บ้านสวย

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ ขายบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน | HomeForSaleInTH

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน พร้อมสาระก่อนซื้อบ้าน ดูทำเล ค่าใช้จ่าย และเช็คจุดสำคัญก่อนตัดสินใจ

ซื้อคอนโดห้องเปล่าหรือแต่งครบดี? เทียบงบแต่ง เวลาเข้าอยู่ และของที่อาจต้องเปลี่ยน

คอนโดห้องเปล่าหรือแต่งครบ เปรียบเทียบห้องที่ยังไม่มีเฟอร์นิเจอร์กับห้องที่จัดเฟอร์นิเจอร์พร้อมใช้งาน


     ถ้ากำลังเลือกว่า คอนโดห้องเปล่าหรือแต่งครบ แบบไหนเหมาะกับการอยู่อาศัยของคุณ อย่าเพิ่งดูแค่ราคาห้องหรือความสวยในวันที่เข้าชมโครงการ เพราะสิ่งที่ควรนำมาเปรียบเทียบจริง ๆ คือ หลังซื้อแล้วต้องซื้ออะไรเพิ่ม ของชิ้นไหนใช้ต่อได้ ของชิ้นไหนต้องเปลี่ยนหรือรื้อออก และต้องใช้เงินกับเวลาอีกเท่าไรกว่าห้องจะพร้อมเข้าอยู่


     อีกเรื่องที่ควรเช็คตั้งแต่ต้นคือ คำว่า “ห้องเปล่า” และ “แต่งครบ” ไม่ได้มีความหมายเหมือนกันทุกโครงการ ห้องเปล่าบางแห่งอาจมีชุดครัว เครื่องปรับอากาศ หรือสุขภัณฑ์ติดตั้งมาให้แล้ว ขณะที่ห้องแต่งครบก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้นที่เห็นในห้องตัวอย่าง ดังนั้นก่อนเปรียบเทียบราคา ควรขอรายการสิ่งที่จะได้รับจริงของห้องที่กำลังพิจารณาให้ชัดเจนก่อน


คอนโดห้องเปล่าหรือแต่งครบ ต่างกันตรงไหนก่อนดูเรื่องราคา

     สิ่งแรกที่ควรดูไม่ใช่ว่าห้องไหนให้ของมากกว่า แต่ควรดูว่าแต่ละห้องมีอะไรให้จริง และของที่ให้มานั้นช่วยลดค่าใช้จ่ายหรือลดงานที่ต้องจัดการก่อนเข้าอยู่ได้มากน้อยเพียงใด


     ใช้รายการต่อไปนี้เป็นแนวทางเช็คเบื้องต้น


รายการ สิ่งที่ควรเปรียบเทียบ เอกสารที่ควรใช้ยืนยัน
พื้นและผนัง ใช้วัสดุอะไร และตกแต่งมาในระดับไหน รายการวัสดุมาตรฐาน
ชุดครัว มีตู้ เคาน์เตอร์ หรืออุปกรณ์อะไรให้บ้าง รายการส่งมอบ
ตู้เสื้อผ้า ไม่มี มีแบบลอยตัว หรือเป็นบิลต์อิน รายการเฟอร์นิเจอร์
เครื่องปรับอากาศ มีหรือไม่มี และติดตั้งกี่จุด รายการอุปกรณ์
ผ้าม่าน รวมมากับห้องหรือใช้ตกแต่งห้องตัวอย่างเท่านั้น รายละเอียดแพ็กเกจตกแต่ง
เตียงและที่นอน มีเฉพาะโครงเตียงหรือรวมที่นอนด้วย รายการเฟอร์นิเจอร์
โซฟาและโต๊ะ ของที่เห็นรวมอยู่ในการส่งมอบจริงหรือไม่ รายการเฟอร์นิเจอร์
ชั้นเก็บของ มีให้แล้วหรือต้องซื้อเพิ่มเอง รายการส่งมอบ
เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใดบ้าง เงื่อนไขแพ็กเกจหรือโปรโมชัน
ของตกแต่ง รวมมากับห้องจริงหรือใช้จัดห้องตัวอย่างเท่านั้น เอกสารรายการส่งมอบ


     รายการนี้ช่วยให้คำว่า “ห้องเปล่า” และ “แต่งครบ” ไม่เป็นเพียงคำเรียกกว้าง ๆ แต่กลายเป็นข้อมูลที่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้จริง


อย่าดูห้องตัวอย่างแล้วคิดว่าจะได้ทุกอย่างตามภาพ

     ห้องตัวอย่างมีไว้ช่วยให้เห็นว่าพื้นที่สามารถจัดและใช้งานได้อย่างไร แต่ของที่เห็นอยู่ภายในห้องอาจไม่ได้รวมอยู่ในราคาขายทั้งหมด


ผู้ซื้อถือเอกสารตรวจรายการเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ภายในห้องตัวอย่างที่ตกแต่งพร้อมใช้งาน


     เมื่อเห็นเฟอร์นิเจอร์หรืออุปกรณ์แต่ละชิ้น ควรแยกให้ออกว่าอยู่ในกลุ่มใด

  • รวมอยู่ในการส่งมอบ — ได้พร้อมกับห้องจริง
  • ต้องซื้อเพิ่ม — มีให้เลือก แต่ไม่ได้รวมอยู่ในราคาห้อง
  • ใช้สำหรับจัดแสดง — มีไว้สำหรับห้องตัวอย่างเท่านั้น
  • ของตามโปรโมชัน — ได้หรือไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและช่วงเวลาที่ซื้อ


     ควรตรวจจากใบเสนอราคา รายการมาตรฐานของห้อง รายการเฟอร์นิเจอร์ รายละเอียดแพ็กเกจตกแต่ง และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับห้องที่จะซื้อ ไม่ควรดูจากภาพโฆษณาหรือห้องตัวอย่างเพียงอย่างเดียวแล้วสรุปว่าจะได้รับของทุกชิ้นตามที่เห็น


     สำหรับผู้ที่ต้องการตรวจข้อมูลก่อนซื้อให้รอบด้านขึ้น สามารถดู หลักเกณฑ์การตรวจสอบก่อนซื้อห้องชุดหรือคอนโดมิเนียม จากกรมที่ดินประกอบ และควรตรวจเอกสารกับเงื่อนไขล่าสุดของห้องที่จะซื้ออีกครั้งก่อนตัดสินใจ


     ถ้ามีของแถมหรือโปรโมชัน ควรเช็คเงื่อนไขล่าสุดอีกครั้ง เพราะรายละเอียดอาจแตกต่างกันตามช่วงเวลา ห้องที่เลือก หรือเงื่อนไขการขาย


เปรียบเทียบราคาห้องอย่างไร ไม่ให้เข้าใจว่าส่วนต่างทั้งหมดคือค่าเฟอร์นิเจอร์

     ถ้าห้องหนึ่งมีราคาสูงกว่าอีกห้อง อย่าเพิ่งคิดว่าส่วนต่างทั้งหมดคือราคาเฟอร์นิเจอร์หรือค่าตกแต่ง เพราะราคาห้องอาจแตกต่างกันจากหลายปัจจัยพร้อมกัน


     ก่อนเปรียบเทียบ ควรเลือกห้องที่มีเงื่อนไขใกล้เคียงกันให้มากที่สุด เช่น

  • อยู่ในโครงการเดียวกันและเป็นแบบห้องเดียวกัน
  • มีขนาดห้องใกล้เคียงกัน
  • อยู่ในชั้นที่ใกล้เคียงกัน
  • หันไปในทิศใกล้เคียงกัน
  • อยู่ในตำแหน่งภายในอาคารที่ใกล้เคียงกัน
  • ใช้เงื่อนไขโปรโมชันแบบเดียวกัน


     จากนั้นจึงค่อยดูว่าราคาที่ต่างกันเกิดจากอะไร


     ราคาห้องอาจต่างกันเพราะชั้น ทิศ วิว ตำแหน่ง ขนาด หรือเงื่อนไขโปรโมชัน ไม่ได้เกิดจากเฟอร์นิเจอร์เพียงอย่างเดียว


     คำถามที่ควรถามจึงเป็น “เมื่อเงื่อนไขอื่นใกล้เคียงกันแล้ว เงินที่จ่ายเพิ่มนั้นทำให้เราได้รับอะไรเพิ่มขึ้นบ้าง?”


     วิธีนี้ช่วยให้เห็นชัดขึ้นว่าส่วนต่างของราคามาจากงานตกแต่งและของที่ให้มากับห้องจริงเพียงใด โดยไม่เผลอนำส่วนต่างของราคาทั้งหมดไปนับเป็นค่าเฟอร์นิเจอร์


ห้องเปล่าต้องเติมอะไรอีกก่อนเข้าอยู่

     ห้องที่ค่อนข้างเปล่าอาจเปิดโอกาสให้คุณเลือกของและจัดพื้นที่ได้ตามต้องการมากกว่า แต่ราคาห้องที่ต่ำกว่าก็ไม่ได้หมายความว่าค่าใช้จ่ายจนพร้อมเข้าอยู่จะต่ำกว่าด้วย


     ลองเริ่มจากเขียนก่อนว่าคุณต้องใช้ห้องทำอะไรบ้างในชีวิตประจำวัน เช่น

  • นอน
  • ทำอาหาร
  • ทำงานที่บ้าน
  • รับประทานอาหาร
  • เก็บเสื้อผ้า
  • เก็บของใช้ประจำวัน
  • ทำงานอดิเรก


     จากนั้นค่อยดูว่าห้องมีอะไรอยู่แล้ว และยังขาดอะไรที่จำเป็นต่อการใช้งานจริง


     สิ่งสำคัญคือควรแยกให้ชัดระหว่าง “ต้องซื้อเพิ่ม” กับ “อยากซื้อเพิ่ม”


     ต้องซื้อเพิ่ม คือของที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต แต่ห้องยังไม่มี


     อยากซื้อเพิ่ม คือมีของที่ใช้งานได้อยู่แล้ว แต่คุณต้องการเปลี่ยนเพราะรูปแบบ สี หรือความชอบส่วนตัว


     ตัวอย่างเช่น ถ้าห้องมีโต๊ะที่ยังใช้งานได้ แต่คุณไม่ชอบรูปแบบของโต๊ะนั้น ไม่ควรนับว่าห้อง “ไม่มีโต๊ะ” เพราะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นมาจากการตัดสินใจเปลี่ยนของเดิม ไม่ใช่เพราะห้องขาดของที่จำเป็น


ห้องแต่งครบมีของอยู่แล้ว แต่ชิ้นไหนใช้ต่อ เปลี่ยน เพิ่ม หรือเอาออก

     แทนที่จะดูเพียงว่าห้องแต่งครบให้เฟอร์นิเจอร์มากี่ชิ้น ลองแบ่งของแต่ละชิ้นออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อดูว่าของเหล่านั้นมีประโยชน์กับคุณจริงมากน้อยเพียงใด


กลุ่ม ใช้ตัดสินอะไร ตัวอย่าง
ใช้ต่อ มีอยู่แล้วและเหมาะกับการใช้งาน ตู้เสื้อผ้ามีขนาดพอดีและเก็บของได้เพียงพอ
เปลี่ยน มีอยู่แล้วแต่ไม่เหมาะกับการใช้งาน โต๊ะเล็กเกินไปสำหรับทำงาน
เพิ่ม ห้องยังไม่มีแต่จำเป็นต้องใช้ ต้องเพิ่มชั้นเก็บของ
เอาออก มีอยู่แล้วแต่ไม่ต้องการ บิลต์อินขวางพื้นที่ที่ต้องการใช้แบบอื่น


     กลุ่ม “เอาออก” เป็นจุดที่หลายคนมักลืมคิด เพราะการนำของเดิมออกอาจไม่ได้มีเพียงค่าขนย้ายเท่านั้น


     ถ้าเป็นของที่ติดตั้งถาวร อาจมีงานอื่นตามมา เช่น ซ่อมผนัง ทาสีใหม่ หรือเก็บรอยบริเวณพื้นก่อนนำของใหม่เข้ามาติดตั้ง


     ในทางกลับกัน ถ้าเฟอร์นิเจอร์และของที่มากับห้องส่วนใหญ่ยังใช้ต่อได้ ห้องแต่งครบก็อาจช่วยลดทั้งค่าใช้จ่ายและงานที่ต้องจัดการก่อนเข้าอยู่ได้จริง


คุณค่าของของที่ให้มา ควรวัดจากการใช้ต่อได้จริง

     ของที่ดูมีราคาไม่ได้หมายความว่าจะมีประโยชน์กับผู้ซื้อทุกคนเท่ากัน สิ่งที่ควรพิจารณามากกว่าคือ ของชิ้นนั้นเหมาะกับการใช้ชีวิตประจำวันของคุณหรือไม่


     ควรถามว่า

  • ขนาดเหมาะกับห้องหรือไม่
  • ใช้งานตรงกับชีวิตประจำวันหรือไม่
  • พื้นที่เก็บของเพียงพอหรือไม่
  • วัสดุเหมาะกับลักษณะการใช้งานหรือไม่
  • ถ้าต้องเปลี่ยนในอนาคต สามารถทำได้ง่ายหรือไม่


     ถ้าของที่มากับห้องส่วนใหญ่ต้องเปลี่ยน ประโยชน์ที่คุณได้รับจากชุดเฟอร์นิเจอร์นั้นก็ย่อมน้อยกว่าคนที่สามารถใช้ของเดิมต่อได้เกือบทั้งหมด


     ถ้าต้องการดูวิธีตรวจสภาพและความเหมาะสมของเฟอร์นิเจอร์ที่ติดมากับทรัพย์ให้ละเอียดขึ้น สามารถอ่านเรื่อง ซื้อบ้านพร้อมเฟอร์นิเจอร์ เพิ่มเติม แล้วนำหลักการที่เกี่ยวข้องมาปรับใช้กับห้องที่กำลังพิจารณา


บิลต์อินกับเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวต่างกันตรงความยืดหยุ่น

     ควรแยกของในห้องออกเป็นสองกลุ่ม เพราะของที่ติดตั้งถาวรกับของที่เคลื่อนย้ายได้มีผลต่อการปรับห้องในอนาคตไม่เหมือนกัน


     ของที่ติดตั้งถาวรหรือปรับเปลี่ยนได้ยาก

  • เฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน
  • ชุดครัวที่ติดตั้งกับห้อง
  • งานผนังบางประเภท
  • ระบบไฟที่ทำเพิ่มเพื่อรองรับการตกแต่ง


     ของที่เคลื่อนย้ายหรือเปลี่ยนได้ง่ายกว่า

  • โต๊ะ
  • เก้าอี้
  • เตียง
  • โซฟา
  • ชั้นเก็บของแบบลอยตัว


     ไม่ได้หมายความว่าบิลต์อินดีกว่าหรือแย่กว่าเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว แต่ของที่ติดตั้งถาวรมักย้ายตำแหน่งได้ยากกว่า และมักผูกกับรูปแบบการจัดห้องเดิมมากกว่า


     ถ้าในอนาคตต้องการเปลี่ยนการใช้พื้นที่ การย้ายโต๊ะหรือโซฟามักทำได้ง่ายกว่าการรื้อบิลต์อิน ซึ่งอาจทำให้ต้องซ่อมผนังหรือพื้นเพิ่มเติม


     ลองคิดเผื่อว่าอีก 3–5 ปี หากรูปแบบการใช้ชีวิตเปลี่ยน ของที่อยู่ในห้องวันนี้ยังสามารถปรับให้เข้ากับความต้องการใหม่ได้ง่ายหรือไม่


ของที่มีมาเข้ากับแปลนและชีวิตจริงหรือไม่

     การมีเฟอร์นิเจอร์ครบไม่ได้หมายความว่าห้องจะใช้งานได้ลงตัวกับชีวิตของคุณเสมอไป เพราะขนาดและตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์มีผลต่อพื้นที่ใช้งานจริง


     ลองนำของหลักที่ต้องใช้มาเทียบกับแปลนห้อง เช่น

  • เตียง
  • โต๊ะทำงาน
  • โซฟา
  • โต๊ะรับประทานอาหาร
  • ตู้เก็บของ


     จากนั้นลองดูว่า เมื่อวางของตามตำแหน่งที่ต้องการแล้ว

  • ยังมีพื้นที่เดินสะดวกหรือไม่
  • เปิดตู้และประตูได้เต็มที่หรือไม่
  • โต๊ะทำงานอยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานสะดวกหรือไม่
  • พื้นที่เก็บของเพียงพอกับของที่มีหรือไม่
  • ใช้พื้นที่แต่ละส่วนได้สะดวก โดยไม่ต้องย้ายของไปมาบ่อย ๆ หรือไม่


ผู้ซื้อใช้ตลับเมตรวัดระยะพื้นที่เดินระหว่างโซฟา โต๊ะอาหาร และเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง


     ส่วนนี้มีไว้ช่วยดูว่าเฟอร์นิเจอร์ที่มากับห้องเหมาะกับการใช้งานจริงหรือไม่ หากต้องการพิจารณาระยะ ขนาดพื้นที่ และการจัดห้องอย่างละเอียด ควรแยกไปดูเรื่องการอ่านแปลนคอนโดโดยเฉพาะ


     ถ้าต้องการเช็คขนาดพื้นที่ ตำแหน่งประตู ทางเดิน และการวางเฟอร์นิเจอร์ให้ละเอียดขึ้น สามารถอ่านเรื่อง ดูแปลนคอนโดก่อนซื้อ เพิ่มเติม เพื่อช่วยเทียบของที่มีมากับพื้นที่ใช้งานจริงได้ชัดขึ้น


คอนโดห้องเปล่าหรือแต่งครบ ต้องคิดต้นทุนจนพร้อมอยู่อย่างไร

     การเปรียบเทียบห้องสองแบบจะชัดขึ้นเมื่อไม่ดูเพียงราคาห้อง แต่รวมค่าใช้จ่ายที่ต้องเกิดขึ้นก่อนจะเข้าอยู่ได้ตามต้องการด้วย


     ใช้วิธีคิดง่าย ๆ ดังนี้


     ราคาห้อง + ของจำเป็นที่ต้องซื้อเพิ่ม + งานที่ต้องทำเพิ่ม + ค่าใช้จ่ายจากของที่ต้องรื้อหรือเปลี่ยน = ค่าใช้จ่ายรวมจนห้องพร้อมอยู่ตามความต้องการ


คอนโดห้องเปล่าหรือแต่งครบ ผู้ซื้อกำลังคำนวณงบและเลือกวัสดุสำหรับจัดห้องก่อนเข้าอยู่


     ไม่จำเป็นต้องใช้ราคากลาง เพราะราคาเฟอร์นิเจอร์ วัสดุ ค่าแรง และความต้องการของแต่ละคนแตกต่างกันมาก


     ควรใช้ราคาจริงของของที่ต้องซื้อและงานที่ต้องทำกับห้องที่กำลังพิจารณา เพื่อให้ตัวเลขใกล้เคียงกับค่าใช้จ่ายจริงของคุณมากที่สุด


     สำหรับห้องเปล่า ค่าใช้จ่ายมักเกิดจากของที่ยังไม่มีและต้องซื้อเพิ่ม


     ส่วนห้องแต่งครบ ค่าใช้จ่ายอาจเกิดจากของที่มีอยู่แล้วแต่ต้องเปลี่ยน หรือของที่ต้องรื้อออกก่อนจะใช้พื้นที่ได้ตามต้องการ


     ถ้าห้องแต่งครบมีของที่ใช้ต่อได้เกือบทั้งหมด ค่าใช้จ่ายก่อนเข้าอยู่ก็อาจลดลงได้มาก


     การคำนวณในส่วนนี้ควรนับเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดจากสภาพห้องและของที่มากับห้อง ไม่ควรนำเงินจอง เงินดาวน์ ค่าโอน ค่าส่วนกลาง หรือค่าใช้จ่ายทั่วไปในการซื้อคอนโดมารวมจนปะปนกัน


     เมื่อได้ตัวเลขค่าใช้จ่ายจนห้องพร้อมอยู่แล้ว จึงค่อยนำไปพิจารณาร่วมกับค่าใช้จ่ายอื่นตลอดกระบวนการซื้อคอนโด เพื่อให้เห็นงบทั้งหมดที่ต้องเตรียมได้ชัดขึ้น


คอนโดห้องเปล่าหรือแต่งครบ แบบไหนใช้เวลาเตรียมห้องต่างกันอย่างไร

     คำว่า “พร้อมอยู่” ไม่ควรวัดจากจำนวนเฟอร์นิเจอร์เพียงอย่างเดียว แต่ควรดูว่าหลังรับห้องแล้วยังมีงานอะไรที่ต้องทำอีก และมีสิ่งใดที่ต้องใช้เวลารอ


     ลองเขียนลำดับงานของแต่ละห้องออกมาแบบง่าย ๆ


     รับห้อง → เช็คว่าต้องทำอะไรเพิ่ม → วัดพื้นที่และสั่งของที่ยังขาด → รอสินค้า → ติดตั้ง → ตรวจและแก้งานที่จำเป็น → ทำความสะอาด → ย้ายเข้า


คอนโดห้องเปล่าหรือแต่งครบ ห้องกำลังจัดเฟอร์นิเจอร์และกล่องของให้เรียบร้อยก่อนย้ายเข้าอยู่อาศัย


     ห้องเปล่าอาจต้องใช้เวลาเลือกของ วัดพื้นที่ สั่งซื้อ รอส่ง และติดตั้งมากกว่า


     ส่วนห้องแต่งครบอาจลดขั้นตอนเหล่านี้ได้หลายอย่าง ถ้าของที่มีมาตรงกับความต้องการของคุณและสามารถใช้ต่อได้เลย


     แต่ถ้าต้องรื้อบิลต์อินหรือเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้น ห้องแต่งครบก็อาจต้องใช้เวลาเตรียมห้องเพิ่มขึ้นเช่นกัน


     จึงไม่ควรถามเพียงว่า “แบบไหนเข้าอยู่ได้เร็วกว่า” แต่ควรถามว่า “ห้องที่กำลังเลือกยังเหลืองานอะไรอีกบ้างก่อนจะย้ายเข้าได้จริง”


เวลาที่ต้องรอก็เป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง

     ช่วงที่ห้องยังไม่พร้อมเข้าอยู่ อาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายหรือภาระอื่นตามมา แม้ค่าใช้จ่ายเหล่านั้นจะไม่ได้รวมอยู่ในราคาห้องโดยตรง


     ตัวอย่างเช่น

  • ค่าเช่าที่พักเดิม
  • ค่าเดินทางเพิ่มเติม
  • ค่าเก็บของ
  • เวลาไปรับสินค้า
  • เวลาไปดูการติดตั้งหรือแก้งาน
  • การต้องปรับตารางงานเพื่อจัดการเรื่องห้อง


     ไม่จำเป็นต้องตีราคาเวลาทุกชั่วโมง แต่ควรนำระยะเวลาที่ต้องรอมาคิดร่วมกับการตัดสินใจ โดยเฉพาะถ้ามีกำหนดย้ายออกจากที่พักเดิมชัดเจนแล้ว


ถ้าของที่ให้มาไม่ตรงใจ ค่าแก้อาจมากกว่าราคาของใหม่

     เวลาจะเปลี่ยนของที่มากับห้อง อย่าคิดเฉพาะราคาของชิ้นใหม่ เพราะการนำของเดิมออกอาจทำให้เกิดงานอื่นตามมา


     ก่อนตัดสินใจเปลี่ยน ควรถามเพิ่มว่า “ถ้าเอาของเดิมออก จะต้องซ่อมหรือแก้อะไรต่ออีกหรือไม่?”


     ตัวอย่างเช่น การรื้อบิลต์อินบางส่วนอาจทิ้งรอยไว้บนผนังหรือพื้น และต้องซ่อมเก็บรายละเอียดก่อนนำของใหม่มาติดตั้ง


     ดังนั้นการเปลี่ยนของหนึ่งชิ้นอาจทำให้เกิดทั้ง

  • ค่าเอาของเดิมออก
  • ค่าขนย้าย
  • ค่าซ่อมเก็บรายละเอียด
  • ค่าของใหม่
  • ค่าติดตั้ง
  • เวลาเพิ่มก่อนเข้าอยู่


     ถ้าประเมินแล้วว่าต้องรื้อหรือแก้หลายจุด ควรแยกงบสำหรับงานปรับปรุงออกมาต่างหาก เพื่อไม่ให้ประเมินค่าใช้จ่ายของห้องต่ำกว่าความเป็นจริง


ความยืดหยุ่นของห้องสำคัญแค่ไหน ทั้งตอนเข้าอยู่และในอีกหลายปีข้างหน้า

     สำหรับคนที่ซื้อคอนโดเพื่ออยู่เอง ความเหมาะสมไม่ได้มีแค่เรื่องความสวย แต่ควรดูด้วยว่าห้องสามารถรองรับรูปแบบชีวิตที่อาจเปลี่ยนไปในอนาคตได้หรือไม่


     ลองถามตัวเองว่า

  • ต้องมีโต๊ะทำงานหรือไม่
  • ต้องการพื้นที่เก็บของมากแค่ไหน
  • มีเด็กหรือวางแผนเพิ่มสมาชิกในครอบครัวหรือไม่
  • มีสัตว์เลี้ยงหรือไม่
  • มีอุปกรณ์งานอดิเรกที่ต้องเก็บหรือใช้งานหรือไม่
  • รูปแบบการทำงานจากบ้านอาจเปลี่ยนหรือไม่
  • ในอนาคตอาจต้องเปลี่ยนตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์หรือไม่


     ห้องเปล่าอาจเปิดโอกาสให้จัดพื้นที่ได้ตามต้องการตั้งแต่ต้นมากกว่า


     ส่วนห้องแต่งครบอาจช่วยลดงานก่อนเข้าอยู่ได้มาก ถ้าของที่ให้มาตรงกับการใช้ชีวิตของคุณอยู่แล้ว


     ระยะเวลาที่ตั้งใจจะอยู่ก็มีผลต่อการตัดสินใจเช่นกัน หากคิดว่าจะอยู่หลายปี เรื่องความยืดหยุ่นและพื้นที่เก็บของในอนาคตอาจมีความสำคัญมากขึ้น


     แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่ตั้งใจอยู่ระยะยาวต้องเลือกห้องเปล่า หรือคนที่ต้องเข้าอยู่เร็วต้องเลือกห้องแต่งครบเสมอไป เพราะสิ่งสำคัญคือสภาพจริงของห้องที่กำลังนำมาเปรียบเทียบ


คอนโดห้องเปล่าหรือแต่งครบ เหมาะกับสถานการณ์แบบไหน

     ลองเทียบกับสถานการณ์ของตัวเอง แทนที่จะพยายามหาว่าห้องแบบไหน “ดีที่สุด”


     ต้องเข้าอยู่เร็ว และของที่ให้มาตรงกับการใช้งาน


     ถ้าเฟอร์นิเจอร์หลัก พื้นที่เก็บของ และการจัดห้องตรงกับชีวิตจริง ห้องแต่งครบอาจช่วยลดทั้งค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพิ่มและเวลาเตรียมห้องได้


     มีเฟอร์นิเจอร์เดิมอยู่แล้ว และอยากจัดพื้นที่เอง


     ถ้าจะนำของเดิมมาใช้หลายชิ้น ห้องที่ค่อนข้างเปล่าอาจช่วยลดปัญหาของซ้ำ และไม่ต้องเสียเวลาเอาของที่ไม่ต้องการออก


     ห้องแต่งครบแต่ต้องเปลี่ยนของหลายชิ้น


     ควรคำนวณค่ารื้อ ค่าเปลี่ยน และงานที่อาจตามมาก่อน เพราะจำนวนของที่ให้มาไม่ได้บอกว่าคุณจะได้ใช้ของเหล่านั้นจริงมากน้อยเพียงใด


     ห้องเปล่าราคาต่ำกว่า แต่ยังต้องซื้อของและรอของอีกหลายรายการ


     ควรรวมทั้งเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มและระยะเวลาก่อนย้ายเข้า เพราะส่วนต่างของราคาห้องอาจถูกชดเชยด้วยค่าใช้จ่ายและเวลาที่เพิ่มขึ้นหลังรับห้อง


คอนโดห้องเปล่าหรือแต่งครบ เปรียบเทียบอะไรบ้างก่อนตัดสินใจ

     ก่อนใช้ตารางนี้ ควรเลือกห้องที่มีขนาด ชั้น ทิศ ตำแหน่ง และเงื่อนไขราคาใกล้เคียงกันให้มากที่สุด เพื่อให้เห็นความแตกต่างที่เกิดจากสภาพห้องได้ชัดเจนขึ้น


หัวข้อ ห้องเปล่า ห้องแต่งครบ
สิ่งที่ได้ ต้องเช็ครายการมาตรฐานจริง ต้องเช็คว่าของชิ้นใดรวมอยู่จริง
เงินที่ต้องจ่ายเพิ่ม มักมาจากของที่ยังไม่มี อาจมาจากของที่ต้องเปลี่ยนหรือเอาออก
เวลาเตรียมห้อง อาจต้องเลือก สั่ง และติดตั้งของหลายรายการ อาจใช้เวลาน้อยลงถ้าของเดิมใช้ต่อได้
ความยืดหยุ่น เลือกของและจัดพื้นที่เองได้มาก ขึ้นอยู่กับของติดตั้งถาวรที่มีอยู่
เฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน อาจมีเพียงบางส่วน อาจมีมากกว่าและเปลี่ยนได้ยากกว่า
เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว เลือกตามความต้องการได้เอง เปลี่ยนหรือย้ายได้ง่ายกว่าของติดตั้งถาวร
งานก่อนย้ายเข้า เน้นซื้อและติดตั้งของเพิ่ม อาจมีทั้งใช้ต่อ เปลี่ยน หรือรื้อ
ความพร้อมเข้าอยู่ ขึ้นอยู่กับของที่ต้องเติม ขึ้นอยู่กับว่าของที่มีมาตรงกับการใช้ชีวิตมากแค่ไหน


     ตารางนี้ไม่ได้มีไว้ตัดสินว่าห้องแบบใดดีกว่า แต่ช่วยให้เห็นว่าค่าใช้จ่าย เวลา และงานที่ต้องจัดการก่อนเข้าอยู่ของแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร


คอนโดห้องเปล่าหรือแต่งครบ มีอะไรต้องเช็คก่อนเลือก

     ก่อนตัดสินใจ ลองเช็คให้ครบทีละข้อ

  • ขอรายการสิ่งที่จะได้รับจริงของห้องที่กำลังพิจารณา
  • แยกของที่รวมอยู่จริง ของที่ต้องซื้อเพิ่ม ของที่ใช้จัดแสดง และของตามโปรโมชัน
  • เช็คว่าห้องเปล่ามีอะไรให้จริง
  • เช็คว่าห้องแต่งครบมีอะไรให้จริง
  • แยกเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินออกจากเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว
  • แบ่งของเป็น ใช้ต่อ / เปลี่ยน / เพิ่ม / เอาออก
  • แยกของที่ “ต้องซื้อ” ออกจากของที่ “อยากซื้อ”
  • ประเมินของจำเป็นที่ยังต้องเพิ่ม
  • ประเมินของที่ต้องรื้อหรือเปลี่ยน
  • นำเฟอร์นิเจอร์หลักมาเทียบกับแปลนและพื้นที่ใช้งานจริง
  • ทำลำดับงานตั้งแต่รับห้องจนถึงวันย้ายเข้า
  • คิดค่าใช้จ่ายหรือภาระที่อาจเกิดขึ้นระหว่างรอห้องพร้อม
  • เช็คว่าส่วนต่างของราคามาจากแพ็กเกจตกแต่งจริงหรือมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย
  • เปรียบเทียบห้องที่มีเงื่อนไขใกล้เคียงกัน
  • ประเมินว่าต้องการอิสระในการจัดห้องมากแค่ไหน
  • คิดเผื่อรูปแบบการใช้ชีวิตในอีกหลายปีข้างหน้า
  • รวมค่าใช้จ่ายเพิ่มจนห้องพร้อมอยู่
  • จากนั้นจึงนำไปประกอบกับค่าใช้จ่ายอื่นในการซื้อคอนโด


     หากเป็นคอนโดมือสอง การดูเรื่องเฟอร์นิเจอร์เพียงอย่างเดียวยังไม่พอ ควรแยกตรวจสภาพห้อง อาคาร เอกสาร และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจด้วย เพราะเป็นคนละเรื่องกับการเลือกระหว่างห้องที่มีของน้อยกับห้องที่มีของพร้อมมากกว่า


     หากกำลังพิจารณาห้องมือสองโดยเฉพาะ ควรอ่านเรื่อง ซื้อคอนโดมือสองต้องเช็คอะไรบ้าง เพิ่มเติม เพื่อแยกการตรวจสภาพห้อง อาคาร เอกสาร และค่าใช้จ่ายออกจากการเปรียบเทียบเรื่องของที่มากับห้อง


ก่อนเลือก ให้ดูทั้งเงิน เวลา และสิ่งที่ต้องจัดการหลังซื้อ

     การเลือกระหว่างห้องเปล่ากับห้องแต่งครบสำหรับอยู่เอง ควรเริ่มจากดูรายการของที่ได้รับจริง แล้วแบ่งของแต่ละชิ้นเป็น ใช้ต่อ เปลี่ยน เพิ่ม หรือเอาออก


     จากนั้นคำนวณว่าแต่ละตัวเลือกยังต้องใช้เงินอีกเท่าไร ต้องรออะไรบ้าง และมีงานอะไรที่ต้องทำก่อนห้องจะพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน


     อย่าตัดสินจากจำนวนของแถมเพียงอย่างเดียว เพราะของที่ดูมีราคาอาจไม่ช่วยลดค่าใช้จ่ายของคุณมากนัก หากสุดท้ายต้องเปลี่ยนเกือบทั้งหมด ขณะเดียวกัน ห้องเปล่าที่ราคาต่ำกว่าก็อาจต้องใช้ทั้งเงิน เวลา และการจัดการมากกว่าที่เห็นจากราคาห้อง


     ก่อนตัดสินใจ ควรขอรายการส่งมอบจริง เช็คว่าราคาที่ต่างกันเกิดจากอะไร แบ่งของเป็น ใช้ต่อ / เปลี่ยน / เพิ่ม / เอาออก แล้ววางลำดับตั้งแต่รับห้องจนถึงวันที่พร้อมย้ายเข้า


     เป้าหมายไม่ใช่การหาว่า “ห้องเปล่าดีกว่า” หรือ “ห้องแต่งครบคุ้มกว่า” แต่คือการหาว่า ตัวเลือกไหนทำให้ห้องพร้อมสำหรับชีวิตของคุณ โดยใช้เงิน เวลา และแรงที่ต้องจัดการในระดับที่คุณรับได้


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น