คำว่า คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ ที่ปรากฏในประกาศ ไม่ได้หมายความว่าจะเลี้ยงสัตว์ได้ทุกชนิด หรือพาเข้าใช้พื้นที่ส่วนกลางได้ทุกแห่ง ก่อนซื้อจึงควรสอบถามนิติบุคคลให้ชัดเจน ทั้งเรื่องชนิด ขนาด น้ำหนัก จำนวนสัตว์ ลิฟต์ เส้นทางเข้าออก พื้นที่พาสัตว์เดิน และค่าปรับ บทความนี้จะช่วยไล่ดูว่าควรถามเรื่องใดและควรสังเกตจุดไหนจากสถานที่จริง เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ว่าคอนโดนั้นเหมาะกับการใช้ชีวิตของคุณและสัตว์เลี้ยงหรือไม่
คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ ก่อนซื้อควรเช็คอะไรเป็นอันดับแรก
สิ่งแรกที่ควรทำคือสอบถามนิติบุคคลอาคารชุดโดยตรง ไม่ควรตัดสินใจจากข้อความในประกาศขายหรือคำบอกเล่าของผู้ขายเพียงอย่างเดียว เพราะข้อมูลเหล่านั้นอาจเป็นเพียงคำอธิบายสั้น ๆ หรือเป็นเงื่อนไขเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้วในปัจจุบัน
ควรขอดูข้อบังคับ ประกาศ หรือแนวปฏิบัติฉบับล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง พร้อมเช็คอย่างน้อย 8 เรื่องต่อไปนี้
- อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ประเภทใดบ้าง
- มีข้อจำกัดเรื่องสายพันธุ์ ขนาด หรือน้ำหนักหรือไม่
- เลี้ยงได้สูงสุดกี่ตัวต่อหนึ่งห้อง
- ต้องลงทะเบียนสัตว์เลี้ยงกับนิติบุคคลหรือไม่
- ต้องยื่นหลักฐานการฉีดวัคซีนหรือข้อมูลสุขภาพหรือไม่
- ใช้ลิฟต์และพื้นที่ส่วนกลางส่วนใดได้บ้าง
- มีค่าธรรมเนียมหรือเงินประกันความเสียหายเพิ่มเติมหรือไม่
- หากฝ่าฝืนกฎ จะมีขั้นตอนแจ้งเตือนหรือค่าปรับอย่างไร
กฎของอาคารอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ก่อนวางมัดจำจึงควรขอข้อมูลที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ เช่น สำเนาประกาศ ภาพถ่ายเอกสาร หรือข้อความยืนยันจากนิติบุคคล ไม่ควรเชื่อเพียงคำพูดว่า “โครงการนี้เลี้ยงสัตว์ได้อยู่แล้ว”
หากต้องการตรวจสอบกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ควรอ่าน พระราชบัญญัติอาคารชุด จากกรมที่ดินควบคู่กัน และสอบถามนิติบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งก่อนตัดสินใจ
กฎนิติบุคคลเรื่องสัตว์เลี้ยงต้องดูเงื่อนไขอะไรบ้าง
แต่ละโครงการอาจกำหนดเงื่อนไขการเลี้ยงสัตว์แตกต่างกัน บางแห่งอนุญาตให้เลี้ยงภายในห้อง แต่จำกัดการใช้พื้นที่ส่วนกลาง ขณะที่บางแห่งกำหนดรายละเอียดทั้งประเภท ขนาด จำนวน และวิธีพาสัตว์เข้าออกอาคาร
นอกจากกฎเรื่องสัตว์เลี้ยงแล้ว ผู้ซื้อควรตรวจสอบการทำงานของ นิติบุคคลคอนโด ก่อนซื้อ ทั้งการดูแลอาคาร การรับเรื่องร้องเรียน แผนซ่อมบำรุง และความชัดเจนของข้อมูลที่แจ้งแก่เจ้าของร่วม
ประเภทและสายพันธุ์สัตว์ที่อนุญาต
ควรถามให้ชัดว่าโครงการอนุญาตเฉพาะสุนัขและแมว หรืออนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ประเภทอื่นด้วย สัตว์บางชนิดอาจต้องขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษ เพราะอาจส่งเสียง มีกลิ่น หรือทำให้ผู้อยู่อาศัยรายอื่นกังวลเรื่องความปลอดภัย
หากเลี้ยงสุนัข ควรถามเพิ่มเติมว่ามีข้อจำกัดด้านสายพันธุ์หรือไม่ ไม่ควรพิจารณาจากขนาดของสัตว์ในปัจจุบันเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะลูกสุนัขที่อาจมีขนาดและน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากเมื่อโตเต็มวัย
ขนาด น้ำหนัก และจำนวนสัตว์เลี้ยง
บางโครงการอาจกำหนดน้ำหนักสูงสุดต่อตัว บางแห่งอาจพิจารณาจากน้ำหนักรวม หรือจำกัดจำนวนสัตว์ต่อห้อง ผู้ซื้อจึงควรแจ้งข้อมูลตามจริงและขอคำตอบที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจ
ประเด็นที่ควรถามเพิ่มเติม ได้แก่
- ใช้น้ำหนักปัจจุบันหรือน้ำหนักเมื่อโตเต็มวัยเป็นเกณฑ์
- หากน้ำหนักเกินเกณฑ์เล็กน้อย จะพิจารณาอย่างไร
- สามารถเลี้ยงสัตว์ต่างประเภทในห้องเดียวกันได้หรือไม่
- เมื่อนำสัตว์ตัวใหม่มาเลี้ยง ต้องแจ้งนิติบุคคลหรือไม่
- ต้องต่อทะเบียนหรือยืนยันข้อมูลสัตว์เลี้ยงเป็นระยะหรือไม่
พื้นที่ภายในห้องต้องเหมาะกับจำนวนสมาชิกและสัตว์เลี้ยงด้วย ห้องที่ดูเพียงพอในวันที่เข้าชมอาจคับแคบลงเมื่อวางกระบะทราย ที่นอน ชามอาหาร อุปกรณ์ทำความสะอาด และของใช้สำหรับสัตว์ครบแล้ว
การลงทะเบียนและเอกสารสุขภาพ
ควรถามว่าต้องลงทะเบียนสัตว์เลี้ยงกับนิติบุคคลหรือไม่ และต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เช่น รูปถ่ายสัตว์ ข้อมูลเจ้าของ หมายเลขห้อง หรือหลักฐานการฉีดวัคซีน
เอกสารที่ต้องใช้ในแต่ละโครงการอาจแตกต่างกัน จึงควรสอบถามนิติบุคคลโดยตรง ไม่ควรนำรายการเอกสารของคอนโดแห่งอื่นมาใช้แล้วสรุปว่าแต่ละแห่งกำหนดเหมือนกันทั้งหมด
หากคอนโดอยู่ในกรุงเทพฯ เจ้าของควรตรวจสอบข้อมูลจาก ระบบทะเบียนสัตว์เลี้ยงของกรุงเทพมหานคร เพิ่มเติม เพราะข้อกำหนดเรื่องการจดทะเบียนสุนัขและแมวอาจมีการปรับเปลี่ยนได้
ค่าปรับและขั้นตอนเมื่อมีข้อร้องเรียน
ควรอ่านรายละเอียดให้ชัดว่า หากสัตว์ส่งเสียงดัง มีกลิ่น ขับถ่ายในพื้นที่ส่วนกลาง หรือทำให้ทรัพย์สินส่วนกลางเสียหาย นิติบุคคลจะดำเนินการอย่างไร
คำถามที่ควรถาม ได้แก่
- นิติบุคคลจะแจ้งเตือนเจ้าของห้องผ่านช่องทางใด
- เจ้าของต้องแก้ไขปัญหาภายในกี่วัน
- ค่าปรับคิดเป็นรายครั้งหรือตามลักษณะของปัญหา
- หากมีข้อร้องเรียนซ้ำ จะมีมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่
- ใครต้องรับผิดชอบค่าซ่อมแซมเมื่อพื้นที่ส่วนกลางเสียหาย
การรู้ขั้นตอนเหล่านี้ล่วงหน้าจะช่วยให้คุณประเมินได้ว่า สามารถดูแลสัตว์ให้เป็นไปตามกฎของอาคารและไม่รบกวนเพื่อนบ้านได้จริงหรือไม่
พื้นที่ส่วนกลางและเส้นทางพาสัตว์เข้าออกสำคัญแค่ไหน
การอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ภายในห้องไม่ได้หมายความว่าจะพาสัตว์เข้าใช้พื้นที่ส่วนกลางได้ทุกแห่ง ก่อนซื้อควรลองเดินตามเส้นทางจริงตั้งแต่ทางเข้าโครงการไปจนถึงห้อง ไม่ควรพิจารณาจากภาพพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงในสื่อประชาสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว
ควรสังเกตประเด็นต่อไปนี้
- ต้องพาสัตว์ผ่านโถงต้อนรับหลักหรือมีทางเข้าแยก
- ใช้ลิฟต์โดยสารได้หรือต้องใช้ลิฟต์บริการ
- ระยะทางจากห้องถึงลิฟต์ไกลเพียงใด
- ต้องอุ้ม ใส่กระเป๋า หรือใช้รถเข็นขณะอยู่ในอาคารหรือไม่
- มีพื้นที่พาสัตว์เดินหรือจุดสำหรับขับถ่ายหรือไม่
- พื้นที่ดังกล่าวเปิดตลอดเวลาหรือจำกัดช่วงเวลาใช้งาน
- มีถังขยะ จุดล้างเท้า และอุปกรณ์ทำความสะอาดเพียงพอหรือไม่
- ทางเดินมีพื้นลื่น บันได หรือประตูที่พาสัตว์ผ่านได้ลำบากหรือไม่
ควรกลับไปดูพื้นที่ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับการใช้ชีวิตจริง เช่น ช่วงเช้าก่อนไปทำงาน ช่วงเย็น หรือช่วงกลางคืน เพราะจำนวนผู้ใช้ลิฟต์ แสงสว่าง และความสะดวกของเส้นทางอาจแตกต่างจากช่วงกลางวัน
สำหรับผู้สูงอายุ ผู้ที่เดินหรือเคลื่อนไหวไม่สะดวก รวมถึงผู้ที่เลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่ เส้นทางเข้าออกที่ซับซ้อนอาจกลายเป็นภาระในระยะยาว แม้ขนาดห้อง ทำเล และราคาจะตรงกับความต้องการก็ตาม
ผู้ซื้อควรนำ ค่าส่วนกลางคอนโด มาพิจารณาร่วมด้วย เพราะค่าใช้จ่ายส่วนนี้มีผลต่อการดูแลลิฟต์ ทางเดิน ความสะอาด และพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงในระยะยาว
ตำแหน่งห้องมีผลต่อการอยู่กับสัตว์เลี้ยงอย่างไร
ตำแหน่งห้องมีผลทั้งต่อความสะดวกและโอกาสเกิดปัญหากับเพื่อนบ้าน ห้องที่อยู่ใกล้ลิฟต์อาจช่วยให้พาสัตว์เข้าออกได้สะดวก แต่ต้องรับเสียงคนเดินผ่านและเสียงเปิดปิดประตูตลอดวัน
ห้องที่อยู่ปลายทางเดินอาจมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า แต่ต้องเดินไกลขึ้นทุกครั้งที่พาสัตว์ออกจากห้อง ส่วนห้องใกล้ห้องขยะ ห้องเครื่อง หรือพื้นที่บริการ ควรพิจารณาทั้งเสียง กลิ่น และจำนวนคนที่ใช้เส้นทางร่วมกัน
ก่อนซื้อควรยืนฟังเสียงบริเวณหน้าห้องและภายในห้องในช่วงที่มีคนใช้งานจริง พร้อมสังเกตว่าประตูและผนังช่วยลดเสียงได้มากน้อยเพียงใด หากสัตว์มีพฤติกรรมเห่าเมื่อได้ยินคนเดินผ่าน ห้องที่อยู่ติดลิฟต์ ประตูหนีไฟ หรือทางเดินหลักอาจต้องพิจารณาเป็นพิเศษ
นอกจากกฎเรื่องสัตว์เลี้ยงแล้ว ผู้ซื้อควรเช็คค่าส่วนกลางและการดูแลอาคารของนิติบุคคลควบคู่กัน เพราะมีผลต่อสภาพลิฟต์ ทางเดิน พื้นที่พาสัตว์เดิน และความสะอาดของพื้นที่ส่วนกลางในระยะยาว
เสียง กลิ่น ขนสัตว์ และความสะอาดกระทบเพื่อนบ้านอย่างไร
การอยู่ในอาคารชุดหมายถึงการใช้พื้นที่ร่วมกับผู้อื่น แม้สัตว์เลี้ยงจะอยู่ภายในห้องเป็นหลัก แต่เสียง กลิ่น และขนสัตว์อาจออกไปถึงโถงทางเดิน ลิฟต์ หรือห้องข้างเคียงได้
เสียงภายในห้อง
ควรสังเกตพฤติกรรมของสัตว์ในช่วงที่เจ้าของไม่อยู่ หากสัตว์เห่า ร้อง วิ่ง หรือข่วนประตูเป็นเวลานาน อาจรบกวนเพื่อนบ้านได้ โดยเฉพาะช่วงกลางคืนหรือช่วงที่ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่กำลังพักผ่อน
การปิดประตูห้องไม่ได้ช่วยกันเสียงได้ทั้งหมด ควรลองฟังเสียงจากทางเดินและห้องข้างเคียง รวมถึงวางแผนฝึกสัตว์ให้คุ้นเคยกับการอยู่ตามลำพังก่อนย้ายเข้า
กลิ่นและการระบายอากาศ
ควรดูตำแหน่งระเบียง ช่องระบายอากาศ และพื้นที่สำหรับวางกระบะทรายหรือแผ่นรองขับถ่าย หากอากาศถ่ายเทไม่ดี กลิ่นอาจสะสมภายในห้องหรือกระจายออกไปยังทางเดินได้
หากต้องการติดตั้งตาข่ายกันสัตว์ ระแนง หรืออุปกรณ์บริเวณระเบียง ควรสอบถามนิติบุคคลก่อน เพราะอุปกรณ์ที่มองเห็นได้จากภายนอกอาคารอาจต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของโครงการ
ขนสัตว์และการใช้ลิฟต์ร่วมกัน
ขนสัตว์ที่ตกอยู่ในลิฟต์หรือทางเดินอาจส่งผลต่อผู้ที่แพ้ขนสัตว์หรือไม่คุ้นเคยกับสัตว์ เจ้าของควรเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาด เช็ดเท้าสัตว์ก่อนเข้าพื้นที่ส่วนกลาง และเก็บสิ่งสกปรกทันที
หากโครงการกำหนดให้ใช้กระเป๋า รถเข็น หรือสายจูง ควรทดลองใช้ก่อนซื้อ เพื่อดูว่าสามารถพาสัตว์ผ่านประตู ลิฟต์ และทางเดินได้สะดวกหรือไม่
คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ แบบมือสองต้องถามอะไรเพิ่ม
การซื้อคอนโดมือสองควรสอบถามข้อมูลจากทั้งผู้ขายและนิติบุคคล เพราะประสบการณ์ของเจ้าของเดิมอาจไม่ตรงกับกฎที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
หากเป็นห้องที่ผ่านการอยู่อาศัยมาแล้ว ควรใช้ เช็คลิสต์ซื้อคอนโดมือสอง ตรวจทั้งสภาพห้อง เอกสารกรรมสิทธิ์ ภาระค้างชำระ และเงื่อนไขก่อนโอนควบคู่กัน
คำถามที่ควรถามผู้ขาย ได้แก่
- เคยเลี้ยงสัตว์ชนิดใดและจำนวนกี่ตัวภายในห้อง
- เคยได้รับข้อร้องเรียนเรื่องเสียง กลิ่น หรือความสะอาดหรือไม่
- มีส่วนใดของห้องเสียหายจากสัตว์เลี้ยงหรือไม่
- เคยลงทะเบียนสัตว์กับนิติบุคคลหรือไม่
- เคยวางเงินประกันหรือชำระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสัตว์หรือไม่
- มีข้อร้องเรียนที่ยังไม่ได้แก้ไขหรือไม่
คำถามที่ควรถามนิติบุคคล ได้แก่
- กฎเรื่องสัตว์เลี้ยงฉบับล่าสุดเริ่มใช้เมื่อใด
- เจ้าของใหม่ต้องลงทะเบียนสัตว์อีกครั้งหรือไม่
- มีค่าปรับหรือภาระค้างชำระที่เกี่ยวข้องกับห้องหรือไม่
- มีแผนปรับปรุงพื้นที่หรือเปลี่ยนเส้นทางสำหรับสัตว์เลี้ยงหรือไม่
- ค่าส่วนกลางครอบคลุมการดูแลพื้นที่สำหรับสัตว์ หรือมีค่าใช้จ่ายแยกหรือไม่
นอกจากเรื่องสัตว์เลี้ยงแล้ว ผู้ซื้อควรตรวจเอกสารห้องชุด ภาระค้างชำระ สภาพภายในห้อง สภาพอาคาร และข้อมูลจากผู้ขายกับนิติบุคคลให้ตรงกันก่อนวางมัดจำ หากข้อมูลไม่ครบหรือคำตอบไม่ตรงกัน ควรขอเอกสารเพิ่มเติมและไม่ควรรีบตัดสินใจ
การปล่อยเช่าหรือขายต่อควรพิจารณาอะไร
คอนโดที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์อาจตอบโจทย์ผู้ซื้อหรือผู้เช่าที่มีสัตว์เลี้ยง แต่ผู้ที่ไม่เลี้ยงสัตว์ แพ้ขนสัตว์ หรือกังวลเรื่องเสียงและกลิ่น อาจเลือกโครงการที่มีกฎเข้มงวดกว่า
ความต้องการเช่าหรือซื้อขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ทำเล สภาพห้อง การดูแลอาคาร ค่าใช้จ่าย จำนวนโครงการคู่แข่ง และกฎของอาคารในช่วงเวลานั้น จึงไม่ควรสรุปว่าห้องประเภทนี้จะปล่อยเช่าง่ายหรือขายต่อได้ราคาดีกว่าเสมอไป
หากซื้อเพื่อปล่อยเช่า ควรระบุเงื่อนไขเรื่องสัตว์เลี้ยงไว้ในสัญญาให้ชัดเจน เช่น
- ผู้เช่าได้รับอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ประเภทใด
- ใครรับผิดชอบเมื่อห้องหรือพื้นที่ส่วนกลางเสียหาย
- ผู้เช่าต้องลงทะเบียนสัตว์กับนิติบุคคลอย่างไร
- ใครรับผิดชอบค่าปรับเมื่อฝ่าฝืนกฎ
- ผู้เช่าต้องทำความสะอาดหรือซ่อมแซมห้องก่อนคืนอย่างไร
เงื่อนไขในสัญญาและกฎของอาคารอาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดและกำหนดรายละเอียดให้เหมาะกับการปล่อยเช่าจริงก่อนตัดสินใจ
คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ เหมาะกับใคร
ที่อยู่อาศัยประเภทนี้อาจเหมาะกับผู้ที่ต้องการอยู่ใกล้ที่ทำงานหรือระบบขนส่งสาธารณะ และสามารถดูแลสัตว์ภายในพื้นที่จำกัดได้อย่างรับผิดชอบ
ตัวอย่างผู้ที่อาจเหมาะ ได้แก่
- คนทำงานในเมืองที่เลี้ยงสัตว์ขนาดเล็กหรือขนาดกลาง
- ผู้สูงอายุที่ต้องการสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนและใช้เส้นทางเข้าออกได้สะดวก
- ครอบครัวที่มีเด็กและสามารถแบ่งพื้นที่สำหรับคนกับสัตว์ได้อย่างเหมาะสม
- ผู้ที่พร้อมดูแลเสียง กลิ่น ขนสัตว์ และความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
หากสัตว์มีขนาดใหญ่ ต้องการพื้นที่วิ่งมาก ส่งเสียงง่าย หรือไม่คุ้นเคยกับคนและสัตว์อื่น ควรพิจารณาให้รอบคอบว่าการอยู่ในอาคารชุดเหมาะกับพฤติกรรมของสัตว์จริงหรือไม่
บางครอบครัวอาจนำทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม หรือบ้านแนวราบที่มีพื้นที่ภายนอกมากกว่ามาเปรียบเทียบ อย่างไรก็ตาม ที่อยู่อาศัยทุกประเภทก็ยังต้องเช็คกฎของโครงการ พื้นที่ใช้สอย เพื่อนบ้าน และค่าใช้จ่ายระยะยาวก่อนซื้อเช่นเดียวกัน
คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ เช็คลิสต์ก่อนตัดสินใจซื้อ
ก่อนวางมัดจำ ควรเช็คประเด็นสำคัญให้ครบดังนี้
- ขอดูข้อบังคับหรือประกาศเรื่องสัตว์เลี้ยงฉบับล่าสุด
- ยืนยันชนิด สายพันธุ์ ขนาด น้ำหนัก และจำนวนสัตว์ที่อนุญาต
- เช็คขั้นตอนลงทะเบียน เอกสาร เงินประกัน และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- ทดลองเดินจากทางเข้า ผ่านลิฟต์และพื้นที่ส่วนกลางไปจนถึงห้อง
- ดูพื้นที่พาสัตว์เดิน จุดขับถ่าย และอุปกรณ์ทำความสะอาด
- ฟังเสียงบริเวณทางเดิน ห้องข้างเคียง และพื้นที่รอบห้อง
- เช็คระบบระบายอากาศและตำแหน่งจัดพื้นที่สำหรับสัตว์ภายในห้อง
- สอบถามขั้นตอนรับเรื่องร้องเรียน ค่าปรับ และความรับผิดชอบเมื่อเกิดความเสียหาย
- หากเป็นห้องมือสอง ให้ตรวจสภาพห้อง ภาระค้างชำระ และข้อมูลจากผู้ขายกับนิติบุคคล
- เปรียบเทียบหลายโครงการและทบทวนค่าใช้จ่ายระยะยาวก่อนตัดสินใจ
หลังจากเช็คข้อจำกัดเรื่องสัตว์เลี้ยงแล้ว คุณสามารถดูบทความในหมวด ดูบ้านก่อนซื้อ เพื่อเปรียบเทียบเรื่องทำเล ค่าใช้จ่าย เอกสาร และสภาพทรัพย์ด้านอื่นก่อนตัดสินใจ
ก่อนซื้อคอนโดที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ ควรตรวจให้ครบทั้งกฎในเอกสารและการใช้งานจากสถานที่จริง อย่าพิจารณาเพียงว่าห้องสวย ทำเลสะดวก หรือประกาศระบุว่าเลี้ยงสัตว์ได้ การเช็คข้อจำกัด เส้นทางเข้าออก เสียง กลิ่น ความสะอาด และความรับผิดชอบต่อเพื่อนบ้าน จะช่วยให้คุณเลือกที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับทั้งตนเองและสัตว์เลี้ยงในระยะยาวได้ง่ายขึ้น





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น