ซื้ออาคารพาณิชย์มือสอง เพื่อทำธุรกิจ ต้องพิจารณามากกว่าราคาขาย จำนวนชั้น หรือทำเลติดถนน เพราะอาคารที่ดูน่าสนใจอาจมีที่จอดรถไม่เพียงพอ รถขนส่งสินค้าเข้าออกลำบาก หรือมีค่าซ่อมสูงกว่าที่คาด บทความนี้จะช่วยไล่เช็คตั้งแต่ทำเล หน้าร้าน ทางเข้าออก พื้นที่ใช้สอย ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ ไปจนถึงข้อจำกัดในการใช้อาคาร เพื่อประเมินว่าทรัพย์นั้นเหมาะกับการเปิดร้าน ใช้เป็นสำนักงาน หรือเก็บสินค้าได้จริงหรือไม่
ซื้ออาคารพาณิชย์มือสอง ควรเช็คอะไรเป็นอย่างแรก
สิ่งแรกที่ควรเช็คคือ อาคารหลังนั้นเหมาะกับลักษณะธุรกิจของคุณจริงหรือไม่ ไม่ควรตัดสินใจจากราคาที่ดูน่าสนใจหรือจำนวนชั้นเพียงอย่างเดียว เพราะอาคารที่มีพื้นที่มากอาจไม่ได้มีรูปแบบพื้นที่ที่เหมาะกับการใช้งานจริง
ธุรกิจแต่ละประเภทต้องการพื้นที่และระบบอาคารต่างกัน ร้านอาหารอาจให้ความสำคัญกับระบบน้ำ พื้นที่เตรียมอาหาร การระบายอากาศ และการจัดการกลิ่น ส่วนสำนักงานขนาดเล็กอาจเน้นอินเทอร์เน็ต ที่จอดรถ ห้องประชุม และบรรยากาศที่เหมาะกับการทำงาน
ก่อนนัดดูอาคาร ควรกำหนดรูปแบบการใช้งานให้ชัดเจน เช่น
- ชั้นล่างจะใช้รับลูกค้า ขายสินค้า หรือทำเป็นสำนักงาน
- ชั้นบนจะใช้ทำงาน เก็บสินค้า หรือพักอาศัย
- ภายในอาคารจะมีพนักงานและลูกค้าอยู่พร้อมกันประมาณกี่คน
- ลูกค้าส่วนใหญ่เดินทางด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือระบบขนส่งสาธารณะ
- มีรถส่งของหรือรถขนส่งสินค้าเข้าออกบ่อยเพียงใด
- ธุรกิจต้องใช้ไฟฟ้า น้ำ หรือระบบระบายอากาศมากกว่าการใช้งานทั่วไปหรือไม่
- จำเป็นต้องเปิดให้บริการในช่วงกลางคืนหรือวันหยุดหรือเปล่า
เมื่อทราบความต้องการของธุรกิจอย่างชัดเจนแล้ว จึงค่อยนำมาเปรียบเทียบกับสภาพอาคารจริง วิธีนี้ช่วยลดโอกาสเลือกทรัพย์ที่ต้องปรับปรุงมากจนงบบานปลาย หรือทำให้เปิดกิจการได้ช้ากว่าแผนที่วางไว้
เช็คลิสต์สรุป 7 เรื่องที่ต้องดูก่อนซื้อ
| เรื่องที่ควรเช็ค | ทำไมจึงสำคัญ | ควรดูจากอะไร |
|---|---|---|
| ทำเล | มีผลต่อกลุ่มลูกค้าและความสะดวกในการเดินทาง | จำนวนคนที่ผ่านจริง แหล่งชุมชน ถนนหลัก และธุรกิจใกล้เคียง |
| หน้าร้าน | มีผลต่อการมองเห็นและความสะดวกในการเข้าร้าน | ความกว้างของหน้าร้าน ป้าย ทางเท้า และสิ่งกีดขวางสายตา |
| ที่จอดรถ | มีผลต่อความสะดวกของลูกค้าและพนักงาน | พื้นที่จอดหน้าอาคาร จุดจอดใกล้เคียง และช่วงเวลาที่อนุญาตให้จอด |
| ทางเข้าออก | มีผลต่อรถของลูกค้าและรถขนส่งสินค้า | ความกว้างของถนน จุดกลับรถ และระดับพื้นหน้าอาคาร |
| สภาพอาคาร | มีผลต่อค่าซ่อมและระยะเวลาเตรียมพื้นที่ | รอยร้าว น้ำรั่ว หลังคา ระบบไฟฟ้า และระบบน้ำ |
| พื้นที่ใช้สอย | ต้องรองรับลูกค้า พนักงาน และการจัดเก็บสินค้า | ผังแต่ละชั้น บันได ห้องน้ำ และพื้นที่เก็บของ |
| ข้อจำกัดในการใช้พื้นที่ | อาจกระทบการเปิดร้านหรือการต่อเติม | กฎของพื้นที่ อาคารข้างเคียง และข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง |
หากต้องการรายการตรวจสภาพทรัพย์ที่ละเอียดขึ้น สามารถใช้แนวทาง ดูบ้านก่อนซื้อ ต้องเช็คอะไรบ้าง มาช่วยตรวจรอยร้าว ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ ทำเล และค่าใช้จ่ายก่อนตัดสินใจ
ทำเลอาคารพาณิชย์เหมาะกับธุรกิจของคุณไหม
คำว่า “ทำเลดี” ไม่ได้มีความหมายเหมือนกันสำหรับทุกธุรกิจ อาคารติดถนนใหญ่ที่มีรถผ่านจำนวนมากอาจช่วยให้ร้านมองเห็นง่าย แต่ถ้าเลี้ยวเข้ายาก กลับรถไม่สะดวก หรือไม่มีที่จอด ลูกค้าก็อาจเลือกใช้บริการร้านอื่นที่เข้าถึงง่ายกว่า
ในทางกลับกัน อาคารที่อยู่ในซอยอาจเหมาะกับสำนักงาน สตูดิโอ งานบริการแบบนัดหมาย หรือธุรกิจออนไลน์ที่ไม่ต้องพึ่งลูกค้าหน้าร้านมากนัก อย่างไรก็ตาม ควรเช็คว่าพนักงาน ลูกค้า และรถขนส่งสินค้าสามารถเดินทางเข้าออกได้สะดวกจริงหรือไม่
จุดที่ควรสำรวจจากพื้นที่จริง ได้แก่
- กลุ่มคนที่พักอาศัยหรือทำงานในบริเวณนั้น
- จำนวนคนและรถที่ผ่านในช่วงเวลาที่ธุรกิจเปิดให้บริการ
- ระยะห่างจากตลาด โรงเรียน สำนักงาน แหล่งงาน หรือชุมชน
- ความสะดวกในการเดินทางจากถนนหลักและระบบขนส่งสาธารณะ
- ตำแหน่งจุดกลับรถ สัญญาณไฟ และสภาพการจราจร
- คู่แข่งหรือธุรกิจใกล้เคียงที่มีกลุ่มลูกค้าเดียวกัน
- ความปลอดภัย แสงสว่าง เสียง และสภาพแวดล้อมในช่วงกลางคืน
- ประวัติน้ำท่วมหรือปัญหาการระบายน้ำในพื้นที่ใกล้เคียง
ควรไปดูทำเลมากกว่าหนึ่งช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงที่คาดว่าจะเปิดให้บริการจริง พื้นที่ที่ดูเงียบในตอนสายอาจมีรถติดมากในช่วงเย็น ส่วนบริเวณที่คึกคักในวันทำงานอาจเงียบลงอย่างชัดเจนในวันหยุด
แม้อาคารจะตั้งอยู่ติดถนน แต่หากทางเข้าออกไม่สะดวก จอดรถยาก หรือรถขนส่งสินค้าเข้าลำบาก ก็อาจกระทบการดำเนินธุรกิจในระยะยาว การเลือกทำเลจึงควรพิจารณาจากการใช้งานจริง ไม่ใช่ดูเพียงระยะทางบนแผนที่
หน้าร้าน ที่จอดรถ และทางเข้าออกสำคัญแค่ไหน
หน้าร้านเป็นจุดแรกที่ลูกค้ามองเห็น และอาจมีผลต่อการตัดสินใจว่าจะเข้ามาใช้บริการหรือไม่ ควรเช็คว่าอาคารมองเห็นจากถนนได้ชัดเพียงใด มีต้นไม้ เสาไฟ ป้ายของร้านอื่น หรือรถที่จอดเป็นประจำบดบังหรือเปล่า
ควรยืนดูอาคารจากหลายทิศทาง รวมถึงลองขับรถผ่านด้วยความเร็วตามปกติ หากสังเกตเห็นร้านเมื่อเลยจุดเลี้ยวไปแล้ว หรือมีเวลาเลี้ยวเข้าพื้นที่น้อยเกินไป ลูกค้าอาจเข้าถึงร้านได้ลำบาก แม้ตัวอาคารจะตั้งอยู่ติดถนนก็ตาม
เช็คพื้นที่หน้าร้านและทางเท้า
พื้นที่หน้าอาคารอาจเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของ พื้นที่ส่วนกลาง หรือทางสาธารณะ จึงไม่ควรสรุปว่าสามารถตั้งโต๊ะ วางสินค้า ต่อเติมกันสาด หรือติดตั้งป้ายได้ทั้งหมด
ควรถามผู้ขาย ผู้ดูแลพื้นที่ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน พร้อมสังเกตระดับพื้น ทางลาด และความสะดวกของผู้สูงอายุ ผู้ใช้รถเข็น รวมถึงการขนสินค้าเข้าออกจากร้าน
เช็คที่จอดรถตามพฤติกรรมของลูกค้า
ธุรกิจที่ลูกค้าแวะมารับสินค้าเพียงช่วงสั้น ๆ อาจไม่ต้องใช้ที่จอดรถมากนัก แต่ร้านอาหาร คลินิก ร้านเสริมสวย สถาบันสอน หรือสำนักงานที่มีลูกค้านัดหมาย อาจได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนหากหาที่จอดรถยาก
ควรสำรวจทั้งที่จอดรถหน้าอาคาร จุดจอดรถจักรยานยนต์ และพื้นที่จอดใกล้เคียงในช่วงเวลาที่คาดว่าจะมีลูกค้า อย่าประเมินจากวันที่ถนนว่างเพียงครั้งเดียว เพราะพื้นที่หน้าอาคารอาจถูกใช้ร่วมกับร้านข้างเคียงหรือผู้อยู่อาศัยในบริเวณนั้น
รถขนส่งสินค้าเข้าออกได้จริงหรือไม่
หากธุรกิจมีสินค้าขนาดใหญ่หรือรับส่งสินค้าเป็นประจำ ต้องประเมินว่ารถสามารถจอดชั่วคราว กลับรถ และขนสินค้าเข้าพื้นที่ได้หรือไม่ โดยไม่กีดขวางการจราจรหรือสร้างความเดือดร้อนให้อาคารข้างเคียงมากเกินไป
ควรตรวจดูเส้นทางตั้งแต่จุดจอดรถไปจนถึงพื้นที่เก็บสินค้า หากต้องผ่านประตูแคบ พื้นต่างระดับ หรือบันไดชัน การขนของอาจใช้ทั้งแรงงานและเวลามากกว่าที่คาดไว้
ซื้ออาคารพาณิชย์มือสอง ต้องเช็คสภาพอาคารจุดไหนบ้าง
อาคารที่ผ่านการใช้งานมานานอาจเคยต่อเติมหรือปรับเปลี่ยนพื้นที่หลายครั้ง การเดินดูเพียงรอบเดียวอาจไม่พบปัญหาที่ซ่อนอยู่หลังฝ้า ผนังตกแต่ง หรือตู้ที่ติดตั้งไว้กับผนัง
โครงสร้าง รอยร้าว และพื้นทรุด
ควรสังเกตรอยร้าวบริเวณเสา คาน ผนัง พื้น และรอยต่อกับอาคารข้างเคียง หากพบรอยร้าวขนาดใหญ่ รอยร้าวที่ต่อเนื่องเป็นแนวยาว ประตูปิดยาก พื้นต่างระดับ หรือผนังดูเอียง ควรให้วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินเพิ่มเติม
หากอาคารมีชั้นลอย เคยรื้อผนัง หรือต่อเติมพื้นที่ด้านหลัง ควรถามถึงประวัติการปรับปรุงและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรประเมินความปลอดภัยของโครงสร้างจากคำอธิบายของผู้ขายเพียงอย่างเดียว
หลังคา ดาดฟ้า และปัญหาน้ำรั่ว
จุดที่มักเกิดปัญหา ได้แก่ ดาดฟ้า รางระบายน้ำ ผนังด้านข้าง ห้องน้ำ และรอยต่อระหว่างอาคาร ควรสังเกตคราบน้ำ สีพอง ฝ้าเป็นดวง เชื้อรา และกลิ่นอับ โดยเฉพาะบริเวณชั้นบนสุด
หากทำได้ ควรนัดดูอาคารหลังฝนตกหรือสอบถามประวัติการซ่อมน้ำรั่ว เพราะอาคารที่ดูแห้งในวันปกติอาจมีน้ำซึมเมื่อฝนตกหนัก
ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ และอินเทอร์เน็ต
ธุรกิจที่ใช้เครื่องปรับอากาศหลายเครื่อง ตู้แช่ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์สำนักงานจำนวนมาก อาจต้องใช้ไฟฟ้ามากกว่าการอยู่อาศัยทั่วไป ควรให้ช่างตรวจตู้ควบคุมไฟฟ้า สายไฟ เบรกเกอร์ เต้ารับ และความพร้อมของระบบก่อนติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม
ระบบน้ำควรเช็คแรงดันน้ำ ถังเก็บน้ำ ปั๊มน้ำ ท่อระบายน้ำ ห้องน้ำ และจุดรั่วซึม หากต้องใช้พื้นที่ประกอบอาหาร ล้างสินค้า หรือมีพนักงานหลายคน ควรประเมินว่าระบบเดิมรองรับการใช้งานได้เพียงใด
อินเทอร์เน็ตและสัญญาณโทรศัพท์ก็มีความสำคัญ โดยเฉพาะสำนักงาน ร้านค้าออนไลน์ หรือธุรกิจที่ใช้ระบบรับชำระเงินและกล้องวงจรปิดผ่านเครือข่าย
ประตู หน้าต่าง บันได และทางขึ้นลง
ประตูม้วน ประตูกระจก หน้าต่าง และอุปกรณ์ล็อกควรเปิดปิดได้ตามปกติ ส่วนบันไดควรมีความกว้างและความชันเหมาะกับลักษณะการใช้งาน
หากต้องขนสินค้าไปชั้นบน ควรวัดขนาดสินค้าเทียบกับประตู ช่องบันได และทางเดินจริง เพราะแม้พื้นที่ชั้นบนจะกว้าง แต่ก็อาจใช้งานได้ไม่เต็มที่หากขนของขึ้นลงลำบาก
พื้นที่ใช้สอยเหมาะกับการทำธุรกิจจริงหรือไม่
อาคารที่มีหลายชั้นไม่ได้หมายความว่าจะใช้พื้นที่ได้เต็มทั้งหมด พื้นที่บางส่วนอาจถูกใช้เป็นบันได ห้องน้ำ ช่องแสง หรือทางเดิน ทำให้พื้นที่สำหรับวางโต๊ะ ชั้นสินค้า และอุปกรณ์เหลือน้อยกว่าที่คาดจากตัวเลขพื้นที่รวม
ควรวางผังการใช้งานคร่าว ๆ ก่อนตัดสินใจ โดยแบ่งพื้นที่ตามหน้าที่ เช่น
- พื้นที่ต้อนรับและให้บริการลูกค้า
- พื้นที่ทำงานของพนักงาน
- พื้นที่เก็บสินค้าและเอกสาร
- จุดรับสินค้า ส่งสินค้า หรือบรรจุสินค้า
- ห้องน้ำและพื้นที่พักของพนักงาน
- พื้นที่พักอาศัยของเจ้าของ
- จุดติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ระบบไฟฟ้า และอินเทอร์เน็ต
หากต้องการใช้ทั้งเป็นที่อยู่อาศัยและสถานที่ทำงาน ควรดูว่าสามารถแยกพื้นที่ส่วนตัวออกจากพื้นที่รับลูกค้าได้หรือไม่ เสียงจากชั้นล่างรบกวนพื้นที่พักอาศัยหรือเปล่า และพนักงานต้องเดินผ่านห้องส่วนตัวหรือไม่
หากกำลังเปรียบเทียบระหว่างอาคารพาณิชย์กับโฮมออฟฟิศ ควรพิจารณาทั้งลักษณะธุรกิจ กลุ่มลูกค้า ที่จอดรถ การจัดพื้นที่ และภาพลักษณ์ของสถานที่ทำงาน เพราะทรัพย์ทั้งสองประเภทเหมาะกับการใช้งานต่างกัน
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกอาคารพาณิชย์หรือโฮมออฟฟิศ ควรอ่านแนวทาง ซื้อโฮมออฟฟิศมือสอง เพื่อเปรียบเทียบเรื่องที่จอดรถ การแบ่งพื้นที่ ระบบอาคาร และข้อจำกัดของโครงการก่อนตัดสินใจ
ซื้ออาคารพาณิชย์มือสอง ต้องเผื่อค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
ราคาซื้อเป็นเพียงต้นทุนส่วนหนึ่ง หลังรับโอนอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเพื่อปรับอาคารให้พร้อมใช้งาน โดยเฉพาะอาคารที่เคยใช้ทำธุรกิจคนละประเภทกับกิจการใหม่
รายการค่าใช้จ่ายที่ควรประเมิน ได้แก่
- ค่าซ่อมหลังคา ดาดฟ้า ผนัง และพื้น
- ค่าเปลี่ยนสายไฟ ตู้ควบคุมไฟฟ้า เต้ารับ และเบรกเกอร์
- ค่าซ่อมท่อน้ำ ปั๊มน้ำ ห้องน้ำ และระบบระบายน้ำ
- ค่าปรับปรุงหน้าร้าน ประตู กระจก และระบบแสงสว่าง
- ค่าเครื่องปรับอากาศ ระบบระบายอากาศ และอินเทอร์เน็ต
- ค่าเฟอร์นิเจอร์ ชั้นวางสินค้า เคาน์เตอร์ และพื้นที่เก็บของ
- ค่ากล้องวงจรปิด ระบบล็อก และอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย
- ค่าทำความสะอาด กำจัดปลวก และแก้ปัญหาความชื้น
- ค่าส่วนกลางหรือค่าดูแลพื้นที่ หากมี
- ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งป้าย ต่อเติม หรือปรับระบบให้เหมาะกับธุรกิจ
ควรขอใบประเมินราคาจากช่างมากกว่าหนึ่งราย และแยกงบซ่อมที่จำเป็นออกจากงบตกแต่งให้ชัดเจน ควรตรวจสอบงานโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า และระบบน้ำให้เรียบร้อยก่อนเริ่มตกแต่งพื้นที่
ส่วนค่าโอน ภาษี ค่าธรรมเนียม ประกันภัย หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ อาจแตกต่างกันตามประเภททรัพย์ ข้อตกลง และเงื่อนไขในช่วงเวลานั้น ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องก่อนสรุปงบประมาณทั้งหมด
ข้อจำกัดที่ควรถามก่อนซื้อเพื่อทำธุรกิจ
ก่อนซื้อควรถามว่าอาคารตั้งอยู่ในโครงการหรือพื้นที่ที่มีกฎเฉพาะหรือไม่ มีข้อจำกัดเรื่องเวลาเปิดปิด การจอดรถ ป้ายหน้าร้าน เสียง กลิ่น การใช้พื้นที่ด้านหน้า หรือการขนส่งสินค้าหรือเปล่า
ควรสังเกตอาคารข้างเคียงด้วย เพราะอาคารพาณิชย์มักตั้งอยู่ติดกัน ธุรกิจที่มีเสียง ควัน กลิ่น หรือลูกค้าเข้าออกในช่วงกลางคืน อาจส่งผลกระทบต่อผู้พักอาศัยและผู้ประกอบการรายอื่น
ประเด็นที่ควรถามเพิ่มเติม ได้แก่
- สามารถใช้พื้นที่กับธุรกิจที่วางแผนไว้ได้หรือไม่
- มีข้อจำกัดในการรื้อผนัง ต่อเติม หรือติดตั้งอุปกรณ์หรือเปล่า
- สามารถติดตั้งป้าย กันสาด ระบบระบายอากาศ หรือปล่องควันได้เพียงใด
- พื้นที่หน้าร้านและทางเท้าสามารถใช้งานได้ในขอบเขตใด
- มีข้อจำกัดด้านเวลาเปิดปิดหรือการควบคุมเสียงหรือไม่
- รถของลูกค้าและรถขนส่งสินค้าสามารถจอดบริเวณใดได้บ้าง
- อาคารเคยต่อเติมหรือดัดแปลงส่วนใดมาก่อน
หากต้องรื้อผนัง ต่อเติม หรือติดตั้งอุปกรณ์ที่กระทบตัวอาคาร ควรตรวจสอบ ข้อมูลการขออนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร และสอบถามหน่วยงานท้องถิ่นที่รับผิดชอบก่อนเริ่มงาน
รายละเอียดเกี่ยวกับใบอนุญาต การจดทะเบียน ภาษี ป้าย การดัดแปลงอาคาร หรือการใช้พื้นที่ อาจแตกต่างกันตามประเภทธุรกิจและข้อกำหนดของแต่ละพื้นที่ ควรสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนทำสัญญาหรือเริ่มปรับปรุงอาคาร
ควรขอเอกสารและข้อมูลอะไรจากผู้ขาย
ควรขอข้อมูลที่ช่วยยืนยันกรรมสิทธิ์ สภาพทรัพย์ และประวัติการใช้งาน เช่น เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ ข้อมูลของตัวอาคาร ประวัติการต่อเติม หลักฐานการชำระค่าส่วนกลาง และข้อมูลยอดค้างชำระ หากมี
สำหรับการตรวจสอบเอกสารสิทธิ ผู้ถือกรรมสิทธิ์ ขั้นตอนการจดทะเบียน และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง ควรศึกษาจาก บริการประชาชนของกรมที่ดิน และยืนยันรายละเอียดกับสำนักงานที่ดินที่รับผิดชอบอีกครั้ง
ควรถามว่าหลังคา ดาดฟ้า ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ และห้องน้ำเคยซ่อมเมื่อใด รวมถึงเคยมีปัญหากับอาคารข้างเคียง ที่จอดรถ หรือพื้นที่ส่วนกลางหรือไม่ ข้อมูลที่ครบถ้วนและตรงตามจริงจะช่วยให้ประเมินค่าซ่อมและเงื่อนไขก่อนวางมัดจำได้รอบคอบขึ้น
เอกสารและขั้นตอนอาจแตกต่างกันตามประเภทกรรมสิทธิ์ สถานะอาคาร และข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย จึงควรตรวจสอบกับสำนักงานที่ดิน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนทำสัญญาและชำระเงิน
หลักคิดเรื่อง หลังดูบ้านก่อนวางมัดจำ สามารถนำมาปรับใช้กับอาคารพาณิชย์ได้ โดยเฉพาะการทบทวนเอกสาร ค่าซ่อม เงื่อนไขมัดจำ และกำหนดวันทำสัญญาให้ชัดเจน
ซื้ออาคารพาณิชย์มือสอง เหมาะกับใคร
อาคารประเภทนี้อาจเหมาะกับเจ้าของกิจการที่ต้องการรวมพื้นที่ค้าขาย สำนักงาน พื้นที่เก็บสินค้า และที่พักอาศัยไว้ในอาคารเดียวกัน รวมถึงธุรกิจครอบครัว ร้านบริการ สำนักงานขนาดเล็ก หรือร้านค้าออนไลน์ที่ต้องมีพื้นที่บรรจุสินค้า
อย่างไรก็ตาม อาคารลักษณะนี้อาจไม่เหมาะกับกิจการที่ต้องการที่จอดรถจำนวนมาก พื้นที่ชั้นเดียวขนาดใหญ่ การขนของหนัก หรือบรรยากาศสำนักงานแบบสมัยใหม่ หากต้องปรับปรุงระบบหลายส่วน ต้นทุนรวมอาจสูงกว่าการเช่าหรือเลือกทรัพย์ประเภทอื่น
ผู้ซื้อควรมีงบเผื่อซ่อม เข้าใจข้อจำกัดของอาคารหลายชั้น และพร้อมสำรวจทำเลจริงมากกว่าหนึ่งช่วงเวลา นอกจากนี้ควรมองเผื่ออนาคตว่า หากเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ จะสามารถปรับพื้นที่ ปล่อยเช่า หรือขายต่อให้ผู้ใช้งานกลุ่มอื่นได้ง่ายเพียงใด
สรุปก่อนตัดสินใจเลือกอาคารสำหรับทำธุรกิจ
ก่อนเลือกอาคารมือสองเพื่อทำธุรกิจ ควรกำหนดรูปแบบการใช้งานให้ชัดเจน แล้วประเมินว่าทำเล หน้าร้าน ที่จอดรถ ทางเข้าออก และพื้นที่แต่ละชั้นรองรับกิจการจริงหรือไม่
จากนั้นจึงนำราคาซื้อมารวมกับค่าซ่อม ค่าปรับปรุงระบบ และข้อจำกัดในการใช้พื้นที่ เพื่อเปรียบเทียบว่าทรัพย์นั้นเหมาะกับงบประมาณและแผนธุรกิจระยะยาวเพียงใด หลังดูอาคารควรถ่ายรูปจุดสำคัญ จดรายการที่ต้องซ่อม และเปรียบเทียบหลายตัวเลือกก่อนวางมัดจำหรือทำสัญญา





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น