ก่อนโอนบ้าน ผู้ซื้อควรเตรียมเงินสด ไว้มากกว่าเงินดาวน์หรือส่วนต่างจากวงเงินกู้ เพราะยังอาจมีค่าใช้จ่ายในวันโอน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสินเชื่อ ค่าซ่อมแซม ค่าขนย้าย และเงินสำรองหลังรับบ้าน บทความนี้จะแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ก่อนวันโอน วันโอน และหลังรับบ้าน เพื่อช่วยให้เห็นยอดเงินที่ต้องเตรียมจริง ลดความเสี่ยงที่เงินไม่พอในวันสำคัญ และช่วยรักษาสภาพคล่องในช่วงเริ่มต้นผ่อนบ้าน
ก่อนโอนบ้าน ผู้ซื้อควรเตรียมเงินสด โดยแบ่งเป็น 3 ก้อนหลัก
ขั้นแรกควรรวบรวมข้อมูลจากสัญญา ผู้ขาย โครงการ และธนาคารให้ครบถ้วน จากนั้นจึงแบ่งเงินที่ต้องใช้เป็น 3 ก้อนหลัก เพื่อให้เห็นภาพรวมของค่าใช้จ่ายได้ชัดเจนขึ้น
- เงินที่ต้องใช้ก่อนวันโอน
เช่น เงินจอง เงินมัดจำ เงินดาวน์ตามงวด ค่าประเมินหลักประกัน หรือค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระล่วงหน้าตามเงื่อนไขของแต่ละกรณี - เงินที่อาจต้องใช้ในวันโอน
เช่น ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อขายกับวงเงินกู้ ค่าใช้จ่ายตามข้อตกลง ค่าจดทะเบียนจำนอง และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการโอนกรรมสิทธิ์ - เงินที่ต้องใช้หลังรับบ้าน
เช่น ค่าขนย้าย ค่าทำความสะอาด ค่าซ่อมแซม ค่าสาธารณูปโภค ค่าเฟอร์นิเจอร์ และเงินสำรองฉุกเฉิน
การแบ่งเงินออกเป็น 3 ก้อนช่วยให้รู้ว่าเงินส่วนใดต้องเตรียมไว้ใช้ทันที และเงินส่วนใดสามารถทยอยจ่ายได้หลังเข้าอยู่ ผู้ซื้อจึงไม่ควรนำเงินที่เตรียมไว้สำหรับวันโอนไปซื้อของตกแต่งหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนสรุปยอดค่าใช้จ่ายทั้งหมด
นอกจากนี้ ควรย้อนดูรายละเอียดเกี่ยวกับเงินมัดจำบ้านก่อนซื้อและสัญญาจะซื้อจะขายบ้านว่า เงินที่จ่ายไปแล้วถูกนำไปหักจากราคาบ้านส่วนใด มีใบเสร็จหรือหลักฐานการชำระเงินครบหรือไม่ และยังมียอดใดที่ต้องชำระเพิ่มเติม
หากยังไม่ได้สรุปค่าซ่อม เงื่อนไขเงินมัดจำ และกำหนดวันส่งมอบ ควรย้อนทบทวนสิ่งที่ต้องเช็ค หลังดูบ้านก่อนวางมัดจำ ก่อนคำนวณยอดเงินทั้งหมด
ก่อนโอนบ้าน ผู้ซื้อควรเตรียมเงินสด สำหรับส่วนต่างวงเงินกู้
วงเงินสินเชื่อที่ธนาคารอนุมัติอาจไม่เท่ากับราคาซื้อขายบ้านทั้งหมด เพราะธนาคารต้องพิจารณาหลายปัจจัย เช่น ราคาประเมินหลักประกัน ราคาซื้อขาย ความสามารถในการชำระหนี้ และเงื่อนไขของสินเชื่อแต่ละประเภท
ตัวอย่างเช่น หากตกลงซื้อบ้านในราคา 3,000,000 บาท แต่ธนาคารอนุมัติวงเงินสุทธิสำหรับชำระราคาบ้าน 2,700,000 บาท ผู้ซื้ออาจต้องเตรียมเงินส่วนต่างอีก 300,000 บาท
ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่ออธิบายวิธีคำนวณ ไม่ใช่เกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อ วงเงินจริงของผู้ซื้อแต่ละรายอาจแตกต่างกันตามคุณสมบัติของผู้กู้ ราคาประเมินหลักประกัน และนโยบายของธนาคารในช่วงเวลานั้น
ก่อนถึงวันโอน ควรเช็คตัวเลขต่อไปนี้ให้ตรงกัน
- ราคาซื้อขายที่ระบุไว้ในสัญญา
- เงินจอง เงินมัดจำ และเงินดาวน์ที่ชำระแล้ว
- วงเงินสินเชื่อที่ธนาคารอนุมัติ
- วงเงินสุทธิที่ธนาคารจะจ่ายให้ผู้ขาย
- ยอดส่วนต่างที่ผู้ซื้อต้องเตรียมเอง
- ค่าใช้จ่ายอื่นที่ไม่รวมอยู่ในวงเงินกู้
หากยอดเงินในสัญญา ใบเสร็จ และข้อมูลจากผู้ขายหรือธนาคารไม่ตรงกัน ควรตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อนเตรียมแคชเชียร์เช็คหรือโอนเงินก้อนใหญ่ ไม่ควรรอแก้ไขในวันนัดโอน เพราะอาจทำให้การดำเนินการล่าช้าหรือต้องเลื่อนวันโอนออกไป
ก่อนโอนบ้าน ผู้ซื้อควรเตรียมเงินสด สำหรับค่าใช้จ่ายในวันโอน
ค่าใช้จ่ายในวันโอนอาจมีหลายรายการ แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ซื้อต้องรับผิดชอบทั้งหมดเสมอไป การแบ่งค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ประเภทของทรัพย์ และข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย
รายการที่ควรถามให้ชัดเจนล่วงหน้า ได้แก่
- ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์
- ค่าจดทะเบียนจำนองในกรณีที่ใช้สินเชื่อ
- ค่าใช้จ่ายในการจัดเตรียมหรือดำเนินการด้านเอกสาร
- ค่าใช้จ่ายที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงแบ่งกัน
- ยอดค้างชำระที่เกี่ยวข้องกับบ้านหรือโครงการ
- วิธีชำระเงินที่ต้องใช้ในวันโอน
- ชื่อผู้รับเงินและจำนวนแคชเชียร์เช็คที่ต้องเตรียม
ผู้ซื้อควรขอสรุปยอดเป็นลายลักษณ์อักษรหรือเก็บหลักฐานการสนทนาไว้ โดยเฉพาะการซื้อบ้านมือสองที่อาจมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย เช่น ผู้ขาย นายหน้า ธนาคาร และผู้ประสานงานด้านการโอนกรรมสิทธิ์
ค่าโอน ค่าธรรมเนียม ภาษี และมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้ ผู้ซื้อจึงควรตรวจสอบยอดล่าสุดกับสำนักงานที่ดิน ผู้ขาย โครงการ ธนาคาร หรือผู้เกี่ยวข้องก่อนวันโอน ไม่ควรยึดตัวเลขจากบทความเก่าหรือข้อมูลที่บอกต่อกันมาเพียงอย่างเดียว
ผู้ซื้อสามารถใช้ ระบบตรวจสอบค่าธรรมเนียมและภาษีอากรเบื้องต้นของกรมที่ดิน เพื่อประมาณค่าใช้จ่ายก่อน แล้วสอบถามยอดจริงกับสำนักงานที่ดินอีกครั้งก่อนวันโอน
ข้อมูลเกี่ยวกับภาษีขายบ้านมือสองและเอกสารขายบ้านมือสองอาจช่วยให้เข้าใจภาพรวมของการซื้อขายได้ แต่ผู้ซื้อไม่ควรนำค่าใช้จ่ายของผู้ขายทุกส่วนมารวมเป็นภาระของตนเองโดยอัตโนมัติ ควรตรวจสอบข้อตกลงและรายละเอียดของแต่ละรายการให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ
ค่าจดทะเบียนจำนองและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสินเชื่อบ้านควรเช็คอะไร
การได้รับอนุมัติสินเชื่อไม่ได้หมายความว่าค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับธนาคารทั้งหมดจะรวมอยู่ในวงเงินแล้ว ผู้ซื้ออาจยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งจะแตกต่างกันตามธนาคาร ประเภทสินเชื่อ ประเภททรัพย์ และเงื่อนไขที่เลือก
สำหรับภาพรวมค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากสินเชื่อบ้าน ควรอ่าน ข้อมูลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจากธนาคารแห่งประเทศไทย และยืนยันเงื่อนไขล่าสุดกับธนาคารที่ยื่นกู้อีกครั้ง
วงเงินและค่าใช้จ่ายที่ควรถามธนาคาร
ควรถามเจ้าหน้าที่สินเชื่อให้ชัดเจนว่า
- วงเงินที่อนุมัติทั้งหมดเป็นเท่าไร
- วงเงินสุทธิที่ใช้ชำระราคาบ้านเป็นเท่าไร
- มีค่าประเมินหลักประกันที่ยังไม่ได้ชำระหรือไม่
- ค่าจดทะเบียนจำนองต้องเตรียมเองหรือมีเงื่อนไขช่วยเหลือ
- มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพิ่มเติมหรือไม่
- มีประกันหรือผลิตภัณฑ์ใดเสนอร่วมกับสินเชื่อ
- ค่าใช้จ่ายใดสามารถรวมอยู่ในวงเงินกู้ได้
- ค่าใช้จ่ายใดต้องชำระด้วยเงินสด
หากธนาคารเสนอประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อหรือผลิตภัณฑ์อื่นร่วมด้วย ควรถามให้ชัดเจนว่าเป็นเงื่อนไขบังคับหรือเป็นทางเลือก รวมถึงควรสอบถามว่าการเลือกหรือไม่เลือกผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีผลต่ออัตราดอกเบี้ยหรือเงื่อนไขสินเชื่ออย่างไร
ไม่ควรพิจารณาเฉพาะยอดผ่อนรายเดือน แต่ควรเปรียบเทียบค่าเบี้ย ระยะเวลาคุ้มครอง รายละเอียดความคุ้มครอง และต้นทุนรวมก่อนตัดสินใจ
เอกสารและวิธีชำระเงินที่ควรถามธนาคาร
ก่อนถึงวันโอน ควรถามธนาคารเพิ่มเติมว่า
- ต้องเตรียมเอกสารฉบับจริงอะไรบ้าง
- ต้องใช้แคชเชียร์เช็คกี่ฉบับ
- แคชเชียร์เช็คแต่ละฉบับต้องสั่งจ่ายให้ใคร
- สามารถชำระเงินบางส่วนด้วยการโอนผ่านบัญชีได้หรือไม่
- ต้องนำหลักฐานการชำระเงินใดไปแสดง
- ธนาคารจะส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมดำเนินการหรือไม่
- หากต้องเปลี่ยนวันโอน ควรแจ้งธนาคารล่วงหน้านานเพียงใด
รายละเอียดของสินเชื่อ ประกัน และค่าใช้จ่ายของธนาคารอาจแตกต่างกันในแต่ละกรณี ผู้ซื้อจึงควรขอข้อมูลล่าสุดจากเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลสินเชื่อโดยตรงก่อนตัดสินใจ
ก่อนโอนบ้าน ผู้ซื้อควรเตรียมเงินสด สำรองสำหรับช่วงหลังรับบ้าน
หลังจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์แล้ว ผู้ซื้ออาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเพื่อให้บ้านพร้อมเข้าอยู่จริง โดยเฉพาะบ้านมือสอง บ้านที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยมาระยะหนึ่ง หรือบ้านในโครงการที่มีข้อกำหนดเฉพาะ
รายการที่ควรสอบถาม ได้แก่
- สถานะของมิเตอร์น้ำและมิเตอร์ไฟฟ้า
- ขั้นตอนการเปลี่ยนชื่อผู้ใช้บริการ
- เงินประกันหรือค่าเปิดใช้บริการ
- ยอดค้างชำระเดิมที่เกี่ยวข้องกับบ้าน
- ค่าส่วนกลางรอบปัจจุบัน
- เงินประกันงานตกแต่งหรือต่อเติม
- ค่าบัตรผ่านเข้าออกหรือสติกเกอร์รถ
- ค่าติดตั้งอินเทอร์เน็ตและบริการสื่อสาร
- กฎและช่วงเวลาที่อนุญาตให้ขนย้าย
ไม่ควรสรุปเองว่ายอดค้างทั้งหมดเป็นภาระของผู้ซื้อหรือผู้ขาย ควรตรวจสอบหลักฐานและข้อตกลงให้ชัดเจนก่อนรับมอบบ้าน
บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ และทาวน์โฮมอาจมีค่าใช้จ่ายหลังเข้าอยู่แตกต่างกันตามขนาดพื้นที่ ระบบส่วนกลาง จำนวนชั้น และระยะทางในการเดินทาง ผู้ซื้อควรนำค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไปรวมไว้ในงบประมาณรายเดือนด้วย
ค่าซ่อมแซม ค่าขนย้าย และของจำเป็นในช่วงเข้าอยู่
ผลจากการตรวจบ้านก่อนโอนควรถูกนำมาใช้วางแผนค่าใช้จ่าย ไม่ควรตรวจบ้านเพียงเพื่อจดรายการจุดชำรุด แต่ควรแยกให้ชัดเจนว่าจุดใดผู้ขายหรือโครงการจะซ่อมให้ และจุดใดผู้ซื้อต้องรับผิดชอบเองหลังโอน
หากยังไม่แน่ใจว่าควรตรวจจุดใดในช่วงก่อนรับมอบ ควรทำความเข้าใจว่า ตรวจบ้านก่อนโอน ต่างจากดูบ้านก่อนซื้อยังไง เพื่อแยกการตรวจคุณภาพบ้านออกจากการประเมินความเหมาะสมก่อนซื้อ
แบ่งค่าซ่อมแซมตามระดับความจำเป็น
- จุดที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย
เช่น ระบบไฟฟ้าผิดปกติ น้ำรั่ว ประตูหรือหน้าต่างล็อกไม่ได้ บันไดไม่มั่นคง หรือจุดที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ ควรตรวจสอบและแก้ไขก่อนเข้าอยู่ - จุดที่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
เช่น ปั๊มน้ำมีปัญหา ห้องน้ำใช้งานไม่สะดวก ระบบระบายน้ำอุดตัน หรือเครื่องปรับอากาศไม่ทำงาน ควรเตรียมงบประมาณสำหรับซ่อมแซมไว้ตั้งแต่ช่วงแรก - จุดที่เกี่ยวข้องกับความสวยงาม
เช่น ทาสีใหม่ เปลี่ยนผ้าม่าน ทำสวน เปลี่ยนวอลล์เปเปอร์ หรือซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ หากงบประมาณยังจำกัด สามารถทยอยทำภายหลังได้
หากหลังดูบ้านก่อนวางมัดจำพบว่ามีจุดที่ต้องซ่อมแซมหลายรายการ ควรขอข้อมูลเพิ่มเติมและประเมินค่าใช้จ่ายตั้งแต่ก่อนตกลงซื้อ เพราะบ้านที่ดูเหมือนมีราคาอยู่ในงบ อาจมีต้นทุนรวมสูงขึ้นเมื่อรวมค่าปรับปรุงแล้ว
ค่าใช้จ่ายในการขนย้าย
ค่าใช้จ่ายในช่วงย้ายบ้านอาจประกอบด้วย
- ค่ารถขนของ
- ค่าแรงยกของ
- ค่ากล่องและอุปกรณ์สำหรับบรรจุของ
- ค่าถอดและติดตั้งเครื่องปรับอากาศ
- ค่ารื้อและประกอบเฟอร์นิเจอร์
- ค่าทำความสะอาดบ้าน
- ค่าเดินทางระหว่างบ้านเดิมกับบ้านใหม่
- ค่าเช่าที่พักชั่วคราวหากบ้านยังไม่พร้อมเข้าอยู่
ผู้ซื้อที่ย้ายเข้าทาวน์เฮ้าส์หรือทาวน์โฮมหลายชั้นควรถามบริษัทขนย้ายเรื่องค่าแรงยกของขึ้นบันได พื้นที่จอดรถ และข้อจำกัดของทางเข้าออก ส่วนผู้ซื้อคอนโดควรสอบถามนิติบุคคลเรื่องช่วงเวลาขนย้าย การจองลิฟต์ และเงินประกันที่อาจต้องชำระ
ของจำเป็นควรมาก่อนของตกแต่ง
ในช่วงแรกควรให้ความสำคัญกับของที่จำเป็นต่อการอยู่อาศัยและความปลอดภัย เช่น
- ที่นอนและเครื่องนอน
- ตู้เย็นหรืออุปกรณ์สำหรับเก็บอาหาร
- อุปกรณ์ทำความสะอาด
- หลอดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าพื้นฐาน
- กุญแจหรือระบบล็อกที่มั่นคง
- อุปกรณ์ที่จำเป็นในห้องน้ำ
- อุปกรณ์สำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยง
เฟอร์นิเจอร์ตกแต่ง โทรทัศน์ขนาดใหญ่ หรือของที่ยังไม่จำเป็นสามารถทยอยซื้อภายหลังได้ เพื่อลดการใช้เงินก้อนในช่วงที่เพิ่งเริ่มผ่อนบ้าน
ควรมีเงินสำรองหลังเข้าอยู่เท่าไร
ไม่มีจำนวนเงินเดียวที่เหมาะกับผู้ซื้อทุกคน เพราะต้องพิจารณาจากรายได้ ภาระผ่อน สภาพบ้าน จำนวนสมาชิกในครอบครัว และความมั่นคงของรายรับ
แนวทางที่รอบคอบกว่าคือแยกเงินสำรองออกจากงบตกแต่ง แล้วคำนวณค่าใช้จ่ายที่จำเป็นหลังเข้าอยู่ เช่น
- ค่างวดบ้าน
- ค่าส่วนกลาง
- ค่าน้ำและค่าไฟฟ้า
- ค่าเดินทางจากบ้านใหม่
- ค่าอาหารและค่าใช้จ่ายประจำ
- ค่าซ่อมแซมฉุกเฉิน
- ภาระหนี้เดิม
- ค่าใช้จ่ายของเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยง
การย้ายบ้านอาจทำให้ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า หรือค่าดูแลพื้นที่เปลี่ยนไป ผู้ซื้อจึงควรจัดทำงบประมาณตามรูปแบบการใช้ชีวิตจริง ไม่ควรพิจารณาเพียงว่ารายได้เพียงพอกับค่างวดบ้านหรือไม่
หากเงินสำรองยังไม่เพียงพอ ควรลดงบตกแต่ง เลื่อนการซื้อของบางรายการ หรือทบทวนค่าใช้จ่ายที่ยังไม่จำเป็น เพื่อรักษาสภาพคล่องในช่วงแรกหลังรับบ้าน
ควรเช็คยอดเงินสดกับใครบ้างก่อนโอนบ้าน
ก่อนถึงวันโอน ผู้ซื้อควรเผื่อเวลาติดต่อผู้เกี่ยวข้องแต่ละฝ่ายและขอสรุปยอดล่าสุด เพื่อให้ยังมีเวลาแก้ไขหากพบข้อมูลไม่ตรงกัน
ผู้ขายหรือนายหน้า
ควรถามเรื่องยอดราคาคงเหลือ เงินที่ชำระไปแล้ว รายการทรัพย์สินที่รวมอยู่ในการขาย วันส่งมอบกุญแจ และข้อตกลงเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
ธนาคาร
ควรถามเรื่องวงเงินสุทธิ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสินเชื่อ เอกสารที่ต้องใช้ วิธีชำระเงิน และยอดที่ผู้ซื้อต้องเตรียมเองในวันโอน
โครงการหรือนิติบุคคล
ควรถามเรื่องค่าส่วนกลาง เงินประกัน กฎการขนย้าย ข้อจำกัดในการต่อเติม และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าอยู่อาศัย
สำนักงานที่ดินหรือผู้ประสานงานด้านการโอนกรรมสิทธิ์
ควรตรวจสอบวันนัด ขั้นตอน เอกสาร และยอดค่าใช้จ่ายล่าสุด โดยเฉพาะรายการที่อาจเปลี่ยนแปลงตามมาตรการหรือเงื่อนไขในช่วงเวลานั้น
หากข้อมูลจากแต่ละฝ่ายไม่ตรงกัน ควรตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อนเตรียมแคชเชียร์เช็คหรือโอนเงินก้อนใหญ่ ไม่ควรใช้ยอดประมาณจากข้อมูลเก่าหรือคำบอกเล่าเพียงอย่างเดียว
รายการเช็คสั้น ๆ ก่อนโอนบ้านสำหรับผู้ซื้อ
ก่อนถึงวันนัดโอน ลองเช็คอีกครั้งว่าเตรียมข้อมูลและเงินสดครบแล้วหรือยัง
- สรุปราคาซื้อและยอดคงเหลือ
- ตรวจสอบเงินจอง เงินมัดจำ และเงินดาวน์ที่ชำระแล้ว
- เช็ควงเงินกู้สุทธิจากธนาคาร
- คำนวณเงินส่วนต่างราคาบ้าน
- สอบถามค่าใช้จ่ายในวันโอนตามข้อตกลง
- เช็คค่าจดทะเบียนจำนองและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสินเชื่อ
- ตรวจสอบค่าเบี้ยประกันหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
- เตรียมวิธีชำระเงินตามที่แต่ละฝ่ายกำหนด
- ตรวจสอบผลการซ่อมแซมจากการตรวจบ้านก่อนโอน
- สอบถามค่าส่วนกลางและค่าสาธารณูปโภค
- วางงบประมาณสำหรับค่าขนย้ายและของจำเป็น
- แยกงบตกแต่งออกจากเงินสำรองฉุกเฉิน
- เก็บสัญญา ใบเสร็จ และหลักฐานการชำระเงินให้ครบ
หากต้องการทบทวนขั้นตอนก่อนซื้อในมุมอื่น สามารถดูบทความใน หมวดดูบ้านก่อนซื้อ เพื่อเช็คเรื่องสภาพบ้าน ทำเล เอกสาร ค่าใช้จ่าย และข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
สรุปก่อนเตรียมเงินไปโอนบ้าน
ผู้ซื้อควรเตรียมเงินไว้มากกว่าเงินดาวน์หรือส่วนต่างจากวงเงินกู้ เพราะยังอาจมีค่าใช้จ่ายในวันโอน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสินเชื่อ ค่าสาธารณูปโภค ค่าซ่อมแซม ค่าขนย้าย และเงินสำรองหลังเข้าอยู่
วิธีที่ช่วยลดความผิดพลาดคือแบ่งรายการเงินออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ก่อนวันโอน วันโอน และหลังรับบ้าน จากนั้นขอสรุปยอดล่าสุดกับธนาคาร ผู้ขาย โครงการ สำนักงานที่ดิน หรือผู้เกี่ยวข้องก่อนชำระเงินก้อนใหญ่
หากค่าใช้จ่ายรวมสูงกว่าที่วางแผนไว้ ควรกลับมาทบทวนงบประมาณ ลดการซื้อของตกแต่งที่ยังไม่จำเป็น และเก็บเงินสำรองไว้ก่อน การเตรียมเงินอย่างเป็นระบบจะช่วยให้เริ่มต้นอยู่บ้านใหม่ได้โดยไม่เพิ่มภาระทางการเงินเกินความพร้อมของตนเอง





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น