ซื้อทาวน์เฮ้าส์เพื่อปล่อยเช่า ควรเริ่มจากเช็คว่าพื้นที่นั้นมีความต้องการเช่าจริงหรือไม่ ไม่ควรตัดสินใจจากราคาบ้านเพียงอย่างเดียว หรือเชื่อคำบอกว่าทำเลนั้นปล่อยเช่าง่ายโดยยังไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน บทความนี้จะพาไปดูตั้งแต่ทำเล กลุ่มผู้เช่า ค่าเช่าในพื้นที่ สภาพบ้าน ที่จอดรถ ตัวเลือกอื่นของผู้เช่า ไปจนถึงค่าใช้จ่ายในช่วงที่บ้านยังว่าง เพื่อให้มองเห็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ โดยไม่คาดหวังว่าจะมีรายได้จากค่าเช่าเข้ามาครบทุกเดือน
ซื้อทาวน์เฮ้าส์เพื่อปล่อยเช่า ควรเช็คอะไรเป็นอย่างแรก
เรื่องแรกที่ควรเช็คคือ พื้นที่นั้นมีคนกำลังมองหาบ้านเช่าจริงหรือไม่ เพราะทาวน์เฮ้าส์ที่ราคาต่ำกว่าหลังอื่นอาจยังปล่อยเช่าได้ยาก หากอยู่ไกลแหล่งงาน เดินทางไม่สะดวก ถนนหน้าบ้านแคบ หรือมีบ้านเช่าว่างอยู่ในบริเวณเดียวกันหลายหลัง
ก่อนตัดสินใจ ควรค้นหาประกาศทาวน์เฮ้าส์ให้เช่าและบ้านเช่าในพื้นที่ใกล้เคียง แล้วนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกัน เช่น
- ประกาศแต่ละหลังเผยแพร่มานานเท่าไร
- ค่าเช่าที่ตั้งไว้ใกล้เคียงกันหรือแตกต่างกันมากเพียงใด
- บ้านที่มีจำนวนห้องและพื้นที่ใช้สอยใกล้เคียงกันตั้งค่าเช่าเท่าไร
- บ้านที่มีที่จอดรถ เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าครบ ตั้งค่าเช่าสูงกว่าบ้านเปล่ามากน้อยเพียงใด
- มีทาวน์โฮมใหม่ คอนโด หอพัก หรืออพาร์ตเมนต์เป็นตัวเลือกอื่นสำหรับผู้เช่าหรือไม่
- บ้านที่ได้รับความสนใจมีจุดเด่นแตกต่างจากหลังอื่นอย่างไร
ควรสอบถามข้อมูลจากคนในพื้นที่ ร้านค้า ผู้ดูแลโครงการ หรือเจ้าของบ้านเช่ารายอื่นประกอบกันด้วย แต่ไม่ควรใช้คำบอกเล่าจากแหล่งเดียวมาตัดสิน เพราะคำว่า “แถวนี้มีคนเช่าตลอด” ไม่ได้บอกว่าต้องรอนานเท่าไร หรือต้องลดค่าเช่าลงมากเพียงใดจึงจะหาผู้เช่าได้
หากยังไม่แน่ใจว่า ทาวน์เฮ้าส์กับทาวน์โฮมต่างกันอย่างไร ควรทำความเข้าใจเรื่องรูปแบบบ้าน พื้นที่ใช้สอย ค่าส่วนกลาง และการอยู่อาศัยจริงก่อนเลือกทรัพย์มาปล่อยเช่า
ซื้อทาวน์เฮ้าส์เพื่อปล่อยเช่า ทำเลแบบไหนควรพิจารณา
ทำเลที่ดูใกล้และสะดวกจากแผนที่ อาจเดินทางไม่สะดวกเมื่อไปดูพื้นที่จริง สิ่งที่ควรพิจารณาคือ ผู้เช่าสามารถเดินทางไปทำงาน ส่งลูกไปโรงเรียน ซื้ออาหาร และเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้ง่ายเพียงใด
พื้นที่ใกล้แหล่งงาน โรงงาน นิคมอุตสาหกรรม สำนักงาน โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ตลาด หรือถนนสายหลัก อาจมีความต้องการเช่ามากกว่าพื้นที่อื่น อย่างไรก็ตาม การอยู่ใกล้สถานที่เหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะหาผู้เช่าได้ง่ายเสมอไป
ตัวอย่างเช่น บ้านอาจอยู่ห่างจากนิคมอุตสาหกรรมไม่มากเมื่อดูจากแผนที่ แต่เส้นทางจริงอาจต้องกลับรถไกล มีการจราจรติดขัดในช่วงเปลี่ยนกะ หรือไม่มีร้านค้าอยู่ใกล้บ้าน คนทำงานในบริเวณนั้นจึงอาจเลือกห้องพักหรือบ้านเช่าที่เดินทางสะดวกกว่าแทน
ควรทดลองเดินทางในช่วงเช้า ช่วงเลิกงาน และตอนกลางคืน พร้อมเช็คเรื่องต่อไปนี้
- เวลาที่ใช้เดินทางไปยังแหล่งงาน
- สภาพการจราจรบริเวณทางเข้าออกหมู่บ้านหรือซอย
- ไฟส่องสว่างและความปลอดภัยในเวลากลางคืน
- ปัญหาน้ำท่วมขังและประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำ
- ระยะทางไปตลาด ร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้อ
- รถสาธารณะที่มีให้บริการและค่าเดินทางโดยประมาณ
- เสียงจากถนน โรงงาน ร้านอาหาร หรือกิจการใกล้เคียง
- สภาพแวดล้อมในวันทำงานและวันหยุด
บ้านที่อยู่ใกล้แหล่งงานแต่ต้องเข้าซอยลึก อาจเหมาะกับผู้เช่าที่มีรถส่วนตัว ส่วนผู้เช่าที่ไม่มีรถอาจให้ความสำคัญกับรถสาธารณะและร้านค้าใกล้บ้านมากกว่า ดังนั้น การประเมินทำเลควรเริ่มจากรูปแบบการใช้ชีวิตของกลุ่มผู้เช่าที่คาดไว้ ไม่ใช่ดูเฉพาะระยะทางบนแผนที่
ต้องรู้ก่อนว่ากลุ่มผู้เช่าเป้าหมายเป็นใคร
ทาวน์เฮ้าส์มีพื้นที่และลักษณะการใช้งานต่างจากคอนโดหรือห้องพัก จึงควรคิดให้ชัดก่อนว่า คนกลุ่มใดน่าจะสนใจบ้านหลังนี้ และตัวบ้านเหมาะกับการใช้ชีวิตของคนกลุ่มนั้นจริงหรือไม่
ครอบครัวขนาดเล็ก
ครอบครัวที่มีเด็กอาจต้องการบ้านที่มีอย่างน้อย 2 ห้องนอน มีพื้นที่ซักล้าง ที่จอดรถ และสภาพแวดล้อมที่ไม่พลุกพล่าน ควรเช็คตำแหน่งของโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก ร้านอาหาร และความปลอดภัยของถนนภายในซอยประกอบด้วย
หากบ้านมีบันไดชัน พื้นต่างระดับ หรือมีห้องน้ำเฉพาะชั้นบน อาจไม่สะดวกสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ แม้ว่าพื้นที่ใช้สอยโดยรวมจะเพียงพอก็ตาม
คนทำงานใกล้แหล่งงาน
ผู้เช่ากลุ่มนี้มักให้ความสำคัญกับเวลาเดินทาง สัญญาณอินเทอร์เน็ต ที่จอดรถ ร้านอาหาร และความพร้อมของระบบต่าง ๆ ภายในบ้าน ตัวบ้านอาจไม่จำเป็นต้องตกแต่งมาก แต่ระบบไฟ ระบบน้ำ ห้องน้ำ และเครื่องปรับอากาศควรใช้งานได้ตามปกติ
หากคนทำงานในพื้นที่ส่วนใหญ่ทำงานเป็นกะ ควรเช็คความปลอดภัยในเวลากลางคืน รวมถึงเสียงรบกวนในช่วงกลางวันที่อาจกระทบต่อการนอนพัก
คนที่มีรถหรือต้องการพื้นที่มากกว่าคอนโด
ผู้เช่าบางคนเลือกบ้านแนวราบเพราะต้องการที่จอดรถ พื้นที่เก็บของ หรือพื้นที่สำหรับสมาชิกหลายคน จึงควรดูว่าหน้าบ้านสามารถจอดรถได้จริงหรือไม่ ไม่ควรประเมินจากขนาดพื้นที่ในเอกสารหรือแบบบ้านเพียงอย่างเดียว
บ้านที่ต่อเติมครัวหรือพื้นที่ด้านหน้าจนเหลือที่จอดรถน้อย อาจไม่เหมาะกับผู้เช่าที่มีรถ ขณะเดียวกัน หากถนนมีรถของเพื่อนบ้านจอดหนาแน่น ก็อาจทำให้เข้าออกลำบาก แม้ว่าภายในบ้านจะอยู่ในสภาพดีก็ตาม
ซื้อทาวน์เฮ้าส์เพื่อปล่อยเช่า ต้องเทียบค่าเช่าจริงกับราคาซื้ออย่างไร
ค่าเช่าที่เห็นในประกาศเป็นเพียงราคาที่เจ้าของตั้งไว้ ไม่ได้ยืนยันว่าจะมีคนตกลงเช่าในราคานั้น ควรเปรียบเทียบประกาศหลายรายการ โดยเลือกบ้านที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เช่น ขนาดที่ดิน จำนวนห้องนอน อายุบ้าน สภาพบ้าน เฟอร์นิเจอร์ ที่จอดรถ และระยะทางจากแหล่งงาน
ควรดูด้วยว่าประกาศนั้นเผยแพร่มานานเพียงใด เคยปรับลดราคาหรือไม่ และมีบ้านลักษณะเดียวกันว่างอยู่กี่หลัง ไม่ควรรีบสรุปว่าประกาศที่หายไปหมายถึงบ้านมีผู้เช่าแล้ว เพราะเจ้าของอาจปิดประกาศชั่วคราวหรือเปลี่ยนไปลงประกาศในช่องทางอื่น
ค่าใช้จ่ายที่ต้องรวมก่อนประเมินความคุ้ม
การเปรียบเทียบราคาซื้อกับค่าเช่าไม่ควรดูเฉพาะค่างวดรายเดือน แต่ควรรวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น
- ราคาซื้อบ้านและค่าใช้จ่ายในวันโอน
- งบซ่อมก่อนเริ่มหาผู้เช่า
- ค่าเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น
- ค่าส่วนกลางหรือค่าดูแลโครงการ หากมี
- ค่าเดินทางไปดูแลบ้าน
- ค่าซ่อมบำรุงระหว่างมีผู้เช่า
- ค่าใช้จ่ายในช่วงบ้านว่าง
- ดอกเบี้ยและค่างวด หากใช้สินเชื่อ
- ภาษีหรือค่าใช้จ่ายอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง
- ค่านายหน้าหรือค่าลงประกาศ หากเลือกใช้บริการ
หากบ้านอยู่ในโครงการ ควรเช็ค ค่าส่วนกลางหมู่บ้าน ควบคู่กับราคาซื้อ เพราะค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจเกิดขึ้นต่อเนื่องแม้บ้านยังไม่มีผู้เช่า
ก่อนคำนวณงบในวันโอน ควรตรวจสอบ ระบบคำนวณภาษีและค่าธรรมเนียมของกรมที่ดิน และสอบถามสำนักงานที่ดินอีกครั้ง เพราะค่าใช้จ่ายจริงขึ้นอยู่กับประเภทการจดทะเบียนและข้อมูลของทรัพย์
ข้อมูลเรื่องภาษี ค่าธรรมเนียม สินเชื่อ และเงื่อนไขต่าง ๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงาน ผู้ให้บริการทางการเงิน หรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องก่อนนำไปคำนวณค่าใช้จ่ายจริง
หากต้องใช้สินเชื่อ ควร เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย จากธนาคารแห่งประเทศไทย แล้วสอบถามอัตราดอกเบี้ย ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขล่าสุดจากธนาคารแต่ละแห่งก่อนตัดสินใจ
ไม่ควรคิดว่าจะมีค่าเช่าเข้าครบ 12 เดือน
ไม่ควรนำค่าเช่ารายเดือนคูณ 12 แล้วถือว่าเป็นรายรับเต็มปีทันที เพราะอาจมีช่วงเปลี่ยนผู้เช่า ช่วงซ่อมบ้าน การต่อรองลดค่าเช่า หรือบางเดือนที่ยังหาผู้เช่าไม่ได้
ควรลองคำนวณหลายสถานการณ์ เช่น ได้ค่าเช่าตามที่คาด ต้องลดค่าเช่าลง หรือบ้านว่างต่อเนื่องหลายเดือน เพื่อดูว่ายังสามารถรับภาระค่าใช้จ่ายได้หรือไม่
ตารางสรุปเรื่องที่ควรเช็ค
| เรื่องที่ควรเช็ค | ทำไมจึงสำคัญ | ควรดูจากอะไร |
|---|---|---|
| ทำเล | มีผลต่อจำนวนและลักษณะของผู้เช่า | แหล่งงาน ถนนสายหลัก โรงเรียน ตลาด และเวลาเดินทางจริง |
| ค่าเช่าที่ปล่อยได้ | ใช้เปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายทั้งหมด | ประกาศเช่า บ้านใกล้เคียง และระยะเวลาที่ประกาศค้างอยู่ |
| สภาพบ้าน | มีผลต่องบซ่อมก่อนเริ่มปล่อยเช่า | ระบบไฟ ระบบน้ำ ห้องน้ำ หลังคา พื้น และส่วนต่อเติม |
| ที่จอดรถ | เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับผู้เช่าบ้านแนวราบ | พื้นที่หน้าบ้าน ความกว้างของถนน และการจอดรถของเพื่อนบ้าน |
| ตัวเลือกอื่นในพื้นที่ | มีผลต่อค่าเช่าและระยะเวลาหาผู้เช่า | ทาวน์โฮมใหม่ คอนโด หอพัก อพาร์ตเมนต์ และบ้านเช่าใกล้เคียง |
| ช่วงบ้านว่าง | เจ้าของยังมีค่าใช้จ่าย แม้ไม่มีรายได้จากค่าเช่า | ค่างวด ค่าส่วนกลาง ค่าดูแลบ้าน ค่าซ่อม และเงินสำรอง |
สภาพบ้านและค่าซ่อมก่อนเริ่มปล่อยเช่า
ทาวน์เฮ้าส์มือสองบางหลังมีราคาขายต่ำเพราะต้องซ่อมหลายจุด หากดูเฉพาะสีผนังหรือการตกแต่งภายนอก อาจมองข้ามระบบสำคัญที่ต้องใช้งบซ่อมมากกว่า
หากกำลังดูบ้านเก่าที่ต้องซ่อมหลายจุด ควรศึกษาวิธีประเมินต้นทุนจากบทความ ซื้อทาวน์เฮ้าส์เก่ามารีโนเวท เพื่อแยกงบซ่อมที่จำเป็นออกจากงบตกแต่ง
ก่อนเลือกบ้านมือสองมาเป็นบ้านเช่า ควรตรวจสภาพให้ละเอียด เพราะค่าซ่อมหลังซื้ออาจทำให้ค่าใช้จ่ายรวมสูงกว่าที่ประเมินไว้ จุดสำคัญที่ควรตรวจ ได้แก่
- ตู้ไฟ สายไฟ ปลั๊กไฟ และสวิตช์
- ปั๊มน้ำ ถังเก็บน้ำ ท่อน้ำ และสุขภัณฑ์
- รอยรั่วจากหลังคา ผนัง ห้องน้ำ หรือระเบียง
- พื้นกระเบื้องที่แตก โก่ง หรือทรุดตัว
- ประตู หน้าต่าง อุปกรณ์ล็อก และเหล็กดัด
- ความชื้น เชื้อรา และสีลอก
- โครงหลังคาและส่วนต่อเติม
- พื้นที่จอดรถและทางระบายน้ำหน้าบ้าน
ควรแบ่งงบซ่อมออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือจุดที่เกี่ยวกับความปลอดภัยและการใช้งาน เช่น ระบบไฟ ระบบน้ำ รอยรั่ว และอุปกรณ์ล็อกประตู ส่วนที่สองคือการปรับสภาพบ้านให้ดูดีขึ้น เช่น ทาสี เปลี่ยนโคมไฟ หรือจัดพื้นที่หน้าบ้าน
การปรับบ้านให้สะอาดและพร้อมอยู่ช่วยให้ประกาศน่าสนใจขึ้นได้ แต่ไม่ควรเลือกวัสดุหรือการตกแต่งที่ใช้งบสูงเกินความต้องการของตลาดเช่าในพื้นที่ เพราะค่าเช่าอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นตามเงินที่จ่ายไป
ที่จอดรถ ถนนหน้าบ้าน และเพื่อนบ้านสำคัญกว่าที่คิด
ผู้เช่าที่เลือกทาวน์เฮ้าส์มักต้องการความสะดวกในการจอดรถ ขนของ หรือใช้พื้นที่ร่วมกับสมาชิกในครอบครัว จึงควรทดลองนำรถเข้าออกจริง ไม่ควรตัดสินจากภาพถ่ายเพียงอย่างเดียว
ระหว่างดูบ้านควรสังเกตว่า
- รถสามารถเลี้ยวเข้าบ้านได้สะดวกหรือไม่
- เมื่อจอดรถแล้วสามารถปิดประตูรั้วได้หรือไม่
- ถนนหน้าบ้านกว้างพอให้รถสวนกันหรือไม่
- มีรถของเพื่อนบ้านจอดตรงข้ามบ้านเป็นประจำหรือไม่
- รถส่งของ รถเก็บขยะ หรือรถฉุกเฉินสามารถเข้าถึงบ้านได้หรือไม่
- ช่วงเย็นและวันหยุดมีรถจอดริมถนนมากขึ้นหรือไม่
ผู้ที่ยังเปรียบเทียบบ้านหลายหลังควรใช้แนวทาง ดูบ้านก่อนซื้อ เพื่อจดข้อมูลเรื่องสภาพบ้าน ทำเล ถนน ที่จอดรถ และค่าใช้จ่ายของแต่ละหลังในรูปแบบเดียวกัน
ควรไปดูพื้นที่มากกว่าหนึ่งช่วงเวลา เพราะถนนที่โล่งในตอนกลางวันอาจมีรถจอดเต็มในช่วงเย็น
ทาวน์เฮ้าส์มีผนังติดกับบ้านข้างเคียง เรื่องเสียงและความเป็นส่วนตัวจึงมีผลต่อการอยู่อาศัย ควรสังเกตเสียงจากสัตว์เลี้ยง การทำอาหาร เครื่องจักร รถเข้าออก หรือกิจการที่ทำภายในบ้าน รวมถึงลักษณะการใช้พื้นที่ส่วนกลางของเพื่อนบ้าน
ซื้อทาวน์เฮ้าส์เพื่อปล่อยเช่า ต้องเผื่อความเสี่ยงช่วงบ้านว่างอย่างไร
แม้บ้านยังไม่มีผู้เช่า เจ้าของอาจยังต้องจ่ายค่างวด ค่าส่วนกลาง ค่าทำความสะอาด ค่าเดินทาง ค่าซ่อม รวมถึงค่าน้ำและค่าไฟตามการใช้งานหรือเงื่อนไขของผู้ให้บริการ
จึงควรเตรียมเงินสำรองไว้สำหรับช่วงที่ยังหาผู้เช่าไม่ได้ รวมถึงช่วงเปลี่ยนผู้เช่าหรือช่วงซ่อมบ้านก่อนเริ่มสัญญาใหม่
ควรลองประเมินอย่างน้อยสามสถานการณ์ เพื่อดูว่าสามารถรับภาระค่าใช้จ่ายได้มากเพียงใด
ได้ค่าเช่าตามที่ประเมินไว้
แม้มีผู้เช่าตามค่าเช่าที่คาดไว้ เจ้าของยังควรเผื่องบสำหรับงานซ่อมเล็กน้อย ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายเมื่อผู้เช่าย้ายออก
ต้องลดค่าเช่าลง
ในบางช่วงอาจต้องลดค่าเช่า เพิ่มอุปกรณ์ที่จำเป็น หรือยอมใช้เวลานานขึ้นกว่าจะชดเชยค่าใช้จ่าย เพื่อให้ค่าเช่าแข่งขันกับบ้านเช่าหลังอื่นในพื้นที่ได้
บ้านว่างต่อเนื่องหลายเดือน
ในช่วงที่ไม่มีรายได้จากค่าเช่า เจ้าของยังต้องรับผิดชอบค่างวด ค่าดูแล และค่าซ่อม การมีเงินสำรองจะช่วยลดแรงกดดัน และช่วยให้ไม่ต้องรีบรับผู้เช่าในขณะที่ยังตรวจสอบข้อมูลไม่ครบ
อย่ามองข้ามตัวเลือกอื่นของผู้เช่าและโอกาสขายต่อ
ตัวเลือกของผู้เช่าไม่ได้มีเฉพาะทาวน์เฮ้าส์ ผู้ที่กำลังหาที่อยู่อาศัยอาจเปรียบเทียบกับทาวน์โฮมใหม่ คอนโด หอพัก อพาร์ตเมนต์ หรือบ้านเดี่ยวให้เช่าในพื้นที่เดียวกัน
ควรดูว่าที่อยู่อาศัยแต่ละแบบมีค่าเช่า พื้นที่ใช้สอย ที่จอดรถ เฟอร์นิเจอร์ และความสะดวกในการเดินทางแตกต่างกันอย่างไร หากค่าเช่าทาวน์เฮ้าส์ใกล้เคียงกับบ้านที่ใหม่กว่า ผู้เช่าอาจเลือกตัวเลือกอื่นแทน
นอกจากโอกาสในการหาผู้เช่าแล้ว ควรพิจารณาโอกาสขายต่อในอนาคตด้วย โดยดูสภาพโครงการ การเดินทาง อายุบ้าน ปัญหาสิ่งแวดล้อม ความต้องการซื้อในพื้นที่ และราคาบ้านใกล้เคียง
ไม่ควรประเมินจากราคาประกาศขายเพียงอย่างเดียว เพราะราคาที่เจ้าของตั้งไว้อาจแตกต่างจากราคาที่ตกลงซื้อขายกันจริง
ซื้อทาวน์เฮ้าส์เพื่อปล่อยเช่า เหมาะกับใคร
แนวทางนี้อาจเหมาะกับคนที่รู้จักพื้นที่ เข้าใจลักษณะของผู้เช่า มีเวลาไปดูแลบ้าน และมีเงินสำรองสำหรับค่าซ่อมหรือช่วงที่บ้านยังว่าง
อาจเหมาะกับผู้ที่
- มีข้อมูลค่าเช่าและความต้องการเช่าจากหลายแหล่ง
- สามารถเดินทางไปดูแลบ้านได้สะดวก
- แยกงบซ่อมออกจากงบซื้อบ้านไว้แล้ว
- รับภาระค่าใช้จ่ายได้ แม้บางช่วงยังไม่มีผู้เช่า
- พร้อมสื่อสารกับผู้เช่าและจัดการปัญหาระหว่างสัญญา
- ยอมรับได้ว่าค่าเช่าและราคาขายต่ออาจไม่เป็นไปตามที่คาด
ในทางกลับกัน แนวทางนี้อาจไม่เหมาะกับคนที่ต้องนำค่าเช่ามาจ่ายค่างวดทั้งหมดตั้งแต่เดือนแรก ไม่มีเงินสำรอง หรือเชื่อว่าบ้านราคาถูกจะหาผู้เช่าได้ง่ายโดยไม่ต้องตรวจสอบข้อมูลตลาด
หากกำลังเปรียบเทียบระหว่างทาวน์เฮ้าส์ให้เช่ากับคอนโดให้เช่า ควรดูทั้งกลุ่มผู้เช่า ค่าเช่าที่ปล่อยได้ ค่าใช้จ่ายในการดูแล ความสะดวกในการจัดการ และความเสี่ยงในช่วงไม่มีผู้เช่า เพราะที่อยู่อาศัยทั้งสองแบบมีต้นทุนและความต้องการของตลาดแตกต่างกัน
ซื้อทาวน์เฮ้าส์เพื่อปล่อยเช่า สรุป 7 เรื่องที่ควรเช็คก่อนตัดสินใจ
ก่อนตัดสินใจ ควรเช็คประเด็นสำคัญให้ครบ ได้แก่
- พื้นที่นั้นมีความต้องการเช่าจริงหรือไม่
- กลุ่มผู้เช่าที่คาดไว้ต้องการบ้านแบบใด
- ค่าเช่าที่ปล่อยได้สอดคล้องกับราคาซื้อหรือไม่
- บ้านต้องซ่อมและเตรียมงบเพิ่มมากเพียงใด
- ที่จอดรถและถนนหน้าบ้านใช้งานได้จริงหรือไม่
- ผู้เช่ามีตัวเลือกอื่นอะไรบ้างในพื้นที่
- ยังรับภาระค่าใช้จ่ายได้หรือไม่ หากบ้านว่างหลายเดือน
ก่อนเลือกทาวน์เฮ้าส์มาทำเป็นบ้านเช่า ควรเปรียบเทียบค่าเช่าที่ปล่อยได้กับราคาซื้อ ค่าซ่อม ที่จอดรถ ตัวเลือกอื่นในพื้นที่ และค่าใช้จ่ายระหว่างถือครองให้รอบคอบ อย่าตัดสินจากคำว่า “ปล่อยเช่าได้” เพียงอย่างเดียว
หากข้อมูลยังไม่ครบ ควรนัดดูบ้านในหลายช่วงเวลา ถ่ายรูปจุดสำคัญไว้เปรียบเทียบ ตรวจสภาพบ้าน และตรวจสอบข้อมูลเรื่องเอกสาร สินเชื่อ ภาษี ค่าธรรมเนียม รวมถึงเงื่อนไขล่าสุดจากผู้เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น