บ้านสวย

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ ขายบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน | HomeForSaleInTH

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน พร้อมสาระก่อนซื้อบ้าน ดูทำเล ค่าใช้จ่าย และเช็คจุดสำคัญก่อนตัดสินใจ

บ้านมือสองประตูหน้าต่างปิดไม่สนิท ต้องเช็คอะไร? ดูวงกบ รอยแตกร้าว ช่องว่าง และร่องรอยน้ำก่อนซื้อ

     ถ้าไปดูบ้านแล้วพบว่า บ้านมือสองประตูหน้าต่างปิดไม่สนิท อย่าเพิ่งสรุปว่าเกิดจากบานพับเสื่อมหรือบ้านทรุด เพราะอาการนี้อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ควรลองเปิด–ปิดประตูและหน้าต่างหลายบาน แล้วสังเกตว่ามีอะไรผิดปกติบ้าง เช่น บานเอียง วงกบมีรอยแยก ปิดแล้วเหลือช่องว่าง กลอนล็อกยาก หรือมีรอยแตกร้าวและคราบน้ำบริเวณใกล้เคียง เพื่อดูว่าปัญหาเกิดเฉพาะบานใดบานหนึ่ง หรือมีความผิดปกติอื่นที่ควรให้ช่างตรวจเพิ่มเติมก่อนซื้อ


     การไปดูบ้านครั้งแรกไม่จำเป็นต้องรู้ทันทีว่าปัญหาทุกอย่างเกิดจากอะไร แต่ควรจดรายละเอียดและถ่ายรูปจุดที่ผิดปกติไว้ เพื่อช่วยตัดสินใจว่าจุดไหนควรกลับมาตรวจอีกครั้ง และเรื่องใดควรให้ช่างช่วยตรวจสอบก่อนวางมัดจำ


บ้านมือสองประตูหน้าต่างปิดไม่สนิท ควรเริ่มเช็คจากอะไร

     เริ่มจากลองเปิด–ปิดประตูและหน้าต่างหลายบาน ไม่ควรลองเฉพาะบานที่พบปัญหา เพราะการเปรียบเทียบกับบานอื่นจะช่วยให้เห็นว่าอาการผิดปกติเกิดเฉพาะบานเดียวหรือพบในหลายจุดของบ้าน


     ระหว่างทดลอง ควรสังเกตสิ่งต่อไปนี้

  • บานไหนเปิด–ปิดได้ตามปกติ
  • บานไหนต้องออกแรงดันหรือดึงมากกว่าปกติ
  • บานไหนเริ่มฝืดเมื่อใกล้ปิดจนสุด
  • บานไหนปิดแล้วมีช่องว่างเหลืออยู่
  • บานไหนต้องยกหรือดันก่อนจึงจะล็อกได้
  • บานไหนมีเสียงหรือรอยเสียดสีกับวงกบ
  • พบปัญหาเฉพาะประตู เฉพาะหน้าต่าง หรือทั้งสองอย่าง


     ควรลองเปิด–ปิดด้วยแรงตามปกติ ไม่กระแทกหรือฝืนออกแรงมากจนทำให้ประตูหรือหน้าต่างเสียหาย หากบานติดขัดมากจนขยับไม่ได้ ควรหยุดทดลองและแจ้งเจ้าของบ้านให้ทราบ


     ถ้าพบจุดที่มีปัญหา ควรถ่ายรูปหรือจดตำแหน่งไว้ เพื่อให้กลับมาตรวจซ้ำได้ง่าย โดยเฉพาะบ้านสองชั้น บ้านที่มีหลายห้อง หรือทาวน์เฮ้าส์มือสองที่มีประตูและหน้าต่างหลายบาน


ถ้าปิดไม่สนิทหลายบาน ควรดูตำแหน่งที่ผิดปกติอย่างไร

     นอกจากจำนวนประตูและหน้าต่างที่มีปัญหาแล้ว ควรดูด้วยว่าแต่ละบานอยู่ส่วนไหนของบ้าน และมีความผิดปกติอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เพราะจำนวนบานเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกสาเหตุได้


     ตัวอย่างเช่น ถ้าประตูห้องนอนฝืดเพียงบานเดียว แต่ประตูบานอื่นเปิด–ปิดได้ตามปกติ ควรเริ่มตรวจวงกบ บานพับ และกลอนของประตูบานนั้นก่อน


     แต่ถ้าประตูหลายบานในบริเวณเดียวกันปิดยาก และมีรอยแตกร้าวบนผนังใกล้เคียงด้วย ควรจดตำแหน่งที่พบปัญหาไว้ทั้งหมด แล้วให้ช่างหรือผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรรีบสรุปว่าต้องซ่อมส่วนใดหรือจะเสียค่าใช้จ่ายเท่าไรจากสิ่งที่เห็นเพียงอย่างเดียว


     ตัวอย่างการจดข้อมูลแบบสั้น ๆ

  • ห้องนอนชั้นบน: ประตูฝืด 1 บาน
  • ห้องรับแขก: หน้าต่างล็อกยาก 2 บาน
  • ห้องครัว: ประตูและหน้าต่างเปิด–ปิดได้ตามปกติ
  • หลังบ้าน: ประตูปิดแล้วมีช่องว่างด้านล่าง


     เมื่อจดรายละเอียดแยกตามห้องไว้ คุณจะจำได้ง่ายขึ้นว่าจุดไหนมีปัญหา และสามารถอธิบายให้ช่างเข้าใจได้ชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อต้องกลับมาดูบ้านอีกครั้งหรือเปรียบเทียบกับบ้านหลังอื่น


บ้านมือสองประตูหน้าต่างปิดไม่สนิท ต้องดูวงกบและช่องว่างอย่างไร

     เมื่อปิดประตูหรือหน้าต่างแล้ว ลองถอยออกมามองทั้งบานก่อน จากนั้นค่อยเข้าไปดูขอบบานและวงกบใกล้ ๆ ว่ามีส่วนไหนเอียง ไม่ตรงแนว หรือมีช่องว่างที่ดูผิดปกติหรือไม่


     หากพบจุดที่น่าสงสัย ควรถ่ายรูปเก็บไว้ ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์วัดระดับหรือพยายามหาสาเหตุด้วยตัวเอง เพราะความผิดปกติบางอย่างต้องให้ช่างหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบจึงจะทราบสาเหตุได้ชัดเจนขึ้น


ช่องว่างรอบบานสม่ำเสมอหรือไม่

     ลองดูช่องว่างระหว่างบานกับวงกบทั้งด้านบน ด้านล่าง และด้านข้าง หากด้านหนึ่งชิดวงกบมาก แต่อีกด้านมีช่องว่างกว้างกว่าชัดเจน ควรสังเกตเพิ่มเติมว่าขอบบานมีรอยเสียดสีหรือมีปัญหาขณะล็อกหรือไม่


     บางครั้งหน้าต่างดูเหมือนปิดจนสุดแล้ว แต่ยังเห็นแสงลอดผ่านขอบบาน หรือรู้สึกว่ามีลมพัดเข้ามาตามรอยต่อ ควรดูด้วยว่ายางขอบหน้าต่างและวัสดุอุดรอยต่อยังอยู่ในสภาพดีหรือไม่


     อย่างไรก็ตาม ประตูและหน้าต่างแต่ละแบบมีวิธีติดตั้งและลักษณะรอยต่อแตกต่างกัน การมองเห็นช่องว่างจึงไม่ได้หมายความว่าติดตั้งผิดเสมอไป


วงกบมีรอยแยก บวม หรือร่องรอยซ่อมหรือไม่

     ลองสังเกตวงกบให้ทั่ว โดยเฉพาะมุมบน บริเวณที่วงกบติดกับผนัง และจุดที่ขอบบานเสียดสีกับวงกบ


     สิ่งที่ควรดู ได้แก่

  • มีรอยแยกระหว่างวงกบกับผนังหรือไม่
  • มีรอยโป๊วหรือวัสดุอุดรอยต่อที่ดูใหม่กว่าบริเวณอื่นหรือไม่
  • วงกบไม้มีรอยบวมหรือโก่งผิดรูปหรือไม่
  • มีร่องรอยซ่อมบริเวณมุมวงกบหรือไม่
  • ขอบบานมีรอยถลอกจากการเสียดสีซ้ำ ๆ หรือไม่


     ถ้าพบร่องรอยซ่อม ควรถามเจ้าของบ้านว่าเคยซ่อมเพราะอะไร ซ่อมเมื่อไร และหลังซ่อมยังมีปัญหาเดิมกลับมาอีกหรือไม่


     วงกบที่เคยซ่อมไม่ได้หมายความว่าบ้านมีปัญหาร้ายแรงเสมอไป บางจุดอาจซ่อมเรียบร้อยแล้ว แต่บางจุดอาจยังมีปัญหาที่ต้องตรวจเพิ่มเติม ผู้ซื้อจึงควรสอบถามประวัติการซ่อมให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ


บานพับ กลอน และจุดล็อกมีอาการผิดปกติหรือไม่

     ประตูหรือหน้าต่างบางบานอาจดูตรงตามปกติเมื่อปิด แต่พอลองล็อกกลับต้องออกแรงมาก หรือจำเป็นต้องยกบานขึ้นเล็กน้อยก่อนกลอนจึงจะเข้าช่องล็อกได้


     ระหว่างทดลอง ควรสังเกตว่า

  • บานพับหลวมหรือขยับผิดปกติหรือไม่
  • มีร่องรอยการถอดบานพับหรือย้ายตำแหน่งสกรูหรือไม่
  • กลอนเข้าช่องล็อกได้ตรงหรือจำเป็นต้องออกแรงดันบาน
  • มือจับติดขัดหรือหลวมผิดปกติหรือไม่
  • ขอบบานมีรอยเสียดสีกับวงกบตรงจุดเดิมหรือไม่


     อาการเหล่านี้อาจเกิดจากตัวบาน อุปกรณ์ หรือการติดตั้ง แต่ยังไม่สามารถบอกได้ทันทีว่าต้องเปลี่ยนวงกบหรือซ่อมส่วนใด


     ถ้าพบว่ากลอนหรือจุดล็อกใช้งานไม่ได้ ควรจดไว้เป็นปัญหาสำคัญ เพราะนอกจากจะทำให้ใช้งานไม่สะดวกแล้ว ยังอาจกระทบต่อความปลอดภัยของบ้านด้วย


บ้านมือสองประตูหน้าต่างปิดไม่สนิท ต้องระวังรอยแตกร้าวจุดไหน

     หลังจากดูประตูหรือหน้าต่างแล้ว ควรสังเกตผนังรอบวงกบด้วย โดยเฉพาะมุมประตู มุมหน้าต่าง และผนังบริเวณที่ติดกับวงกบ


     จุดที่ควรดู ได้แก่

  • มุมบนของประตูและหน้าต่าง
  • ผนังเหนือวงกบ
  • รอยต่อระหว่างวงกบกับผนัง
  • ผนังด้านข้างประตูและหน้าต่าง
  • รอยแตกร้าวที่ยาวต่อเนื่องออกจากบริเวณวงกบ
  • จุดที่มีรอยโป๊วหรือทาสีซ่อมเฉพาะบริเวณ


     รอยแตกร้าวใกล้วงกบอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การยืดและหดตัวของวัสดุ การแตกร้าวของผิวปูนฉาบ รอยต่อระหว่างวัสดุต่างชนิด หรือการขยับตัวของส่วนประกอบบางจุดของบ้าน จึงไม่ควรสรุปว่ารอยแตกร้าวทุกเส้นเกิดจากปัญหาโครงสร้าง


     หากพบรอยแตกร้าวร่วมกับประตูหลายบานที่ดูเอียงหรือปิดไม่ตรงแนว หรือพบว่าพื้นและผนังใกล้เคียงมีความผิดปกติด้วย ควรให้ช่างหรือผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสมช่วยตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม


     เวลาถ่ายรูป ควรถ่ายทั้งภาพระยะใกล้ที่เห็นรอยแตกร้าวชัดเจน และภาพมุมกว้างที่เห็นว่ารอยนั้นอยู่ตรงไหนของผนัง เพื่อให้กลับมาเปรียบเทียบหรือส่งให้ช่างดูได้ง่ายขึ้น


ถ้าเป็นหน้าต่าง ต้องเช็คร่องรอยน้ำรอบกรอบด้วย

     นอกจากดูว่าหน้าต่างปิดสนิทหรือไม่แล้ว ควรตรวจกรอบหน้าต่างและผนังรอบ ๆ ด้วย เพราะบางบ้านอาจมีปัญหาน้ำฝนซึมเข้ามาตามรอยต่อ โดยเฉพาะหน้าต่างด้านที่โดนฝนบ่อย หรือบริเวณที่กรอบหน้าต่างติดกับผนังด้านนอก


     ลองสังเกตด้านบน ด้านข้าง และด้านล่างของหน้าต่างว่ามีสิ่งต่อไปนี้หรือไม่

  • คราบน้ำหรือรอยน้ำไหล
  • สีพอง สีลอก หรือผนังเปลี่ยนสี
  • จุดดำหรือกลิ่นอับบริเวณขอบหน้าต่าง
  • วัสดุบริเวณกรอบหน้าต่างบวมหรือผิดรูป
  • ร่องรอยการอุดซ่อมหรือเปลี่ยนวัสดุกันน้ำเฉพาะจุด
  • ร่องรอยความชื้นที่ยังมองเห็นได้ในวันที่ไปดูบ้าน


     ถ้าพบคราบน้ำ ไม่ควรสรุปทันทีว่าหน้าต่างยังรั่วอยู่ เพราะอาจเป็นคราบเก่าจากปัญหาที่ซ่อมไปแล้วก็ได้


     ควรถามเจ้าของบ้านว่าเคยมีน้ำซึมเข้ามาบริเวณนั้นหรือไม่ หากเคยเกิดขึ้น มีการแก้ไขอย่างไร และหลังซ่อมแล้วยังมีน้ำซึมอีกหรือเปล่า


     ถ้ายังสนใจบ้านหลังนั้นและสามารถนัดดูเพิ่มเติมได้ การกลับไปดูบริเวณเดิมหลังฝนตกอาจช่วยให้เห็นคราบน้ำหรือความชื้นที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่การไม่พบคราบน้ำหลังฝนตกเพียงครั้งเดียวก็ไม่ได้ยืนยันว่าจะไม่มีปัญหาน้ำรั่วในอนาคต


ก่อนซื้อควรถามประวัติซ่อมหรือเปลี่ยนวงกบอะไรบ้าง

     เมื่อพบประตูหรือหน้าต่างที่มีปัญหา ไม่ควรถามเพียงว่า “บ้านเคยซ่อมไหม” เพราะเป็นคำถามที่กว้างเกินไป และอาจไม่ได้รายละเอียดที่ต้องการ


     ควรถามให้ตรงกับจุดที่พบปัญหา เช่น

  1. ประตูหรือหน้าต่างบานนี้เคยมีปัญหาปิดไม่สนิทมาก่อนหรือไม่
  2. เคยปรับบาน เปลี่ยนบานพับ หรือเปลี่ยนกลอนหรือไม่
  3. เคยเปลี่ยนประตู หน้าต่าง หรือวงกบทั้งชุดหรือไม่
  4. ถ้าเคยซ่อมหรือเปลี่ยน เกิดจากปัญหาอะไร
  5. ผนังบริเวณนี้เคยมีรอยแตกร้าวหรือน้ำซึมหรือไม่
  6. หลังซ่อมแล้วมีปัญหาเดิมกลับมาอีกหรือไม่


     หากผู้ขายมีรูปถ่ายก่อนซ่อม รายละเอียดงานซ่อม หรือข้อมูลจากช่างที่เคยเข้ามาซ่อม สามารถขอดูประกอบได้ตามความเหมาะสม


     คำตอบจากผู้ขายควรนำมาเปรียบเทียบกับสภาพบ้านที่เห็นจริง โดยเฉพาะบริเวณที่เคยซ่อมหลายครั้งหรือยังพบปัญหาอยู่


     หากได้ข้อมูลไม่ชัดเจน ก็ไม่จำเป็นต้องรีบสรุปว่าผู้ขายปกปิดปัญหา แต่ควรจดไว้ว่าเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนตกลงซื้อ


บ้านมือสองประตูหน้าต่างปิดไม่สนิท แบบไหนควรให้ช่างตรวจเพิ่ม

     ประตูหรือหน้าต่างที่ปิดไม่สนิทเพียงบานเดียวอาจเป็นปัญหาเฉพาะจุด แต่ถ้ามีความผิดปกติหลายอย่างเกิดร่วมกัน ควรตรวจให้ละเอียดขึ้นก่อนตัดสินใจ


     ตัวอย่างสิ่งที่ควรให้ช่างตรวจเพิ่มเติม ได้แก่

  • ประตูหรือหน้าต่างหลายบานในบริเวณเดียวกันดูเอียงหรือปิดไม่ตรงแนว
  • มีรอยแตกร้าวต่อเนื่องบริเวณมุมวงกบและผนังใกล้เคียง
  • พื้นบริเวณใกล้เคียงดูไม่เสมอกันหรือสงสัยว่ามีความลาดเอียงผิดปกติ
  • ช่องว่างระหว่างบานกับวงกบแตกต่างกันชัดเจนหลายตำแหน่ง
  • หน้าต่างปิดไม่สนิทและมีร่องรอยน้ำหรือความชื้นร่วมด้วย
  • พบว่ามีการซ่อมจุดเดิมหลายครั้งแต่ไม่ทราบสาเหตุ
  • กลอนหรือจุดล็อกไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ


     สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ยืนยันว่าบ้านทรุดหรือมีปัญหาโครงสร้าง แต่เป็นเหตุผลที่ควรตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติมก่อนประเมินความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายในการซ่อม


     หากพบปัญหาเฉพาะประตูหรือหน้าต่างเพียงบานเดียว ควรให้ช่างตรวจอาการและประเมินแนวทางซ่อมก่อนนำค่าใช้จ่ายไปประกอบการต่อรองราคาหรือเปรียบเทียบบ้าน


     แต่หากพบประตูหรือหน้าต่างหลายบานผิดปกติร่วมกับรอยแตกร้าวต่อเนื่อง หรือมีความผิดปกติของพื้นและผนัง ควรพิจารณาให้วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสมช่วยตรวจหาสาเหตุ แทนการคาดเดาจากรูปถ่ายหรือคำบอกเล่าเพียงอย่างเดียว


     ก่อนวางมัดจำ ควรตรวจสอบข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพบ้าน รายการซ่อมที่ผู้ขายรับผิดชอบ และเงื่อนไขต่าง ๆ ในเอกสารจริงให้ชัดเจน เพราะรายละเอียดอาจแตกต่างกันตามข้อตกลงของแต่ละกรณี


     หากยังไม่แน่ใจว่าต้องซ่อมจุดไหนหรือมีค่าใช้จ่ายเท่าไร ควรนำรายการที่พบไปประเมินร่วมกับเรื่องอื่น ๆ ตามแนวทาง หลังดูบ้านก่อนวางมัดจำ เพื่อให้ตัดสินใจจากสภาพบ้านและงบประมาณที่ต้องเตรียมได้รอบคอบขึ้น


เช็คลิสต์ 5 ขั้นก่อนเดินออกจากบ้าน

     ก่อนจบการนัดดูบ้าน ลองใช้รายการสั้น ๆ นี้ตรวจว่าคุณมีข้อมูลเพียงพอสำหรับตัดสินใจขั้นต่อไปหรือยัง

  1. ทดลองเปิด–ปิด: ตรวจประตูและหน้าต่างทุกบานที่เจ้าของบ้านอนุญาตให้ตรวจและสามารถเข้าถึงได้ พร้อมจดว่าบานไหนผิดปกติ
  2. ดูแนวบานและวงกบ: สังเกตช่องว่าง บานพับ กลอน จุดล็อก และรอยเสียดสี
  3. มองบริเวณรอบข้าง: ตรวจรอยแตกร้าวใกล้วงกบ รวมถึงคราบน้ำและความชื้นรอบหน้าต่าง
  4. ถามประวัติซ่อม: สอบถามสาเหตุเดิม การเปลี่ยนบานหรือวงกบ และปัญหาที่เคยเกิดซ้ำ
  5. แยกจุดที่ต้องตรวจเพิ่ม: ถ่ายรูปตำแหน่งที่ผิดปกติ และจดว่าจุดไหนควรให้ช่างหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจเพิ่มเติมก่อนซื้อ


     เมื่อกลับจากดูบ้าน ควรแยกรายการออกเป็นสองกลุ่ม ได้แก่ จุดที่ตรวจแล้วและมีข้อมูลเพียงพอ กับจุดที่ยังไม่ทราบสาเหตุหรือค่าใช้จ่ายในการแก้ไข


     วิธีนี้จะช่วยให้เปรียบเทียบบ้านหลายหลังได้รอบคอบขึ้น โดยไม่มองเพียงความสวยงามหรือราคาขาย และไม่ต้องรีบตัดสินใจทั้งที่ยังมีบางจุดซึ่งตรวจไม่ครบ


     หากตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้แล้ว ก่อนถึงวันโอนควรกลับไปตรวจการเปิด–ปิดและการล็อกประตูหน้าต่างทุกบานอีกครั้ง โดยเปรียบเทียบกับสภาพบ้านและรายการซ่อมที่ตกลงกันไว้ ทั้งนี้ การตรวจบ้านก่อนโอน จะเน้นความเรียบร้อยของตัวบ้านและระบบต่าง ๆ ก่อนรับมอบ ซึ่งมีจุดประสงค์ต่างจากการดูบ้านเพื่อพิจารณาว่าจะซื้อหรือไม่


     การพบว่าประตูหรือหน้าต่างบางบานปิดไม่สนิท ไม่ได้หมายความว่าบ้านมีปัญหาร้ายแรงเสมอไป แต่ก็ไม่ควรมองข้ามโดยคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย สิ่งที่ควรทำคือดูว่ามีปัญหากี่บาน อยู่บริเวณไหน มีรอยแตกร้าวหรือร่องรอยน้ำร่วมด้วยหรือไม่ และเคยมีประวัติซ่อมอย่างไร


     หากยังมีจุดที่ไม่แน่ใจ ควรถ่ายรูปและจดตำแหน่งที่ผิดปกติไว้ แล้วนัดกลับไปตรวจเฉพาะจุดหรือให้ผู้มีความรู้ช่วยประเมินก่อนตกลงซื้อ เพื่อให้ตัดสินใจจากสภาพบ้านที่ตรวจสอบได้ แทนการคาดเดาเพียงอย่างเดียว


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น