การซื้อบ้านไม่ใช่เพียงการดูว่าทำเลดีหรือราคาอยู่ในงบเท่านั้น โดยเฉพาะหากคุณกำลังตัดสินใจเรื่อง ซื้อบ้านหน้าร้อน เพราะอากาศร้อนของไทยทำให้ปัญหาหลายอย่างเห็นชัดกว่าปกติ ทั้งแดดบ่ายที่สะสมความร้อน ห้องที่อับลม การระบายอากาศที่ไม่ดี และค่าไฟที่อาจสูงกว่าที่คาดไว้ บทความนี้จะพาไปดูจุดสำคัญที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจ เพื่อให้เลือกบ้านได้เหมาะกับการอยู่อาศัยจริงในระยะยาว
ถ้าคุณเพิ่งเริ่มหาข้อมูล แนะนำให้อ่านบทความเรื่อง ขั้นตอนการซื้อบ้านสำหรับมือใหม่ ควบคู่กันไปด้วย เพื่อเห็นภาพรวมตั้งแต่ก่อนเริ่มดูบ้านจริง
ทำไมการดูบ้านช่วงอากาศร้อนจึงสำคัญกว่าที่คิด
ช่วงอากาศร้อนเป็นช่วงที่บ้านแสดงสภาพจริงออกมาค่อนข้างชัด บ้านบางหลังอาจดูสวยในรูป หรือดูน่าอยู่ตอนแดดอ่อน แต่พอเจอแดดแรงในช่วงบ่ายกลับร้อน อบอ้าว และอยู่ไม่สบายอย่างที่คิด
ข้อดีของการไปดูบ้านในช่วงนี้คือ คุณจะเห็นได้ชัดว่าบ้านรับแดดมากเพียงใด ห้องไหนร้อนผิดปกติ อากาศถ่ายเทดีหรือไม่ และมีจุดใดที่อาจต้องเสียเงินแก้ไขเพิ่มหลังเข้าอยู่ การเห็นข้อเท็จจริงตั้งแต่ก่อนซื้อจะช่วยให้ตัดสินใจได้รอบคอบขึ้น และลดโอกาสพลาดในเรื่องที่หลายคนมักเพิ่งพบหลังย้ายเข้าอยู่แล้ว
อากาศร้อนของไทยมีผลต่อการอยู่อาศัยจริงพอสมควร และสามารถดูข้อมูลช่วงฤดูร้อนของประเทศไทยจาก กรมอุตุนิยมวิทยา เพิ่มเติมได้
ซื้อบ้านหน้าร้อน ต้องดูทิศบ้านและทิศแดดยังไง
หนึ่งในเรื่องที่ควรดูให้ชัดคือทิศบ้านและทิศแดด โดยเฉพาะแดดบ่ายที่มักทำให้บ้านสะสมความร้อนนานกว่าช่วงเช้า หากห้องสำคัญอย่างห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นโดนแดดแรงต่อเนื่องทุกวัน การอยู่อาศัยจริงอาจไม่สบายอย่างที่หวังไว้
จุดที่ควรสังเกตเรื่องทิศบ้าน
- หน้าบ้านหันทิศใด
- ห้องนอนหลักโดนแดดในช่วงเวลาใด
- ห้องนั่งเล่นหรือห้องทำงานอยู่ด้านที่รับแดดบ่ายหรือไม่
- มีชายคา กันสาด หรือแนวต้นไม้ช่วยบังแดดหรือไม่
บ้านที่โดนแดดบ่ายไม่ได้แปลว่าซื้อไม่ได้ แต่ควรคิดให้ครบว่าต้องแก้อะไรเพิ่มหรือไม่ เช่น ติดม่านกันความร้อน เปลี่ยนฟิล์มกระจก หรือต่อกันสาดเพิ่ม หากต้องแก้หลายจุด ก็ควรรวมค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไว้ตั้งแต่แรก
ซื้อบ้านหน้าร้อน ต้องเช็คการระบายอากาศอะไรบ้าง
เวลามีคนบอกว่าบ้านหลังนี้ “ลมดี” อย่าเพิ่งเชื่อตามคำพูดอย่างเดียว ควรลองเปิดประตูและหน้าต่างดูจริง ๆ ว่าอากาศไหลผ่านได้ดีเพียงใด เพราะบ้านที่ระบายอากาศไม่ดีมักร้อน อับ และทำให้ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศบ่อยกว่าที่จำเป็น
วิธีดูว่าบ้านระบายอากาศดีหรือไม่
- เปิดหน้าต่างแล้วมีลมไหลผ่านจริงหรือไม่
- หน้าต่างอยู่คนละด้านเพื่อให้อากาศเข้าออกได้หรือไม่
- พื้นที่กลางบ้านอับหรือโปร่ง
- ห้องน้ำ ห้องครัว และโถงบันไดมีช่องลมหรือช่องแสงเพียงพอหรือไม่
- เพดานต่ำเกินไปจนกักความร้อนไว้หรือไม่
หากบ้านอากาศนิ่งเกินไป แม้เปิดหน้าต่างแล้วก็ยังรู้สึกอบอ้าว นั่นเป็นสัญญาณว่าคุณอาจต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศมากกว่าที่คิดในชีวิตประจำวัน ซึ่งกระทบทั้งความสบายและค่าใช้จ่ายระยะยาว
อย่ามองข้ามจุดสะสมความร้อนในบ้าน
เวลาต้องตัดสินใจเลือกบ้านในช่วงอากาศร้อน อย่าดูเพียงภาพรวมว่าบ้านสวยหรือโปร่งพอหรือไม่ แต่ให้สังเกตจุดที่มักสะสมความร้อนด้วย เพราะจุดเหล่านี้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากกว่าที่หลายคนคิด
จุดที่ควรตรวจสอบเป็นพิเศษ
- ห้องนอนชั้นบน โดยเฉพาะห้องที่อยู่ใต้หลังคา
- ผนังด้านที่รับแดดบ่ายเต็ม ๆ
- ห้องครัวที่อากาศถ่ายเทไม่ดี
- ห้องที่มีกระจกมาก แต่ไม่มีอุปกรณ์ช่วยกันแดด
- พื้นที่รอบบ้านที่เป็นปูนโล่งและสะท้อนความร้อนเข้าตัวบ้าน
หากคุณไปดูบ้านช่วงบ่ายแล้วพบว่าห้องบางห้องร้อนผิดปกติ ควรถามต่อว่ามีการติดฉนวน ฟิล์มกระจก ม่านกันความร้อน หรืออุปกรณ์ช่วยลดความร้อนเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อค่าใช้จ่ายหลังเข้าอยู่โดยตรง
เช็คหลังคา ฝ้าเพดาน และวัสดุให้ละเอียด
บ้านที่ดูดีจากภายนอกอาจยังมีปัญหาเรื่องความร้อนจากโครงสร้างได้ โดยเฉพาะหลังคาและฝ้าเพดาน ยิ่งถ้าเป็นบ้านมือสองหรือบ้านที่ผ่านการใช้งานมาระยะหนึ่งแล้ว ยิ่งควรดูให้ละเอียดว่ามีร่องรอยการสะสมความร้อนหรือความชื้นหรือไม่
สิ่งที่ควรสังเกต
- ใต้หลังคามีฉนวนหรือไม่
- ฝ้าเพดานมีรอยบวม คราบ หรือรอยแตกร้าวหรือไม่
- วัสดุบางส่วนอมความร้อนมากเกินไปหรือไม่
- ชั้นบนร้อนกว่าชั้นล่างอย่างเห็นได้ชัดหรือไม่
- มีจุดที่แดดส่องเข้าตรง ๆ นานเกินไปหรือไม่
เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะถ้าซื้อไปแล้วเพิ่งพบว่าบ้านร้อนจากโครงสร้าง คุณอาจต้องเสียเงินปรับปรุงเพิ่มอีกไม่น้อย
อย่าลืมประเมินค่าไฟและค่าแก้ไขหลังเข้าอยู่
หลายคนดูราคาบ้านแล้วรู้สึกว่าคุ้ม แต่ลืมคิดต่อว่าถ้าบ้านร้อนเกินไป ต้นทุนหลังเข้าอยู่ก็อาจสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทั้งค่าไฟ ค่าเครื่องปรับอากาศ และค่าแก้ไขจุดต่าง ๆ
นอกจากค่าไฟและค่าปรับปรุงแล้ว ควรเผื่องบเรื่อง ค่าโอนและค่าใช้จ่ายวันซื้อบ้าน ไว้ด้วย เพื่อไม่ให้ต้นทุนจริงสูงกว่าที่วางแผนไว้
ค่าใช้จ่ายที่ควรคิดเผื่อ
- ค่าเครื่องปรับอากาศที่อาจต้องติดเพิ่ม
- ขนาดเครื่องปรับอากาศที่เหมาะกับแต่ละห้อง
- ค่าไฟจากการเปิดเครื่องปรับอากาศบ่อยขึ้น
- ค่าติดม่าน ฟิล์มกระจก หรือกันสาด
- ค่าปรับปรุงเรื่องการระบายอากาศหรือจุดอับต่าง ๆ
หากบ้านหลังหนึ่งราคาดูพอรับไหว แต่ต้องตามแก้หลายจุดเพื่อให้อยู่สบายจริง ต้นทุนรวมสุดท้ายอาจไม่คุ้มอย่างที่คิดไว้ในตอนแรก
ถ้าต้องการประเมินเรื่องการใช้ไฟให้รอบคอบขึ้น ควรตรวจสอบข้อมูล ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ของเครื่องปรับอากาศ จากหน่วยงานทางการประกอบด้วย
สภาพแวดล้อมรอบบ้านก็มีผลต่อความสบาย
ความร้อนที่คุณรู้สึกเวลาอยู่บ้านไม่ได้มาจากตัวบ้านอย่างเดียว แต่ยังมาจากสิ่งรอบข้างด้วย เช่น ถนนคอนกรีตที่สะท้อนแดด พื้นปูนโล่ง ลานจอดรถ หรือบ้านข้างเคียงที่บังลมจนบ้านอับ
สิ่งรอบบ้านที่ควรตรวจสอบ
- มีต้นไม้ใหญ่หรือพื้นที่สีเขียวช่วยลดความร้อนหรือไม่
- บ้านอยู่ในจุดที่ลมผ่านหรือโดนบังลม
- รอบบ้านเป็นพื้นปูนทั้งหมด หรือมีพื้นที่ดินและสวนบ้าง
- บ้านในโครงการวางชิดกันเกินไปหรือไม่
- ถนนหน้าบ้านสะท้อนความร้อนเข้าตัวบ้านมากเพียงใด
บางครั้งตัวบ้านอาจไม่ได้มีปัญหามาก แต่สภาพแวดล้อมรอบบ้านกลับทำให้อยู่จริงแล้วร้อนและอึดอัดกว่าที่คิด จึงควรเดินดูรอบบ้านให้ครบก่อนเสมอ
ถ้าเป็นบ้านมือสอง ควรตรวจสอบกลิ่นอับและความชื้นด้วย
อากาศร้อนทำให้บางบ้านแสดงปัญหาเรื่องอากาศค้างหรือกลิ่นอับได้ชัด โดยเฉพาะบ้านที่ปิดทิ้งไว้นาน บ้านที่อยู่ในซอยอับลม หรือบ้านที่มีห้องน้ำและห้องครัวระบายอากาศไม่ดี
เวลานัดดูบ้าน ลองเปิดประตูและหน้าต่างทิ้งไว้สักพัก แล้วสังเกตว่าอากาศถ่ายเทเร็วหรือยังรู้สึกอบอ้าวอยู่ หากยังอับง่ายแม้เปิดช่องลมแล้ว ก็อาจเป็นบ้านที่ต้องปรับแก้พอสมควร
รายการตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อบ้านช่วงอากาศร้อน
เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ลองใช้รายการตรวจสอบนี้ตอนนัดดูบ้าน
- บ้านรับแดดช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายมากกว่ากัน
- ห้องนอนหลักร้อนหรือไม่ในเวลาที่ไปดู
- เปิดหน้าต่างแล้วลมผ่านจริงหรือไม่
- เพดานสูงพอหรือไม่
- หลังคาและฝ้ามีสัญญาณสะสมความร้อนหรือไม่
- รอบบ้านมีต้นไม้หรือพื้นที่ช่วยลดความร้อนบ้างหรือไม่
- ต้องติดเครื่องปรับอากาศเพิ่มหรือแก้จุดใดอีกบ้าง
- หากอยู่จริงทุกวัน จะรับค่าไฟและค่าปรับปรุงไหวหรือไม่
บ้านแบบไหนมักอยู่สบายกว่าในอากาศร้อนของไทย
แม้แต่ละบ้านจะมีรายละเอียดต่างกัน แต่โดยทั่วไปบ้านที่อยู่สบายในอากาศร้อนมักมีลักษณะร่วมกันอยู่หลายข้อ เช่น รับลมได้ดี ไม่โดนแดดบ่ายเต็ม ๆ ทั้งวัน และมีองค์ประกอบที่ช่วยลดความร้อนสะสม
บ้านที่น่าอยู่ในสภาพอากาศแบบไทยมักมีช่องเปิดที่ช่วยให้อากาศถ่ายเทดี ห้องสำคัญไม่รับแดดแรงเกินไป มีชายคาหรืออุปกรณ์บังแดดที่เหมาะสม และมีพื้นที่รอบบ้านพอให้ไม่อึดอัดเกินไป สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่กฎตายตัว แต่ยิ่งมีมากก็ยิ่งช่วยให้การอยู่อาศัยสบายขึ้น
สรุปก่อนตัดสินใจซื้อบ้านในช่วงอากาศร้อน
การซื้อบ้านในช่วงหน้าร้อนไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลเกินไป ตรงกันข้าม ช่วงนี้กลับเป็นโอกาสดีที่จะเห็นข้อเท็จจริงของบ้านได้ชัดกว่าปกติ หากคุณดูเรื่องทิศแดด การระบายอากาศ ความร้อนสะสม หลังคา ฝ้าเพดาน และสภาพแวดล้อมรอบบ้านให้ครบ ก็จะช่วยลดโอกาสพลาดได้มาก
บ้านที่น่าอยู่จริงไม่ใช่แค่บ้านที่ดูสวยตอนเดินเข้าไปครั้งแรก แต่เป็นบ้านที่อยู่แล้วสบายในทุกวัน โดยไม่ต้องเสียเงินแก้ไขหนักในภายหลัง
ก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน ลองเทียบบทความนี้กับเรื่องทิศบ้าน การดูบ้านช่วงกลางวัน และการเลือกทำเลให้น่าอยู่ แล้วค่อยดูหน้า ขายบ้าน หรือ ขายทาวน์เฮ้าส์ ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคุณ จะช่วยลดโอกาสพลาดได้มาก
คำถามที่พบบ่อยก่อนซื้อบ้านช่วงอากาศร้อน
ควรไปดูบ้านช่วงเวลาไหนดีที่สุดถ้ากังวลเรื่องความร้อน
ช่วงสายถึงช่วงบ่ายเหมาะที่สุด เพราะเป็นเวลาที่จะเห็นเรื่องแดด ความร้อนสะสม และการระบายอากาศได้ชัดกว่าช่วงเย็น
บ้านที่โดนแดดบ่ายแปลว่าไม่ควรซื้อเลยไหม
ไม่จำเป็น บ้านที่โดนแดดบ่ายยังซื้อได้ แต่ควรดูว่ามีวิธีช่วยลดความร้อนเพียงพอหรือไม่ และต้องคำนวณค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงเพิ่มด้วย
บ้านมือสองกับบ้านใหม่ แบบไหนควรเช็คเรื่องความร้อนมากกว่ากัน
ควรตรวจสอบทั้งสองแบบ แต่บ้านมือสองควรดูเรื่องฝ้า หลังคา กลิ่นอับ และจุดที่ผ่านการใช้งานมาระยะหนึ่งให้ละเอียดเป็นพิเศษ




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น