บ้านสวย

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ ขายบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน | HomeForSaleInTH

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน พร้อมสาระก่อนซื้อบ้าน ดูทำเล ค่าใช้จ่าย และเช็คจุดสำคัญก่อนตัดสินใจ

ซื้อที่ดินต้องระวังอะไรบ้าง? รวมปัญหาที่ดินก่อนซื้อที่ควรเช็คก่อนวางมัดจำ

ปัญหาที่ดินก่อนซื้อ ผู้ซื้อยืนสำรวจแปลงที่ดิน ทางเข้า และหมุดแนวเขตก่อนตัดสินใจ

     ปัญหาที่ดินก่อนซื้อ ไม่ได้มีเพียงเรื่องเอกสารสิทธิหรือราคาขาย แต่ยังรวมถึงทางเข้าออก รูปทรงของแปลง แนวเขต ภาระหรือสิทธิของผู้อื่นที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน สาธารณูปโภค และข้อจำกัดในการใช้พื้นที่จริง ที่ดินบางแปลงอาจดูน่าสนใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปดู แต่เมื่อเช็คให้ละเอียดอาจพบว่าทางเข้าออกยังมีข้อสงสัย พื้นที่ที่นำมาใช้ได้จริงน้อยกว่าที่คิด หรือมีผู้อื่นถือสิทธิเกี่ยวข้องกับพื้นที่บางส่วนของแปลง


     ก่อนวางมัดจำจึงควรแยกให้ออกว่า สิ่งที่เห็นในพื้นที่เป็นเพียงสภาพการใช้งานในปัจจุบัน หรือเป็นสิทธิและข้อเท็จจริงที่มีเอกสารรองรับ เพราะสภาพที่เห็นกับสิทธิตามกฎหมายอาจไม่ตรงกันเสมอไป


ซื้อที่ดินต้องระวังอะไรบ้าง ทำไมไม่ควรดูแค่ราคาและโฉนด

     เมื่อเจอที่ดินทำเลดีหรือราคาน่าสนใจ สิ่งที่ควรถามต่อไม่ใช่เพียงว่า “ต่อราคาได้อีกไหม” แต่ควรถามด้วยว่าแปลงนี้มีข้อจำกัดอะไรที่อาจกระทบต่อการใช้งานในอนาคต


     ตัวอย่างเช่น ที่ดินอาจมีทางเข้าแต่ต้องผ่านที่ดินของผู้อื่น มีพื้นที่รวมมากแต่หน้ากว้างแคบ แนวรั้วอาจไม่ตรงกับแนวเขต หรือมีสาธารณูปโภคอยู่ใกล้แต่ยังนำเข้ามาใช้ในแปลงได้ไม่สะดวก


     การมีโฉนดจึงไม่ได้หมายความว่าจะนำที่ดินไปใช้ตามแผนได้ทุกกรณี ยังต้องพิจารณาเรื่องอื่นร่วมด้วย เช่น สิทธิในการเข้าออก รูปทรงของแปลง สภาพพื้นที่ ผังเมือง และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างหรือการใช้ประโยชน์ตามที่ตั้งใจไว้


     ถ้าพบว่าราคาต่ำกว่าที่ดินใกล้เคียงอย่างเห็นได้ชัด ก็ไม่จำเป็นต้องรีบสรุปว่าที่ดินมีปัญหา แต่ควรหาสาเหตุก่อนว่าความแตกต่างของราคาเกิดจากทำเล สภาพตลาด รูปทรงของแปลง ทางเข้าออก หรือข้อจำกัดบางอย่างของที่ดินหรือไม่


     ถ้าแปลงที่สนใจมีระดับต่ำกว่าถนน ยังไม่ได้ถม หรืออาจต้องปรับพื้นที่ก่อนใช้งาน ควรแยกพิจารณาเรื่อง ที่ดินถมแล้วกับยังไม่ถม เพิ่มเติม เพราะสภาพพื้นที่มีผลทั้งต่อการใช้งานและค่าใช้จ่ายหลังซื้อ


     ก่อนตัดสินใจควรแยกเช็คอย่างน้อย 5 เรื่อง

  • ทางเข้าออกและสิทธิในการใช้ทาง
  • รูปทรงของแปลงและพื้นที่ที่นำมาใช้ได้จริง
  • แนวเขต รั้ว และสิ่งปลูกสร้างบริเวณรอบแปลง
  • ภาระหรือสิทธิของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน
  • ผังเมือง สภาพพื้นที่ และสาธารณูปโภคที่จำเป็น


ปัญหาที่ดินก่อนซื้อ ควรแยกเรื่องสิทธิกับการใช้ประโยชน์อย่างไร

     ที่ดินบางแปลงไม่มีข้อสงสัยเรื่องกรรมสิทธิ์ แต่เมื่อนำมาใช้งานจริงกลับใช้พื้นที่ได้ไม่เต็มที่ ขณะที่บางแปลงมีถนนและรถเข้าออกได้ตามปกติ แต่สิทธิในการใช้ทางยังไม่ชัดเจน


     จึงควรแยกเช็คออกเป็นสองด้าน


     ด้านแรกคือ “เรื่องสิทธิ” เช่น ทางที่ใช้อยู่เป็นของใคร มีการจดทะเบียนสิทธิที่เกี่ยวข้องไว้หรือไม่ มีบุคคลอื่นใช้พื้นที่บางส่วนของแปลงหรือไม่ และในเอกสารมีภาระหรือข้อผูกพันใดที่ควรรู้ก่อนซื้อ


     ด้านที่สองคือ “การใช้ประโยชน์จริง” เช่น รถเข้าออกสะดวกหรือไม่ บ้านหรืออาคารที่ต้องการสามารถวางในตำแหน่งที่เหมาะสมได้หรือไม่ มีที่จอดรถและพื้นที่กลับรถเพียงพอหรือไม่ รวมถึงไฟฟ้า น้ำประปา และระบบระบายน้ำสามารถเข้าถึงจุดที่จะใช้งานได้สะดวกเพียงใด


     ถ้าเช็คเพียงด้านเดียว ผู้ซื้ออาจรู้เพียงว่าที่ดินสามารถซื้อขายได้ แต่ยังตอบไม่ได้ว่าซื้อแล้วจะนำไปใช้ตามที่ต้องการได้จริงหรือไม่

ผู้ซื้อกำลังตรวจทางเข้าแปลงด้านในที่เชื่อมผ่านทางแคบออกสู่ถนนด้านนอก

ภาระจำยอม ต้องดูว่าใครได้ประโยชน์และใครเป็นฝ่ายรับภาระ

     ภาระจำยอมเป็นสิทธิที่ทำให้อสังหาริมทรัพย์แปลงหนึ่งต้องยอมให้มีการใช้ประโยชน์บางอย่าง หรือถูกจำกัดการใช้สิทธิบางส่วน เพื่อประโยชน์ของอสังหาริมทรัพย์อีกแปลงหนึ่ง ตัวอย่างที่พบได้ เช่น การใช้พื้นที่เป็นทางผ่าน หรือการใช้พื้นที่บางส่วนสำหรับระบบสาธารณูปโภค


     ถ้าที่ดินที่กำลังสนใจเป็นฝ่ายได้รับประโยชน์ ควรเช็คว่ามีการใช้พื้นที่ส่วนใดของแปลงข้างเคียง ใช้เพื่ออะไร และมีเอกสารหรือหลักฐานใดรองรับสิทธินั้น


     แต่ถ้าที่ดินที่กำลังซื้อเป็นฝ่ายรับภาระ ต้องดูว่าพื้นที่ที่ผู้อื่นมีสิทธิใช้อยู่บริเวณใด เพราะอาจกระทบต่อการวางบ้าน การทำรั้ว การจัดทางเข้า หรือการวางผังพื้นที่ภายในแปลง


     ผู้ซื้อสามารถศึกษาหลักและตัวอย่าง การจดทะเบียนภาระจำยอมจากกรมที่ดิน เพิ่มเติม แต่กรณีของที่ดินแต่ละแปลงควรตรวจเอกสารจริงและสอบถามสำนักงานที่ดินที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ


     ภาระจำยอมอาจเกิดขึ้นได้จากหลายกรณี รวมถึงการได้มาโดยอายุความตามเงื่อนไขของกฎหมาย ดังนั้น แม้เช็คเบื้องต้นแล้วไม่พบข้อความบางอย่างในรายการจดทะเบียน ก็ยังไม่ควรรีบสรุปว่าไม่มีสิทธิหรือภาระใดเกี่ยวข้อง หากมีประวัติการใช้ทางต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน มีการใช้พื้นที่ร่วมกัน หรือมีข้อโต้แย้งกับเจ้าของที่ดินข้างเคียง ควรนำเอกสารและข้อเท็จจริงของแปลงไปสอบถามสำนักงานที่ดินหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนวางมัดจำ


ที่ตาบอดกับทางจำเป็น ไม่ใช่เรื่องเดียวกับทางเข้าแคบ

     ที่ดินที่มีทางเข้าแคบไม่ได้หมายความว่าจะเป็น “ที่ตาบอด” เสมอไป


     สิ่งสำคัญคือ ที่ดินสามารถออกไปถึงทางสาธารณะได้หรือไม่ และสิทธิในการผ่านทางนั้นมีที่มาอย่างไร ส่วนความกว้างของทางเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องพิจารณาแยกตามลักษณะการใช้งานจริง


     กฎหมายมีหลักเรื่องทางจำเป็นสำหรับบางกรณีที่ที่ดินไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะ แต่เงื่อนไข ตำแหน่งของทาง ขอบเขตการใช้ และค่าทดแทนอาจแตกต่างกันไปตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี


     ทางจำเป็นจึงไม่ใช่เรื่องเดียวกับภาระจำยอม เพราะที่มาของสิทธิและหลักที่ใช้พิจารณาแตกต่างกัน


     ถ้าที่ดินแปลงหนึ่งต้องผ่านที่ดินของผู้อื่นก่อนออกสู่ทางสาธารณะ สิ่งที่ควรถามให้ชัดคือ “แปลงนี้ออกสู่ทางสาธารณะโดยอาศัยสิทธิอะไร และมีหลักฐานอะไรยืนยัน”


     คำถามนี้สำคัญกว่าการถามเพียงว่า “รถเข้าได้ไหม”


เห็นถนนอยู่หน้าแปลง ยังไม่ควรสรุปว่าเป็นทางสาธารณะ

     เมื่อไปดูที่ดินแล้วเห็นถนนอยู่ด้านหน้า หลายคนอาจคิดว่าเรื่องทางเข้าออกไม่น่ามีปัญหาแล้ว แต่สิ่งที่เห็นในพื้นที่เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันสถานะของทาง


     ถนนที่มีคนใช้สัญจรเป็นประจำอาจมีสถานะหรือกรรมสิทธิ์ที่ต้องเช็คเพิ่มเติม จึงควรดูว่าแนวเขตด้านหน้าของแปลงติดกับพื้นที่ประเภทใด และทางที่ใช้อยู่เชื่อมออกไปถึงทางสาธารณะอย่างไร


     ก่อนวางมัดจำควรเช็คอย่างน้อยว่า

  • แนวด้านหน้าตามเอกสารสิทธิติดกับพื้นที่ใด
  • ทางที่เห็นอยู่เป็นกรรมสิทธิ์ของใคร
  • มีเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับสิทธิในการใช้ทางหรือไม่
  • ทางดังกล่าวเชื่อมออกไปถึงทางสาธารณะอย่างไร
  • รถที่ต้องใช้จริงสามารถเข้าออกได้สะดวกหรือไม่


     โดยเฉพาะที่ดินแปลงด้านใน ไม่ควรหยุดตรวจเพียงเพราะเจ้าของเดิมบอกว่า “ใช้ทางนี้มานานแล้ว”


มีทางเข้าแต่สิทธิทางไม่ชัด ต้องระวังอะไร

     สถานการณ์ที่ควรระวังคือ “วันนี้ยังเข้าออกได้ แต่ไม่รู้ว่าสิทธิในการใช้ทางนั้นมาจากอะไร”


     ตัวอย่างเช่น เจ้าของเดิมอาจใช้ทางของเพื่อนบ้านมานานโดยไม่เคยมีปัญหา หรือหลายบ้านอาจใช้ทางเส้นเดียวกันจนดูคล้ายถนนส่วนกลาง


     แม้จะใช้ทางนั้นมานาน ก็ยังไม่ควรสรุปว่าสิทธิในการใช้ทางชัดเจนแล้ว เพราะต้องพิจารณาทั้งที่มา เอกสาร และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีร่วมกัน


     ถ้ามีข้อสงสัยเรื่องทางเข้า ควรแยกให้ชัดว่าเป็นปัญหาเรื่องสภาพของทาง หรือเป็นปัญหาเรื่องสิทธิในการใช้ทาง เพราะสองเรื่องนี้ต้องตรวจสอบคนละด้าน


รูปทรงที่ดินแบบไหนต้องคิดเรื่องพื้นที่ใช้งานเพิ่ม

     จำนวนตารางวาเป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่งของการซื้อที่ดิน สิ่งที่มีผลต่อการใช้งานไม่แพ้กันคือหน้ากว้าง ความลึก ตำแหน่งทางเข้า และรูปทรงของแปลง


     ที่ดินสองแปลงที่มีเนื้อที่เท่ากัน อาจนำไปใช้ประโยชน์ได้ต่างกันมาก หากรูปทรงของแปลงไม่เหมือนกัน


     วิธีที่ช่วยให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้นคือ ลองกำหนดพื้นที่ที่ต้องการใช้งานคร่าว ๆ แล้ววางลงบนรูปแปลง เช่น ตำแหน่งบ้าน ทางเข้า ที่จอดรถ พื้นที่กลับรถ สวน หรือพื้นที่สำหรับระบบต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ

ปัญหาที่ดินก่อนซื้อ แปลงที่ดินแคบยาวมีทางเข้าจากถนนและพื้นที่กว้างอยู่ด้านใน

ที่ชายธง ต้องดูคอแปลงและทางเข้าเป็นพิเศษ

     ที่ดินลักษณะชายธงมักมีช่วงทางเข้าค่อนข้างแคบ ก่อนจะเปิดออกเป็นพื้นที่กว้างด้านใน


     รูปแปลงแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าใช้งานไม่ได้ แต่ต้องดูว่าช่วงทางเข้าแคบนั้นรองรับการใช้งานที่ต้องการหรือไม่ เช่น รถยนต์ รถขนวัสดุก่อสร้าง หรือการนำระบบสาธารณูปโภคเข้าไปยังพื้นที่ด้านใน


     ลองแบ่งพื้นที่ในรูปแปลงออกเป็นส่วน ๆ แล้วดูว่า

  • ส่วนใดต้องใช้เป็นทางเข้า
  • ส่วนใดเป็นพื้นที่หลักสำหรับบ้านหรืออาคาร
  • รถสามารถเข้าและกลับรถได้หรือไม่
  • ถ้ามีรถสวนกัน พื้นที่กว้างเพียงพอหรือไม่
  • แนวทางเข้ามีเขตและสิทธิในการใช้ชัดเจนหรือไม่


     ถ้าดูเพียงพื้นที่รวม อาจทำให้คิดว่ามีพื้นที่ใช้งานมากกว่าที่สามารถนำมาใช้ได้จริง


ที่ดินแคบยาวหรือรูปเส้นก๋วยเตี๋ยว อาจเสียพื้นที่ไปกับทางมาก

     แปลงที่หน้ากว้างไม่มากแต่มีความลึกมาก อาจให้พื้นที่รวมสูงในงบประมาณเดียวกัน แต่ควรคิดต่อว่าพื้นที่ส่วนใดต้องใช้เป็นทางเข้า และส่วนใดสามารถนำมาใช้เป็นพื้นที่หลักได้จริง


     ถ้าต้องเดินระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ หรือทำทางรถเข้าไปลึก ค่าใช้จ่ายและความยุ่งยากอาจสูงกว่าแปลงที่มีสัดส่วนกะทัดรัดกว่า


     ก่อนซื้อควรลองวางผังการใช้พื้นที่แบบคร่าว ๆ เพื่อดูว่า เมื่อหักพื้นที่สำหรับทางเข้า ที่จอดรถ พื้นที่รอบอาคาร และมุมที่ใช้งานได้ยากแล้ว ยังเหลือพื้นที่เพียงพอกับความต้องการหรือไม่


ที่ดินรูปทรงผิดปกติ ต้องดูพื้นที่เหลือหลังวางอาคาร

     แปลงสามเหลี่ยม แปลงคางหมู แปลงที่มีส่วนเว้า หรือมีแนวเขตหักหลายช่วง ไม่ได้หมายความว่าใช้ประโยชน์ไม่ได้ แต่บางส่วนอาจกลายเป็นมุมที่จัดเป็นห้อง ที่จอดรถ หรือพื้นที่ใช้งานได้ยาก


     ถ้าตั้งใจสร้างบ้านหรืออาคาร ควรนำแนวเขตจริงมาพิจารณาร่วมกับขนาดของสิ่งปลูกสร้างที่ต้องการ และดูด้วยว่าหลังจากวางอาคารแล้วจะเหลือพื้นที่รอบอาคารมากน้อยเพียงใด


     ไม่ควรรอให้ซื้อเสร็จแล้วค่อยเริ่มวางผัง เพราะอาจพบภายหลังว่าพื้นที่รวมดูเหมือนเพียงพอ แต่พื้นที่ที่นำมาใช้งานจริงกลับมีจำกัด


ปัญหาที่ดินก่อนซื้อ เรื่องแนวเขต รั้ว และการรุกล้ำต้องเช็คอะไร

     รั้วหรือกำแพงที่เห็นในวันที่ไปดูที่ดิน ไม่ควรถือว่าเป็นแนวเขตที่ถูกต้องตามเอกสารโดยอัตโนมัติ


     รั้วอาจสร้างคลาดจากแนวเขตจริง สิ่งปลูกสร้างของแปลงข้างเคียงอาจอยู่ชิดแนวเขตมาก หรือบางส่วนของสิ่งปลูกสร้างในแปลงที่กำลังซื้ออาจมีข้อสงสัยเรื่องตำแหน่ง


     เมื่อเดินดูพื้นที่ ควรสังเกต

  • หมุดหรือจุดอ้างอิงที่สามารถตรวจสอบได้
  • แนวรั้วเมื่อเทียบกับรูปแปลงในเอกสาร
  • กำแพง หลังคา โรงจอดรถ หรือส่วนต่อเติมใกล้แนวเขต
  • คูน้ำ ทางเดิน หรือต้นไม้ที่ทำให้มองแนวเขตได้ไม่ชัด
  • พื้นที่ส่วนใดที่เจ้าของปัจจุบันกับเพื่อนบ้านใช้งานร่วมกัน

ผู้ซื้อยืนตรวจแปลงที่ดินริมถนนและหมุดแนวเขตที่วางอยู่ตามขอบพื้นที่

     ถ้ารูปแปลงกับสภาพพื้นที่มีจุดที่ดูไม่ตรงกัน หรือแนวเขตมีผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมาก ควรสอบถามสำนักงานที่ดินเกี่ยวกับการรังวัดหรือวิธีตรวจสอบที่เหมาะกับกรณีนั้น


     หากแนวเขตมีข้อสงสัยและต้องการยืนยันให้ชัด สามารถศึกษาข้อมูลเรื่อง การรังวัดสอบเขตจากกรมที่ดิน และควรสอบถามสำนักงานที่ดินที่รับผิดชอบแปลงนั้นเกี่ยวกับขั้นตอนล่าสุดอีกครั้ง


     ไม่ควรตัดสินใจซื้อโดยอาศัยแนวรั้วที่เห็นเพียงอย่างเดียว


สาธารณูปโภคเข้าไม่ถึง อาจทำให้ค่าใช้จ่ายหลังซื้อสูงกว่าที่คิด

     การมีถนนเข้าไม่ได้หมายความว่าไฟฟ้า น้ำประปา อินเทอร์เน็ต หรือระบบระบายน้ำจะสามารถนำเข้ามายังจุดที่ต้องการได้ง่ายในทุกแปลง


     โดยเฉพาะที่ดินด้านในหรือพื้นที่ที่อยู่ห่างจากชุมชน ควรเช็คว่าระบบสาธารณูปโภคที่ใกล้ที่สุดอยู่ตรงไหน ถ้าต้องพาดผ่านที่ดินของผู้อื่น จะต้องขออนุญาตหรือมีสิทธิรองรับหรือไม่ และต้องเตรียมงานเพิ่มเติมอะไรบ้างก่อนใช้งานจริง


     ถ้าซื้อเพื่อทำเกษตร เรื่องน้ำ ทางเข้า ไฟฟ้า และสภาพพื้นที่จะมีน้ำหนักในการตัดสินใจต่างจากการซื้อเพื่อสร้างบ้าน จึงควรเช็คประเด็นเฉพาะของการ ซื้อที่ดินทำการเกษตร เพิ่มเติมให้ตรงกับแผนการใช้พื้นที่


     สิ่งสำคัญคือไม่ควรหยุดที่คำว่า “มีสาธารณูปโภค” แต่ควรถามต่อว่าสาธารณูปโภคนั้นสามารถนำมาใช้ถึงจุดที่ต้องการได้อย่างไร และมีเงื่อนไขหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือไม่


ปัญหาที่ดินก่อนซื้อ เรื่องผังเมืองและข้อจำกัดการใช้ที่ดิน

     แม้เอกสารสิทธิ ทางเข้า และรูปทรงของแปลงจะไม่มีจุดที่น่ากังวล ก็ยังต้องเช็คอีกชั้นว่าที่ดินสามารถใช้ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ได้หรือไม่


     คนที่ซื้อเพื่อสร้างบ้านอาจต้องพิจารณาคนละเรื่องกับคนที่ซื้อเพื่อสร้างอาคาร ทำโกดัง หรือใช้ประกอบกิจการ เพราะข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินและการก่อสร้างแตกต่างกันไปตามพื้นที่และลักษณะการใช้งาน


     ก่อนตัดสินใจซื้อ สามารถ ตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมือง จากกรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นข้อมูลเบื้องต้น และหากมีแผนก่อสร้างหรือใช้พื้นที่เฉพาะทาง ควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง


     เรื่องที่ควรตรวจตามความเกี่ยวข้อง ได้แก่

  • ประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมือง
  • ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับอาคารที่จะสร้าง
  • ลักษณะและขนาดของทางเข้าออก
  • สภาพทางกายภาพของพื้นที่
  • ข้อกำหนดของหน่วยงานท้องถิ่นหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง


     ข้อมูลผังเมือง กฎหมายอาคาร และข้อกำหนดต่าง ๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้ และรายละเอียดของแต่ละแปลงไม่เหมือนกัน จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนซื้อ หรือก่อนเริ่มออกแบบและพัฒนาพื้นที่จริง


ปัญหาแบบไหนอาจทำให้ขายที่ดินต่อยากขึ้น

     ก่อนซื้อ ลองเปลี่ยนมุมมองจากผู้ซื้อในวันนี้เป็นผู้ขายในอนาคต แล้วถามตัวเองว่า ถ้าวันหนึ่งต้องขายแปลงนี้ ผู้ซื้อรายใหม่มีแนวโน้มจะถามเรื่องอะไรบ้าง


     ประเด็นที่อาจทำให้ผู้ซื้อรายใหม่ต้องตรวจเพิ่ม เช่น

  • ทางเข้าออกต้องอาศัยที่ดินของผู้อื่น
  • สิทธิในการใช้ทางยังอธิบายได้ไม่ชัด
  • รูปทรงของแปลงทำให้พื้นที่บางส่วนใช้งานได้ยาก
  • แนวเขตหรือสิ่งปลูกสร้างบริเวณรอบแปลงมีข้อสงสัย
  • การนำสาธารณูปโภคเข้าพื้นที่ทำได้ไม่สะดวก
  • มีภาระที่กระทบต่อพื้นที่ใช้งาน
  • ข้อกำหนดด้านผังเมืองไม่ตรงกับความต้องการของผู้ซื้อบางกลุ่ม


     ไม่ได้หมายความว่าที่ดินที่มีข้อจำกัดเหล่านี้จะขายไม่ได้ แต่ข้อจำกัดอาจทำให้กลุ่มผู้ซื้อที่เหมาะกับแปลงนั้นมีน้อยลง หรือทำให้ผู้ซื้อต้องใช้เวลาตรวจสอบมากขึ้นก่อนตัดสินใจ


     ถ้าตั้งใจซื้อเพื่อถือไว้ขายในอนาคต ควรเก็บข้อมูลเรื่องเอกสารสิทธิ แนวเขต ทางเข้าออก สาธารณูปโภค และข้อจำกัดของแปลงให้ชัดตั้งแต่วันที่ซื้อ เพราะข้อมูลเหล่านี้จะมีประโยชน์เมื่อต้อง ลงประกาศขายที่ดิน และเตรียมข้อมูลให้ผู้ซื้อในภายหลัง


รายการเช็ค ปัญหาที่ดินก่อนซื้อ ก่อนวางมัดจำควรดูอะไรบ้าง

     ก่อนตกลงวางมัดจำ ลองไล่เช็คตามลำดับนี้

ปัญหาที่ดินก่อนซื้อ ผู้ซื้อกำลังตรวจข้อมูลแปลง ทางเข้า และสาธารณูปโภคก่อนวางมัดจำ

  1. เช็คเอกสารสิทธิและชื่อผู้มีสิทธิในที่ดินให้ตรงกับเอกสารที่เกี่ยวข้อง
  2. ตรวจรายการจดทะเบียนและเอกสารที่เกี่ยวข้องว่ามีภาระหรือสิทธิใดที่ควรรู้ก่อนซื้อหรือไม่
  3. ดูว่าที่ดินสามารถออกสู่ทางสาธารณะได้อย่างไร
  4. ถ้าต้องผ่านที่ดินของผู้อื่น ให้เช็คว่าสิทธิในการใช้ทางมีที่มาอย่างไร และมีหลักฐานรองรับหรือไม่
  5. เทียบรูปแปลงในเอกสารกับแนวรั้วและสภาพพื้นที่จริง
  6. ถ้าแนวเขตไม่ชัด ควรตรวจเรื่องการรังวัดหรือวิธียืนยันแนวเขตก่อนทำสัญญาหรือจ่ายมัดจำ
  7. เช็คหน้ากว้าง จุดแคบ ความลึก และรูปทรงของแปลง
  8. ลองวางตำแหน่งบ้าน อาคาร ทางเข้า ที่จอดรถ หรือพื้นที่ใช้งานหลักลงบนรูปแปลงแบบคร่าว ๆ
  9. เช็คไฟฟ้า น้ำ ระบบระบายน้ำ และสาธารณูปโภคที่จำเป็น
  10. ตรวจข้อมูลผังเมืองและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ตั้งใจจะสร้างหรือทำในพื้นที่
  11. กลับไปดูพื้นที่อีกครั้ง ถ้ายังมีจุดที่ไม่ชัด เช่น ทางเข้า น้ำขัง แนวเขต หรือการใช้ทางร่วมกับผู้อื่น
  12. ถ้ามีข้อสงสัยเรื่องภาระจำยอม ทางจำเป็น ทางสาธารณะ แนวเขต หรือข้อพิพาท ควรนำเอกสารจริงไปสอบถามสำนักงานที่ดินหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนวางมัดจำ


     การตรวจที่ดินก่อนซื้อไม่ได้หมายความว่าต้องมองหาเฉพาะแปลงที่ไม่มีข้อจำกัดเลย สิ่งสำคัญกว่าคือ ต้องรู้ว่าแปลงที่กำลังสนใจมีข้อจำกัดอะไรบ้าง ข้อจำกัดเหล่านั้นกระทบต่อแผนการใช้งานมากเพียงใด และเรื่องสำคัญแต่ละอย่างมีหลักฐานอะไรยืนยัน


     ก่อนวางมัดจำจึงควรเช็คให้ครบทั้งเอกสาร แนวเขต ทางเข้าออก สภาพพื้นที่จริง สาธารณูปโภค และข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์ ถ้าเรื่องใดยังตอบไม่ได้ชัด ควรหาคำตอบให้ได้ก่อนตัดสินใจ เพราะราคาที่น่าสนใจจะมีความหมายก็ต่อเมื่อที่ดินนั้นสามารถนำไปใช้ตามเป้าหมายได้จริง


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น