรือขนาดห้องของบ้านที่จะซื้อ เพื่อดูว่าจะวางได้พอดีและยังเหลือพื้นที่ใช้งานเพียงพอหรือไม่


งานบิลต์อิน ชุดครัว แอร์ และงานสวน ควรถามให้ชัดว่าได้มาพร้อมบ้านหรือไม่

     ของบางอย่างมีผลต่อภาพรวมของบ้านมาก เช่น งานบิลต์อิน ชุดครัว เครื่องปรับอากาศ และงานสวน จึงไม่ควรถามเพียงว่า “มีให้ไหม”


     ควรถามต่อให้ชัดว่า:

  • รวมมากับบ้านแปลงนี้หรือไม่
  • เป็นสเปกมาตรฐานหรือเป็นโปรโมชั่น
  • ต้องเลือกหรือซื้อเพิ่มหรือไม่
  • เป็นเพียงของที่จัดไว้ในบ้านตัวอย่างหรือไม่
  • มีเอกสารระบุรายละเอียดไว้หรือไม่


     คำถามเหล่านี้ช่วยเปลี่ยนจากความรู้สึกว่า “น่าจะได้” ให้กลายเป็นข้อมูลที่ตรวจสอบได้ก่อนตัดสินใจ


สเปกมาตรฐานกับโปรโมชั่นต้องแยกออกจากกัน

     ของที่ได้มากับบ้านอาจมาจากเงื่อนไขที่ต่างกัน จึงไม่ควรมองว่าเป็นรายการประเภทเดียวกันทั้งหมด


     สเปกมาตรฐานคือรายการที่กำหนดไว้กับบ้านหรือแบบบ้านนั้น ส่วนโปรโมชั่นเป็นรายการเพิ่มเติมที่อาจเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา แปลงที่เลือก หรือเงื่อนไขการขายของโครงการในขณะนั้น


     ตัวอย่างรายการที่ควรแยกสถานะให้ชัด:


รายการ สิ่งที่ต้องยืนยัน
เครื่องปรับอากาศ มาตรฐาน / โปรโมชั่น / ซื้อเพิ่ม / ไม่รวม
ม่าน มาตรฐาน / โปรโมชั่น / ซื้อเพิ่ม / ไม่รวม
ชุดครัว มาตรฐาน / โปรโมชั่น / ซื้อเพิ่ม / ไม่รวม
งานบิลต์อิน มาตรฐาน / โปรโมชั่น / จัดแสดง
งานสวน มาตรฐาน / โปรโมชั่น / จัดแสดง


     หากมีโปรโมชั่น ควรตรวจข้อมูลล่าสุดของแปลงที่สนใจ และขอรายละเอียดของสิ่งที่รวมมากับบ้านให้ชัดก่อนตัดสินใจ เพราะของที่ได้รับในช่วงหนึ่งอาจไม่ได้เป็นสเปกมาตรฐานของบ้านทุกหลัง


ข้อมูลจากพนักงานขายควรแยกจากข้อมูลที่มีเอกสารยืนยัน

     ข้อมูลจากพนักงานขายช่วยให้เข้าใจแบบบ้าน แปลง และเงื่อนไขต่าง ๆ ของโครงการได้ดีขึ้น แต่รายละเอียดที่มีผลต่อการตัดสินใจควรจดแยกให้ชัดว่าเรื่องใดมีเอกสารยืนยันแล้ว และเรื่องใดยังต้องตรวจเพิ่มเติม


     หากยังอยู่ในช่วงเตรียมนัดชมโครงการ การรวบรวมคำถามไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้รู้ว่าควรถามเรื่องแบบบ้าน แปลงจริง ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขใดบ้าง โดยสามารถใช้แนวทาง ก่อนนัดดูทรัพย์จริง ควรถามอะไรเจ้าของหรือโครงการบ้าง ประกอบการเตรียมข้อมูลได้


     สามารถแบ่งข้อมูลออกเป็น 3 กลุ่มได้ดังนี้:

  • ข้อมูลจากการพูดคุย — จดสิ่งที่ได้รับแจ้งไว้ก่อน
  • ข้อมูลที่มีเอกสารรองรับ — พบรายละเอียดตรงกันในรายการสเปก ใบเสนอราคา เอกสารโปรโมชั่น หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อมูลที่ยังต้องยืนยัน — ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน จึงควรถามหรือขอเอกสารเพิ่มเติม


ผู้ซื้อสองคนตรวจแบบบ้านและรายการสเปกหลัง ดูบ้านตัวอย่างก่อนซื้อ เพื่อยืนยันรายละเอียดก่อนจอง


     ตัวอย่างเช่น หากได้รับแจ้งว่า “แอร์ให้ครบทุกห้อง” ควรจดรายละเอียดไว้ก่อน แล้วตรวจต่อในรายการสเปกหรือเอกสารโปรโมชั่นว่าระบุจำนวนและเงื่อนไขตรงกันหรือไม่


     หากยังไม่พบข้อมูลดังกล่าวในเอกสาร ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลจากพนักงานขายผิด แต่ควรถือว่าเป็นเรื่องที่ยังต้องยืนยันให้ชัดก่อนนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ


     ก่อนจองหรือทำสัญญา รายละเอียดสำคัญที่มีผลต่อสิ่งที่จะได้รับควรตรวจจากเอกสารของแปลงนั้นโดยตรง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเงื่อนไขในสัญญา ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับโครงการหรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น


     หากกำลังจะลงนามในเอกสารสำคัญ ควรอ่านรายละเอียดให้เข้าใจก่อนทุกครั้ง และสามารถศึกษา คำแนะนำเรื่องการตรวจสอบหนังสือสัญญาจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ประกอบ โดยเงื่อนไขจริงควรตรวจจากเอกสารล่าสุดของแต่ละกรณีอีกครั้ง


ถ้าบ้านจริงยังสร้างไม่เสร็จ ควรใช้ข้อมูลอะไรแทน

     บางแปลงยังอยู่ระหว่างก่อสร้างหรือยังไม่ได้เริ่มสร้าง จึงยังไม่สามารถเดินดูบ้านที่จะซื้อจริงได้ในวันที่เข้าชมโครงการ


     ในกรณีนี้ควรรวบรวมข้อมูลหลายส่วนมาดูประกอบกัน ได้แก่:

  • ผังโครงการและตำแหน่งแปลง
  • แบบบ้านของแปลงนั้น
  • ขนาดที่ดิน
  • รายการสเปก
  • รายการมาตรฐาน
  • โปรโมชั่นของแปลงนั้น
  • กำหนดส่งมอบ
  • บ้านตัวอย่างที่เป็นแบบเดียวกันหรือใกล้เคียง


     จากนั้นแบ่งข้อมูลออกเป็น 3 กลุ่ม:

  • รู้แล้ว — เห็นจากแปลงจริงหรือมีเอกสารยืนยัน
  • คาดจากบ้านตัวอย่าง — ยังไม่ได้ยืนยันกับบ้านที่จะซื้อ
  • ต้องตรวจเพิ่ม — ยังต้องสอบถามหรือรอตรวจในภายหลัง


     ตัวอย่างเช่น หากบ้านตัวอย่างติดเครื่องปรับอากาศ 4 เครื่อง ก็ยังไม่ควรสรุปว่าบ้านที่จะซื้อจะได้รับจำนวนเดียวกัน จนกว่าจะตรวจจากรายการสเปกหรือรายละเอียดโปรโมชั่นของแปลงนั้น


ข้อมูลไหนควรใช้เป็นหลักก่อนจอง

     เมื่อข้อมูลจากหลายแหล่งไม่ตรงกัน ควรให้น้ำหนักกับข้อมูลที่ระบุถึงบ้านและแปลงที่จะซื้อมากที่สุด


     เรียงลำดับความสำคัญได้ดังนี้:

  1. บ้านหรือแปลงที่จะซื้อจริง
  2. เอกสารที่ระบุข้อมูลของแปลงนั้นโดยตรง
  3. รายการสเปกมาตรฐาน
  4. ผังโครงการและแบบบ้าน
  5. บ้านตัวอย่าง
  6. โบรชัวร์หรือภาพจำลอง
  7. ข้อมูลจากการพูดคุยที่ยังไม่มีเอกสารยืนยัน


     ไม่ได้หมายความว่าบ้านตัวอย่าง ภาพนำเสนอ หรือคำอธิบายไม่มีประโยชน์ แต่ควรใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อช่วยให้เห็นภาพ ไม่ควรใช้แทนข้อมูลของบ้านที่จะซื้อ หากมีข้อมูลที่ระบุถึงแปลงนั้นโดยตรงและสามารถตรวจสอบได้ชัดเจนกว่า


     หากบ้านจริงสามารถเข้าชมได้ ควรใช้ข้อมูลจากบ้านและแปลงจริงเป็นหลัก มากกว่าความรู้สึกที่ได้จากการเดินชมบ้านตัวอย่าง


ก่อนจองบ้าน ให้ทำรายการความต่างระหว่างบ้านตัวอย่างกับบ้านที่จะซื้อ

     หลังเดินชมบ้านตัวอย่างเสร็จ ไม่ควรอาศัยความจำหรือความรู้สึกเพียงอย่างเดียว ควรทำรายการเปรียบเทียบไว้ว่าอะไรเหมือน อะไรต่าง และอะไรยังไม่มีคำตอบ


     หัวข้อที่ควรเปรียบเทียบ ได้แก่:

  • แบบบ้าน
  • พื้นที่ใช้สอย
  • ขนาดแปลง
  • ทิศหน้าบ้าน
  • ถนนหน้าแปลง
  • พื้นที่ข้างบ้านและหลังบ้าน
  • พื้น ผนัง และฝ้า
  • สุขภัณฑ์
  • ชุดครัว
  • เครื่องปรับอากาศ
  • งานบิลต์อิน
  • งานสวน
  • โปรโมชั่น
  • กำหนดส่งมอบ


     รายการใดตรงกัน ให้ทำเครื่องหมายไว้


     รายการใดต่างกัน ให้ดูต่อว่าความแตกต่างนั้นมีผลต่อการอยู่อาศัยหรือการใช้งานจริงของคุณหรือไม่


     รายการใดยังไม่รู้ ไม่ควรเดาคำตอบจากบ้านตัวอย่าง แต่ควรจดไว้เป็นเรื่องที่ต้องยืนยันก่อนจอง


     วิธีนี้ช่วยให้ครั้งต่อไปที่สอบถามโครงการ คุณมีคำถามที่ชัดเจนและตรงประเด็นมากกว่าการถามกว้าง ๆ ว่า “บ้านจริงจะเหมือนบ้านตัวอย่างไหม”


     เมื่อเทียบข้อมูลบ้านตัวอย่างกับบ้านที่จะซื้อแล้ว หากเริ่มสนใจแปลงนั้นจริง ควรทบทวนเรื่องราคา เอกสาร เงื่อนไขการจอง และรายละเอียดการส่งมอบต่อด้วย โดยใช้แนวทาง หลังดูบ้านก่อนวางมัดจำ ควรเช็คอะไรอีกให้รอบคอบ ช่วยไล่ประเด็นก่อนจ่ายเงิน


สิ่งที่ชอบในบ้านตัวอย่าง ถ้าไม่ได้รวม ยังเลือกบ้านนี้อยู่ไหม

     บ้านตัวอย่างช่วยให้เรามองเห็นว่าอะไรทำให้รู้สึกชอบแบบบ้านนั้น แต่ควรถามต่อว่าสิ่งที่ชอบเกิดจากตัวแบบบ้านจริง ๆ หรือเกิดจากการตกแต่งที่อาจไม่ได้รวมมากับบ้าน


     ลองใช้คำถามเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ:

  • สิ่งที่ชอบที่สุดในบ้านตัวอย่างคืออะไร
  • สิ่งนั้นรวมอยู่ในบ้านที่จะซื้อหรือไม่
  • หากเป็นของตกแต่งหรือของที่ต้องซื้อเพิ่ม เมื่อไม่ได้รวมแล้ว ยังชอบแบบบ้านนี้อยู่หรือไม่
  • หากแปลงจริงหันคนละทิศ ยังรับได้หรือไม่
  • หากพื้นที่ข้างบ้านน้อยกว่าบ้านตัวอย่าง ยังใช้งานได้ตามที่ต้องการหรือไม่
  • หากต้องซื้อของบางรายการเพิ่ม ยังอยู่ในงบที่เตรียมไว้หรือไม่
  • มีสิ่งใดที่คิดว่า “ได้แน่” ทั้งที่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันหรือไม่


     คำถามเหล่านี้ช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่างสิ่งที่เห็นในบ้านตัวอย่าง สิ่งที่เข้าใจว่าจะได้รับ และสิ่งที่จะได้รับจริง โดยไม่จำเป็นต้องมองบ้านตัวอย่างในแง่ลบ


เรื่องไหนเช็คตอนนี้ และเรื่องไหนต้องรอตรวจบ้านก่อนโอน

     การดูบ้านตัวอย่างเกิดขึ้นในช่วงก่อนจองหรือก่อนตัดสินใจซื้อ จึงควรแยกออกจากขั้นตอนตรวจคุณภาพงานก่อสร้างก่อนโอนให้ชัดเจน


     หากต้องการแยกให้ชัดว่าการดูบ้านในช่วงก่อนตัดสินใจต่างจากการตรวจคุณภาพบ้านก่อนรับมอบอย่างไร ควรอ่านเรื่อง ตรวจบ้านก่อนโอน ต่างจากดูบ้านก่อนซื้อยังไง เพิ่มเติม เพื่อไม่ให้ใช้รายการตรวจคนละขั้นตอนปะปนกัน


เช็คได้ตอนนี้

  • แบบบ้านตรงกันหรือไม่
  • ตำแหน่งแปลงจริง
  • ขนาดที่ดิน
  • ทิศหน้าบ้าน
  • ถนนหน้าแปลง
  • พื้นที่ข้างเคียง
  • ความแตกต่างจากบ้านตัวอย่างที่มองเห็นได้


ตรวจจากเอกสาร

  • รายการสเปกมาตรฐาน
  • วัสดุหรืออุปกรณ์ที่รวม
  • งานบิลต์อินที่รวม
  • โปรโมชั่น
  • ข้อมูลของแปลงจริง
  • กำหนดส่งมอบ


รอตรวจภายหลัง

     รายละเอียดด้านคุณภาพงาน เช่น การติดตั้งระบบต่าง ๆ หรือข้อบกพร่องของงานก่อสร้าง ควรตรวจจากบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว หรืออยู่ในขั้นตอนที่สามารถตรวจได้จริง


     การตรวจพื้น กระเบื้อง น้ำรั่ว ระบบไฟ ระบบประปา ประตู หน้าต่าง หรือรายละเอียดงานก่อสร้าง เป็นขั้นตอนอีกช่วงหนึ่งที่ควรตรวจแยกก่อนโอน ไม่ควรใช้สภาพของบ้านตัวอย่างเป็นหลักฐานว่าบ้านที่จะได้รับจะมีคุณภาพหรือสภาพเหมือนกันทุกจุด


รายการเช็คก่อนจอง: ดูบ้านตัวอย่างก่อนซื้อ ต้องดูอะไรบ้าง

     ก่อนออกจากโครงการหรือก่อนกลับไปตัดสินใจ ลองเช็คว่ามีข้อมูลสำคัญเหล่านี้ครบหรือยัง

  • [ ] รู้ชื่อแบบบ้านตัวอย่าง
  • [ ] รู้ชื่อแบบบ้านที่จะซื้อ
  • [ ] เทียบพื้นที่ใช้สอยแล้ว
  • [ ] รู้เลขแปลงจริง
  • [ ] รู้ขนาดที่ดินจริง
  • [ ] เช็คทิศบ้านจริง
  • [ ] ดูถนนหน้าแปลง
  • [ ] ดูพื้นที่และบ้านข้างเคียง
  • [ ] แยกสเปกมาตรฐาน ของที่ต้องซื้อเพิ่ม และของจัดแสดง
  • [ ] แยกสเปกมาตรฐานออกจากโปรโมชั่น
  • [ ] เช็คงานบิลต์อินที่รวมจริง
  • [ ] เช็คเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่รวมจริง
  • [ ] เช็คงานสวนที่รวมจริง
  • [ ] ขอรายการสเปกมาตรฐาน
  • [ ] ขอข้อมูลที่ระบุถึงบ้านหรือแปลงที่จะซื้อโดยตรง
  • [ ] จดข้อมูลสำคัญจากการพูดคุยไว้ตรวจสอบต่อ
  • [ ] แยกสิ่งที่รู้แล้ว สิ่งที่คาดจากบ้านตัวอย่าง และสิ่งที่ยังต้องยืนยัน
  • [ ] ทำรายการความแตกต่างก่อนจอง
  • [ ] ดูบ้านหรือแปลงจริงเมื่อสามารถเข้าชมได้
  • [ ] แยกเรื่องข้อบกพร่องของงานไว้ตรวจในขั้นตอนก่อนโอน


     การเดินชมบ้านตัวอย่างจึงไม่ควรจบเพียงคำถามว่า “ชอบบ้านตัวอย่างไหม” แต่ควรถามต่อว่า “สิ่งที่ชอบนั้นจะมีอยู่ในบ้านและแปลงที่กำลังจะซื้อจริงมากน้อยแค่ไหน”


     หากบ้านหรือแปลงจริงสามารถเข้าชมได้ ควรใช้ข้อมูลจากทรัพย์ที่จะซื้อเป็นหลัก บ้านตัวอย่างช่วยให้เห็นภาพของแบบบ้านและการใช้พื้นที่ ส่วนแบบบ้าน สเปก เอกสารของแปลง และสภาพพื้นที่จริง จะช่วยยืนยันได้ชัดกว่าว่าสุดท้ายบ้านที่ซื้อจะได้รับอะไรและมีเงื่อนไขอย่างไร


     เป้าหมายไม่ใช่การจับผิดบ้านตัวอย่าง แต่คือการทำให้เข้าใจตรงกันว่า สิ่งที่เห็นในบ้านตัวอย่าง สิ่งที่คิดว่าจะได้รับ และสิ่งที่จะได้รับจริงจากบ้านที่ซื้อ มีอะไรเหมือนหรือต่างกันบ้าง ก่อนตัดสินใจวางเงินจอง


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น