บ้านสวย

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ ขายบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน | HomeForSaleInTH

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน พร้อมสาระก่อนซื้อบ้าน ดูทำเล ค่าใช้จ่าย และเช็คจุดสำคัญก่อนตัดสินใจ

ซื้อทาวน์โฮมทำโฮมออฟฟิศ ได้ไหม ก่อนซื้อควรเช็คที่จอดรถ ลูกค้าเข้าออก และกฎโครงการ

ซื้อทาวน์โฮมทำโฮมออฟฟิศ พร้อมพื้นที่จอดรถและห้องทำงานชั้นล่างที่มองเห็นจากหน้าบ้าน

     ซื้อทาวน์โฮมทำโฮมออฟฟิศ อาจเหมาะกับคนที่ต้องการใช้บ้านเป็นทั้งที่อยู่อาศัยและสถานที่ทำงาน แต่ไม่ใช่ทาวน์โฮมทุกหลังหรือทุกโครงการจะเหมาะกับการใช้งานในลักษณะนี้ ก่อนตัดสินใจจึงควรเช็คทั้งที่จอดรถ การเข้าออกของลูกค้าและพนักงาน ผลกระทบต่อเพื่อนบ้าน การแบ่งพื้นที่ภายใน ระบบไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และกฎของโครงการ เพราะบ้านที่ดูสวยหรือมีหลายชั้นอาจไม่สะดวกต่อการทำงานจริง หากถนนแคบ ที่จอดรถไม่เพียงพอ หรือมีข้อจำกัดเรื่องการใช้บ้านเพื่อประกอบธุรกิจ


ซื้อทาวน์โฮมทำโฮมออฟฟิศ ก่อนซื้อควรเช็คอะไรเป็นอันดับแรก

     สิ่งแรกที่ควรพิจารณาไม่ใช่จำนวนชั้นหรือรูปแบบของบ้าน แต่เป็นลักษณะงานที่จะใช้พื้นที่ หากเป็นงานเอกสาร งานออนไลน์ งานออกแบบ งานบัญชี งานให้คำปรึกษา หรือธุรกิจขนาดเล็กที่มีพนักงานและลูกค้าไม่มาก ทาวน์โฮมบางหลังอาจปรับเป็นสถานที่ทำงานได้


     ในทางกลับกัน หากธุรกิจมีพนักงานหลายคน มีรถรับส่งสินค้าเข้าออกเป็นประจำ มีลูกค้าเข้ามาพร้อมกันหลายราย หรือมีเสียง กลิ่น ของเสีย และการขนย้ายวัสดุ ทาวน์โฮมในโครงการพักอาศัยอาจไม่เหมาะ แม้พื้นที่ภายในจะดูกว้างเพียงพอก็ตาม


     ก่อนนัดดูทรัพย์ ควรตอบคำถามพื้นฐานเหล่านี้ให้ได้ก่อน

  1. มีคนทำงานในบ้านพร้อมกันกี่คน
  2. ลูกค้าหรือผู้มาติดต่อเข้ามาบ่อยเพียงใด
  3. ต้องใช้รถตู้ รถกระบะ หรือรถขนส่งสินค้าหรือไม่
  4. มีอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้ามากหรือส่งเสียงรบกวนหรือไม่
  5. ต้องเก็บเอกสาร สินค้า หรือวัสดุในปริมาณมากเพียงใด
  6. ต้องการแยกทางเข้าพื้นที่ทำงานออกจากพื้นที่พักอาศัยหรือไม่
  7. มีแผนติดป้าย รับลูกค้าเป็นประจำ หรือใช้ที่อยู่เพื่อจดทะเบียนธุรกิจหรือไม่


     คำตอบเหล่านี้จะช่วยให้ประเมินบ้านจากการใช้งานจริง ไม่ใช่ตัดสินเพียงเพราะบ้านมีหลายห้อง อยู่ใกล้ถนนใหญ่ หรือเดินทางสะดวก


     นอกจากประเมินความเหมาะสมกับการทำงานแล้ว ควรใช้แนวทาง ดูบ้านก่อนซื้อ เพื่อตรวจสภาพบ้าน ทำเล และจุดที่อาจกระทบการอยู่อาศัยก่อนวางมัดจำด้วย


ทาวน์โฮมแบบไหนอาจเหมาะกับการทำโฮมออฟฟิศ

     ทาวน์โฮมที่อาจเหมาะกับการทำงานขนาดเล็กควรแบ่งพื้นที่ทำงานออกจากพื้นที่พักอาศัยได้อย่างชัดเจน เช่น ใช้ชั้นล่างเป็นห้องทำงานหรือพื้นที่รับลูกค้า และใช้ชั้นบนเป็นพื้นที่ส่วนตัวของสมาชิกในบ้าน การแบ่งพื้นที่เช่นนี้ช่วยลดการรบกวนระหว่างเวลาทำงานกับเวลาพักผ่อน


     หน้ากว้างของบ้านก็มีผลต่อการใช้งาน หากหน้าบ้านมีพื้นที่เพียงพอให้รถเข้าออกได้สะดวก มีทางเดินสำหรับลูกค้าหรือผู้มาติดต่อ และมีจุดรับส่งของที่ไม่กีดขวางบ้านข้างเคียง บ้านหลังนั้นย่อมใช้งานได้คล่องตัวกว่าบ้านที่ต้องอาศัยพื้นที่ริมถนนภายในโครงการ


     ตำแหน่งของบ้านภายในโครงการควรนำมาพิจารณาด้วย บ้านที่อยู่ใกล้ทางเข้าอาจเดินทางสะดวกสำหรับลูกค้าและพนักงาน แต่มีโอกาสได้รับเสียงรถและความพลุกพล่านมากกว่า ส่วนบ้านที่อยู่ลึกเข้าไปอาจมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า แต่ผู้มาติดต่ออาจหาได้ยากและต้องขับผ่านบ้านหลายหลัง


     หากยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับประเภทของบ้าน ควรทำความเข้าใจก่อนว่าทาวน์เฮ้าส์กับทาวน์โฮมต่างกันอย่างไร ทั้งในเรื่องพื้นที่ใช้สอย หน้ากว้าง ที่จอดรถ และสภาพแวดล้อม จากนั้นจึงกลับมาประเมินว่าทรัพย์ที่กำลังดูเหมาะกับการทำงานจริงหรือไม่


ซื้อทาวน์โฮมทำโฮมออฟฟิศ ที่จอดรถและลูกค้าเข้าออกสำคัญแค่ไหน

     ที่จอดรถเป็นจุดสำคัญที่ควรเช็คจากพื้นที่จริง เพราะจำนวนช่องจอดที่ระบุในแบบบ้านอาจไม่ตรงกับจำนวนรถที่สามารถจอดได้อย่างสะดวก เมื่อมีทั้งรถของสมาชิกในบ้าน รถของพนักงาน และรถของลูกค้าเข้ามาพร้อมกัน


     ตัวอย่างเช่น หากคนในบ้านมีรถ 2 คัน และมีลูกค้ามาอีก 1 คัน ควรดูว่ารถทุกคันจะจอดตรงไหนโดยไม่กีดขวางถนน จุดกลับรถ หรือหน้าบ้านข้างเคียง หากต้องจอดริมถนนภายในโครงการ ควรถามให้ชัดว่าสามารถจอดได้หรือไม่ และจะรบกวนการสัญจรของผู้อยู่อาศัยรายอื่นหรือเปล่า

รถสองคันจอดบริเวณหน้าทาวน์โฮม ขณะที่รถผู้มาติดต่อกำลังเข้ามาบนถนนภายในโครงการ

     นอกจากจำนวนที่จอดรถแล้ว ควรเช็คประเด็นต่อไปนี้ด้วย

  • ถนนภายในโครงการกว้างพอให้รถสวนกันหรือไม่
  • มีรถจอดริมถนนเป็นประจำจนเหลือพื้นที่สัญจรน้อยหรือไม่
  • รถขนส่งสามารถเข้าถึงหน้าบ้านได้สะดวกหรือไม่
  • มีจุดกลับรถหรือพื้นที่รับส่งสินค้าใกล้บ้านหรือไม่
  • ลูกค้าต้องแลกบัตรหรือรอให้เจ้าของบ้านแจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้งหรือไม่
  • โครงการกำหนดช่วงเวลาสำหรับบุคคลภายนอกเข้าออกหรือไม่
  • ช่วงเย็นหรือวันหยุดมีรถจอดหนาแน่นกว่าปกติหรือไม่
  • ลูกค้าที่หาบ้านไม่พบอาจจอดรถหรือกลับรถจนรบกวนเพื่อนบ้านหรือไม่


     ควรไปดูพื้นที่มากกว่าหนึ่งช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงเช้า ช่วงเลิกงาน ช่วงกลางคืน และวันหยุด เพราะสภาพถนนและจำนวนรถอาจแตกต่างจากวันที่เข้าไปดูบ้านครั้งแรกอย่างมาก


ลูกค้าและพนักงานเข้าออกจะกระทบความเป็นส่วนตัวหรือไม่

     การใช้บ้านเป็นสถานที่ทำงานไม่ได้กระทบเฉพาะเรื่องที่จอดรถ แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัวของสมาชิกในบ้าน หากลูกค้าหรือพนักงานต้องเดินผ่านห้องนั่งเล่น ห้องครัว หรือบริเวณที่ครอบครัวใช้งานเป็นประจำ การอยู่อาศัยอาจไม่สะดวกในระยะยาว


     ครอบครัวที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสมาชิกที่ทำงานเป็นกะควรพิจารณาเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะเสียงเปิดปิดประตู เสียงพูดคุย การรับส่งของ และการใช้พื้นที่ส่วนกลางอาจรบกวนเวลาพักผ่อน


     ระหว่างดูบ้าน ควรลองเดินจากหน้าบ้านไปยังพื้นที่ทำงานตามเส้นทางที่ลูกค้าจะใช้จริง พร้อมพิจารณาประเด็นต่อไปนี้

  • ลูกค้าต้องเดินผ่านพื้นที่ส่วนตัวหรือไม่
  • มีห้องน้ำที่ผู้มาติดต่อใช้ได้โดยไม่ต้องเข้าไปในส่วนพักอาศัยหรือไม่
  • สามารถกั้นทางขึ้นชั้นบนได้หรือไม่
  • พนักงานมีพื้นที่พักและพื้นที่เก็บของส่วนตัวหรือไม่
  • เสียงประชุมหรือเสียงพูดคุยจะดังไปถึงห้องนอนหรือบ้านข้างเคียงหรือไม่


     บ้านที่ไม่สามารถแยกทางเข้าได้อาจยังเหมาะกับงานออนไลน์หรือธุรกิจที่แทบไม่มีผู้มาติดต่อ แต่ควรประเมินจากวันที่มีคนใช้งานมากที่สุด ไม่ใช่ดูเฉพาะวันที่บ้านเงียบและมีคนอยู่น้อย


ซื้อทาวน์โฮมทำโฮมออฟฟิศ ต้องเช็คกฎโครงการและเพื่อนบ้านอย่างไร

     แม้จะซื้อบ้านแล้ว การใช้พื้นที่ภายในโครงการอาจยังต้องเป็นไปตามข้อกำหนดเรื่องการจอดรถ การติดป้าย การรับส่งสินค้า การปรับปรุงหน้าบ้าน เสียงรบกวน และการใช้พื้นที่เพื่อประกอบธุรกิจบางประเภท


     ก่อนซื้อควรสอบถามโครงการ นิติบุคคล หรือผู้ดูแลหมู่บ้านให้ชัดว่า สามารถใช้บ้านเป็นสำนักงานขนาดเล็กได้ในลักษณะใด มีข้อห้ามอะไรบ้าง และมีระเบียบหรือเอกสารให้ขอตรวจสอบหรือไม่ ไม่ควรอาศัยเพียงคำบอกเล่าของผู้ขายหรือเจ้าหน้าที่ขาย เพราะข้อกำหนดของแต่ละโครงการอาจแตกต่างกันและอาจเปลี่ยนแปลงได้

ซื้อทาวน์โฮมทำโฮมออฟฟิศ พร้อมตรวจแปลนบ้านและระเบียบโครงการก่อนตัดสินใจ

     ประเด็นที่ควรถามให้ชัด ได้แก่

  • อนุญาตให้มีพนักงานเข้ามาทำงานเป็นประจำหรือไม่
  • จำกัดจำนวนรถของผู้มาติดต่อหรือไม่
  • อนุญาตให้ติดป้ายชื่อบริษัทหรือป้ายกิจการหรือไม่
  • มีข้อห้ามเรื่องเสียง กลิ่น การเก็บสินค้า หรือการรับส่งของหรือไม่
  • สามารถปรับปรุงหน้าบ้าน ประตู หรือพื้นที่จอดรถได้มากน้อยเพียงใด
  • มีช่วงเวลาจำกัดสำหรับรถขนส่งหรือผู้มาติดต่อหรือไม่


     หากต้องการจดทะเบียนธุรกิจ ใช้ที่อยู่รับเอกสาร ติดป้าย รับลูกค้าเป็นประจำ หรือประกอบกิจการที่ต้องมีใบอนุญาต ควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ เพราะประเภทธุรกิจ ลักษณะอาคาร ทำเล และข้อกำหนดการใช้พื้นที่อาจมีผลต่อการใช้งานจริง


     ผู้ที่วางแผนจดทะเบียนนิติบุคคลควรตรวจสอบขั้นตอน เอกสาร และคู่มือล่าสุดจาก ระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อนยื่นคำขอ


     หากต้องดัดแปลงอาคารหรือเปลี่ยนลักษณะการใช้งาน ควรศึกษา กฎหมายควบคุมอาคาร และสอบถามเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนดำเนินการ เพราะข้อกำหนดอาจแตกต่างกันตามลักษณะอาคารและพื้นที่ตั้ง


     เพื่อนบ้านก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะทาวน์โฮมมักมีผนังติดกับบ้านข้างเคียง เสียงเปิดปิดประตู เสียงพูดคุย การขนสินค้า หรือรถที่เข้ามาจอดอาจรบกวนการอยู่อาศัยได้ หากงานเริ่มเช้ามาก เลิกดึก หรือมีคนเข้าออกตลอดวัน ควรประเมินว่ารูปแบบการทำงานอาจสร้างความรำคาญหรือทำให้เกิดความขัดแย้งในระยะยาวหรือไม่


พื้นที่ทำงานควรแยกจากพื้นที่อยู่อาศัยอย่างไร

     การใช้บ้านเป็นที่ทำงานจะสะดวกขึ้นเมื่อแบ่งพื้นที่อย่างชัดเจน ไม่ควรปล่อยให้ลูกค้า พนักงาน และสมาชิกในครอบครัวใช้พื้นที่เดียวกันทั้งหมด เพราะอาจกระทบทั้งความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และสมาธิในการทำงาน


     บ้านที่เหมาะควรแบ่งพื้นที่หลักได้อย่างน้อย 3 ส่วน


พื้นที่รับลูกค้าหรือผู้มาติดต่อ

     พื้นที่รับลูกค้าควรอยู่บริเวณชั้นล่างและเข้าถึงได้ง่าย โดยไม่ต้องเดินผ่านห้องนั่งเล่น ห้องครัว หรือพื้นที่ส่วนตัวมากเกินไป หากมีเด็กหรือผู้สูงอายุอยู่ในบ้าน การแยกพื้นที่จะช่วยลดการรบกวนและทำให้ควบคุมการเข้าออกได้ง่ายขึ้น


พื้นที่ทำงานของเจ้าของและพนักงาน

     พื้นที่ทำงานควรมีแสงสว่าง การระบายอากาศ ปลั๊กไฟ และสัญญาณอินเทอร์เน็ตเพียงพอ ควรลองวางโต๊ะ เก้าอี้ ตู้เอกสาร และอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามขนาดจริง ไม่ควรดูเพียงห้องเปล่าแล้วสรุปว่ามีพื้นที่เพียงพอ


     หากมีพนักงานหลายคน ควรเช็คด้วยว่าทางเดินยังใช้งานได้สะดวกหรือไม่ มีพื้นที่เก็บของส่วนกลางหรือไม่ และจำนวนห้องน้ำเพียงพอสำหรับคนที่ใช้งานพร้อมกันหรือเปล่า


พื้นที่พักอาศัยของสมาชิกในบ้าน

     พื้นที่พักอาศัยควรแยกจากทางเดินของลูกค้าและพนักงานให้มากที่สุด โดยเฉพาะห้องนอน ห้องน้ำส่วนตัว และพื้นที่พักผ่อน หากสมาชิกในบ้านต้องเดินผ่านพื้นที่ทำงานตลอดเวลา การอยู่อาศัยในระยะยาวอาจไม่สะดวกอย่างที่คิด


     นอกจากนี้ ควรเช็คตำแหน่งห้องน้ำ จุดเก็บเอกสาร จุดเก็บสินค้า พื้นที่ทิ้งขยะ และมุมพักของพนักงาน เพราะพื้นที่เล็ก ๆ ที่ดูไม่สำคัญอาจกลายเป็นปัญหาเมื่อเริ่มใช้งานจริง

พื้นที่ทำงานสองที่นั่งแยกจากห้องนั่งเล่นด้วยฉากไม้และประตูกระจกภายในทาวน์โฮม

ระบบไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต เครื่องปรับอากาศ และพื้นที่เก็บของต้องเพียงพอ

     โฮมออฟฟิศขนาดเล็กอาจใช้ไฟฟ้ามากกว่าบ้านพักอาศัยทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อเปิดคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ เครื่องปรับอากาศ และอุปกรณ์หลายชิ้นพร้อมกัน ควรสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า ตำแหน่งตู้ควบคุมไฟ จำนวนวงจร และตำแหน่งปลั๊กในแต่ละพื้นที่


     หากต้องเพิ่มจุดจ่ายไฟ เปลี่ยนสายไฟ หรือติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้กำลังไฟสูง ควรให้ช่างที่มีความรู้ตรวจสอบก่อน ไม่ควรต่อปลั๊กพ่วงซ้อนกันหลายชั้นหรือดัดแปลงระบบไฟฟ้าโดยไม่ได้ประเมินความปลอดภัย


     ควรเช็คด้วยว่ามีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใดเข้าถึงโครงการ ความเร็วที่รองรับเพียงพอหรือไม่ จุดเดินสายอยู่ตรงไหน และสัญญาณครอบคลุมทุกชั้นหรือเปล่า หากงานต้องประชุมออนไลน์ ส่งไฟล์ขนาดใหญ่ หรือใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตตลอดวัน สัญญาณที่ไม่เสถียรอาจกระทบการทำงานโดยตรง


     หากต้องติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพิ่มเติม ควรดูตำแหน่งติดตั้งชุดระบายความร้อน การระบายอากาศ เสียงที่อาจรบกวนบ้านข้างเคียง และค่าไฟที่อาจเพิ่มขึ้นด้วย


     พื้นที่เก็บของก็ควรเผื่อไว้สำหรับอนาคต ธุรกิจที่เริ่มจากเอกสารไม่กี่แฟ้มอาจมีของเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หากต้องวางตู้จนขวางทางเดินหรือใช้ห้องพักอาศัยเป็นที่เก็บสินค้า บ้านหลังนั้นอาจไม่รองรับการขยายงานในระยะยาว


ธุรกิจแบบไหนอาจเหมาะกับทาวน์โฮม

     ทาวน์โฮมอาจเหมาะกับงานที่ใช้คนไม่มาก ไม่สร้างเสียงหรือกลิ่น และไม่มีรถขนส่งสินค้าเข้าออกบ่อย ตัวอย่างเช่น

  • งานเอกสารและงานบัญชีขนาดเล็ก
  • งานออนไลน์หรือธุรกิจที่ติดต่อผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก
  • งานออกแบบ งานกราฟิก งานเขียนโปรแกรม หรือการผลิตเนื้อหา
  • งานให้คำปรึกษาที่นัดลูกค้าเป็นครั้งคราว
  • สตูดิโอถ่ายภาพหรือวิดีโอขนาดเล็กที่ไม่สร้างเสียงรบกวน
  • ธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ที่มีสินค้าไม่มากและใช้รถรับส่งขนาดเล็ก
  • สำนักงานของครอบครัวที่มีพนักงานเพียงไม่กี่คน


     แม้งานเหล่านี้อาจใช้ทาวน์โฮมเป็นพื้นที่ทำงานได้ แต่ยังต้องพิจารณาจำนวนคน ที่จอดรถ การรับส่งของ และข้อกำหนดของโครงการเป็นรายกรณี


ธุรกิจแบบไหนอาจไม่เหมาะกับทาวน์โฮม

     บางกิจการอาจรบกวนการอยู่อาศัยภายในโครงการมากเกินไป หรือต้องการพื้นที่และระบบอาคารมากกว่าที่ทาวน์โฮมทั่วไปจะรองรับได้


     ลักษณะงานที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ ได้แก่

  • มีรถลูกค้าหรือรถส่งของเข้าออกตลอดวัน
  • ใช้เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มีเสียงและแรงสั่นสะเทือน
  • มีกลิ่น ควัน ฝุ่น สารเคมี หรือน้ำเสียจากการทำงาน
  • ต้องเก็บสินค้าหรือวัสดุจำนวนมาก
  • มีพนักงานหลายคนจนที่จอดรถไม่เพียงพอ
  • เปิดให้บริการตั้งแต่เช้ามากหรือเลิกงานดึก
  • ต้องติดป้ายขนาดใหญ่หรือปรับเปลี่ยนหน้าบ้านมาก
  • มีลูกค้ามารอคิวหรือรวมตัวกันหลายคน
  • ต้องใช้รถบรรทุกหรือรถขนส่งขนาดใหญ่เป็นประจำ


     หากธุรกิจมีลักษณะเหล่านี้ โฮมออฟฟิศที่ออกแบบมาเพื่อการทำงานหรืออาคารพาณิชย์อาจเหมาะกว่า แม้ว่าราคาซื้อและค่าใช้จ่ายในการดูแลจะแตกต่างกัน


เปรียบเทียบทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ และอาคารพาณิชย์ แบบไหนเหมาะกว่า

     การเลือกประเภททรัพย์ควรดูจากลักษณะงาน จำนวนพนักงาน จำนวนลูกค้า ที่จอดรถ และแผนการใช้งานในระยะยาว ไม่ควรตัดสินจากราคาซื้อหรือจำนวนชั้นของอาคารเพียงอย่างเดียว

ซื้อทาวน์โฮมทำโฮมออฟฟิศ โดยเปรียบเทียบทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ และอาคารพาณิชย์

ทาวน์โฮม

  • เหมาะกับคนที่ต้องการใช้บ้านเป็นทั้งที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำงานขนาดเล็ก
  • ยังคงบรรยากาศแบบบ้านและสามารถแบ่งพื้นที่พักอาศัยได้
  • ราคาและค่าใช้จ่ายเริ่มต้นอาจต่ำกว่าทรัพย์ที่ออกแบบเพื่อธุรกิจโดยตรง
  • ต้องระวังกฎโครงการ ที่จอดรถ การเข้าออกของลูกค้า และผลกระทบต่อเพื่อนบ้าน
  • อาจไม่เหมาะกับธุรกิจที่มีคนหรือสินค้าเข้าออกจำนวนมาก


โฮมออฟฟิศ

  • เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการพื้นที่ทำงานชัดเจนและยังต้องการส่วนพักอาศัย
  • รูปแบบอาคารมักแบ่งพื้นที่ทำงานและพื้นที่อยู่อาศัยได้สะดวกกว่า
  • บางโครงการอาจมีหน้ากว้างหรือที่จอดรถมากกว่าทาวน์โฮมทั่วไป
  • ต้องเช็คราคาซื้อ ค่าใช้จ่ายในการดูแล สภาพอาคาร และการต่อเติมเดิม
  • หากเป็นทรัพย์มือสอง ควรตรวจระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ และพื้นที่ใช้สอยอย่างละเอียด


อาคารพาณิชย์

  • เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการหน้าร้านหรือมีผู้มาติดต่อค่อนข้างบ่อย
  • มองเห็นได้ง่ายจากถนนและอาจเหมาะกับการค้าขายในบางทำเล
  • พื้นที่ชั้นล่างอาจรองรับการรับส่งสินค้าได้สะดวกกว่า
  • ต้องระวังเรื่องที่จอดรถ การขนส่งสินค้า สภาพอาคาร และข้อกำหนดการใช้งาน
  • ควรเช็คเรื่องเสียง การระบายอากาศ และผลกระทบจากอาคารข้างเคียงด้วย


     การเลือกไม่ควรดูเฉพาะราคาซื้อ ทาวน์โฮมที่ราคาต่ำกว่าอาจมีค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงระบบไฟฟ้า การแบ่งพื้นที่ หรือการแก้ปัญหาที่จอดรถตามมา ส่วนโฮมออฟฟิศหรืออาคารพาณิชย์อาจมีต้นทุนเริ่มต้นสูงกว่า แต่เหมาะกับลักษณะงานบางประเภทมากกว่า


     หากกำลังเปรียบเทียบทรัพย์มือสอง ควรเช็คสภาพโครงสร้าง ระบบอาคาร การต่อเติม เอกสาร และข้อกำหนดการใช้งานให้ละเอียด ไม่ควรตัดสินใจจากภาพประกาศหรือการตกแต่งเพียงอย่างเดียว


ค่าใช้จ่ายที่อาจตามมาหลังซื้อมีอะไรบ้าง

     ราคาซื้อบ้านไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั้งหมด หากต้องปรับทาวน์โฮมให้เป็นพื้นที่ทำงาน อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ควรเตรียมไว้ก่อนตัดสินใจ เช่น

  • ค่าปรับปรุงห้องทำงานและพื้นที่รับลูกค้า
  • ค่าเพิ่มจุดจ่ายไฟหรือปรับปรุงระบบไฟฟ้า
  • ค่าติดตั้งอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์กระจายสัญญาณ
  • ค่าเครื่องปรับอากาศและค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
  • ค่าตู้เอกสาร ชั้นวางสินค้า หรือระบบรักษาความปลอดภัย
  • ค่าปรับปรุงห้องน้ำหรือทางเข้าพื้นที่ทำงาน
  • ค่าส่วนกลางและค่าดูแลพื้นที่ภายในโครงการ
  • ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการติดป้าย การจดทะเบียน หรือใบอนุญาตที่อาจเกี่ยวข้องกับกิจการ


     เงื่อนไข ค่าใช้จ่าย และข้อกำหนดต่าง ๆ อาจแตกต่างกันตามโครงการ ประเภทธุรกิจ และช่วงเวลา จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานหรือผู้เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ


ซื้อทาวน์โฮมทำโฮมออฟฟิศ เช็คลิสต์ก่อนตัดสินใจ

     ก่อนวางมัดจำ ควรกลับไปทบทวนรายการสำคัญต่อไปนี้

  1. ลักษณะงานเหมาะกับบ้านในโครงการพักอาศัยหรือไม่
  2. ช่วงที่มีคนมากที่สุดจะมีพนักงานและลูกค้ารวมกี่คน
  3. ที่จอดรถรองรับรถของคนในบ้าน พนักงาน และลูกค้าได้หรือไม่
  4. ถนนหน้าโครงการและถนนภายในโครงการเข้าออกสะดวกจริงหรือไม่
  5. การรับส่งสินค้าและรถขนส่งจะรบกวนเพื่อนบ้านหรือไม่
  6. กฎโครงการรองรับรูปแบบการใช้งานที่วางแผนไว้หรือไม่
  7. พื้นที่ทำงานแยกจากพื้นที่พักอาศัยได้ชัดเจนหรือไม่
  8. ระบบไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต เครื่องปรับอากาศ และจุดจ่ายไฟเพียงพอหรือไม่
  9. มีพื้นที่เก็บเอกสาร สินค้า และอุปกรณ์เผื่อการขยายงานหรือไม่
  10. เสียง กลิ่น ของเสีย และช่วงเวลาทำงานจะกระทบคนรอบข้างหรือไม่
  11. ได้รวมค่าปรับปรุง ค่าส่วนกลาง และค่าใช้จ่ายในการดูแลไว้ในงบประมาณแล้วหรือยัง
  12. หากต้องจดทะเบียน ติดป้าย หรือขออนุญาต ได้ตรวจสอบกับผู้เกี่ยวข้องแล้วหรือไม่
  13. ได้ไปดูพื้นที่จริงในช่วงเช้า เย็น กลางคืน และวันหยุดหรือยัง
  14. ได้เปรียบเทียบทาวน์โฮมกับโฮมออฟฟิศหรืออาคารพาณิชย์แล้วหรือไม่


     ควรถ่ายรูปบริเวณหน้าบ้าน ถนน จุดจอดรถ ห้องทำงาน ตู้ควบคุมไฟ และจุดติดตั้งอินเทอร์เน็ตไว้เปรียบเทียบกับทรัพย์หลังอื่น พร้อมทั้งตรวจสภาพบ้าน การต่อเติม และการใช้งานจริงอย่างรอบคอบก่อนตกลงซื้อ


     ผู้ที่กำลังเปรียบเทียบบ้านหรือทรัพย์ประเภทอื่นเพิ่มเติม สามารถดูบทความใน หมวดดูบ้านก่อนซื้อ เพื่อไล่เช็คประเด็นสำคัญก่อนตัดสินใจได้อย่างเป็นระบบ


สรุปก่อนตัดสินใจ

     การเลือกทาวน์โฮมเพื่อใช้เป็นโฮมออฟฟิศอาจเหมาะกับงานสำนักงานขนาดเล็ก งานออนไลน์ หรือธุรกิจที่มีคนเข้าออกไม่มาก แต่ควรพิจารณาลักษณะของธุรกิจก่อนดูรูปแบบและความสวยของบ้าน


     ก่อนตัดสินใจควรเช็คที่จอดรถ ถนนภายในโครงการ การเข้าออกของลูกค้าและพนักงาน การแบ่งพื้นที่ส่วนตัว ระบบไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต เสียงรบกวน เพื่อนบ้าน ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุง และกฎของโครงการให้ครบ หากธุรกิจมีรถเข้าออกบ่อย ต้องเก็บสินค้าจำนวนมาก ใช้เครื่องมือที่มีเสียงดัง หรือรับลูกค้าหลายคน การเปรียบเทียบกับโฮมออฟฟิศหรืออาคารพาณิชย์อาจช่วยให้เลือกทรัพย์ได้เหมาะกับการใช้งานมากกว่า


     ควรนัดดูพื้นที่จริงหลายช่วงเวลา ขอระเบียบของโครงการมาอ่าน และตรวจสอบข้อกำหนดเกี่ยวกับการจดทะเบียน การติดป้าย หรือการประกอบกิจการกับหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องก่อนวางมัดจำหรือทำสัญญา


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น