บ้านสวย

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ ขายบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน | HomeForSaleInTH

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน พร้อมสาระก่อนซื้อบ้าน ดูทำเล ค่าใช้จ่าย และเช็คจุดสำคัญก่อนตัดสินใจ

สัญญาจะซื้อจะขายบ้าน ก่อนเซ็นควรอ่านอะไรให้รอบคอบและต้องระวังจุดไหน

สัญญาจะซื้อจะขายบ้าน วางคู่กุญแจ ปากกา และโมเดลบ้านบนโต๊ะไม้ก่อนตรวจเงื่อนไข

     สัญญาจะซื้อจะขายบ้าน เป็นเอกสารสำคัญก่อนซื้อบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม หรือบ้านมือสอง เพราะเป็นขั้นตอนที่ผู้ซื้อและผู้ขายเริ่มตกลงเงื่อนไขกันอย่างจริงจัง ทั้งเงินมัดจำ วันโอน ค่าใช้จ่าย ของแถม และความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย บทความนี้จะพาเช็คจุดที่ควรอ่านให้รอบคอบก่อนเซ็น เพื่อช่วยลดปัญหาความเข้าใจไม่ตรงกันในภายหลัง


     ถ้ายังอยู่ในช่วงเปรียบเทียบหลายตัวเลือก ควรอ่าน หมวดดูบ้านก่อนซื้อ ประกอบด้วย เพื่อไล่เช็คตั้งแต่ก่อนนัดดูทรัพย์จริงจนถึงก่อนวางมัดจำ


สัญญาจะซื้อจะขายบ้าน สำคัญอย่างไรก่อนตัดสินใจซื้อ

     เอกสารฉบับนี้ไม่ได้เป็นเพียงหลักฐานว่าผู้ซื้อสนใจซื้อ และผู้ขายตกลงขายเท่านั้น แต่ยังใช้กำหนดเงื่อนไขสำคัญก่อนถึงวันโอนกรรมสิทธิ์จริง เช่น ราคาซื้อขาย เงินมัดจำ กำหนดวันโอน ค่าใช้จ่ายที่แต่ละฝ่ายต้องรับผิดชอบ และเงื่อนไขกรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ทำตามข้อตกลง


     สำหรับคนที่กำลังซื้อบ้านมือสอง บ้านในโครงการ ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม หรืออสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่น การอ่านรายละเอียดให้ชัดตั้งแต่ต้นเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะบางจุดอาจดูเล็กน้อยในวันเซ็น แต่กลายเป็นปัญหาในวันโอนหรือวันส่งมอบบ้านได้


     ก่อนลงชื่อควรเข้าใจว่า สัญญามีผลต่อสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย หากมีข้อความใดอ่านแล้วไม่ชัดเจน ควรถามผู้เกี่ยวข้องหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน ไม่ควรเซ็นเพราะเกรงใจหรือรีบตัดสินใจเกินไป


ก่อนเซ็นเอกสาร สัญญาจะซื้อจะขายบ้าน ควรเช็คอะไรเป็นอันดับแรก

     จุดแรกที่ควรอ่านคือข้อมูลพื้นฐานของทรัพย์และคู่สัญญา เพราะถ้าข้อมูลส่วนนี้ผิด อาจทำให้การตรวจสอบเอกสารหรือการโอนกรรมสิทธิ์ในภายหลังยุ่งยากขึ้น

สัญญาจะซื้อจะขายบ้าน กับการตรวจเอกสาร กุญแจบ้าน และสมุดบันทึกก่อนลงชื่อ

     สิ่งที่ควรเช็ค ได้แก่

  • ชื่อผู้ซื้อและผู้ขายสะกดถูกต้องหรือไม่
  • เลขบัตรประชาชนหรือข้อมูลนิติบุคคลถูกต้องหรือไม่
  • ที่อยู่ของทรัพย์ตรงกับเอกสารสิทธิหรือไม่
  • เลขที่โฉนด เลขห้องชุด หรือเอกสารสิทธิอื่น ๆ ถูกต้องหรือไม่
  • ขนาดพื้นที่ตามเอกสารตรงกับที่ตกลงกันไว้หรือไม่
  • ราคาซื้อขายตรงกับที่พูดคุยกันหรือไม่
  • รายละเอียดบ้าน อาคาร ที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างระบุไว้ชัดเจนหรือไม่


     ถ้าเป็นบ้านมือสองหรือทาวน์เฮ้าส์มือสอง ควรดูให้ชัดว่าทรัพย์ที่ซื้อรวมอะไรบ้าง เช่น ตัวบ้าน ที่ดิน โรงจอดรถ ครัวต่อเติมหลังบ้าน ปั๊มน้ำ ถังเก็บน้ำ เหล็กดัด มุ้งลวด หรือส่วนต่อเติมอื่น ๆ เพราะบางอย่างผู้ซื้ออาจเข้าใจว่ารวมอยู่แล้ว แต่ผู้ขายอาจเข้าใจไม่เหมือนกัน


รายละเอียดทรัพย์ต้องระบุให้ชัด ไม่ควรตกลงกันแค่ปากเปล่า

     การซื้อบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ไม่ควรอาศัยความจำหรือการตกลงด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะกรณีที่มีหลายรายการเกี่ยวข้องกับตัวทรัพย์ เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ของแถม หรือส่วนต่อเติมต่าง ๆ


รายละเอียดบ้านและที่ดิน

     ในเอกสารควรระบุข้อมูลให้ตรงกับเอกสารจริง เช่น บ้านเลขที่ ที่ตั้ง หมู่บ้าน โครงการ เนื้อที่ดิน พื้นที่ใช้สอย และเอกสารสิทธิที่เกี่ยวข้อง


     หากเป็นบ้านเดี่ยวหรือบ้านแฝด ควรดูเรื่องรั้ว พื้นที่รอบบ้าน โรงจอดรถ และส่วนต่อเติมที่อยู่ติดกับตัวบ้าน


     หากเป็นทาวน์เฮ้าส์หรือทาวน์โฮม ควรดูเรื่องหน้ากว้าง จำนวนชั้น พื้นที่จอดรถ ส่วนต่อเติมหน้าบ้าน หลังบ้าน และผนังที่ใช้ร่วมกับเพื่อนบ้าน


     หากเป็นคอนโด ควรดูเลขห้อง ชั้น อาคาร พื้นที่ห้อง สิทธิในการใช้ที่จอดรถ และรายการเฟอร์นิเจอร์ที่ขายพร้อมห้อง


สภาพทรัพย์ ณ วันที่ตกลงซื้อขาย

     ควรอ่านให้ชัดว่าสภาพทรัพย์ที่ตกลงซื้อขายเป็นแบบใด เช่น ขายตามสภาพปัจจุบัน หรือผู้ขายต้องซ่อมแซมบางจุดก่อนวันโอน


     ถ้าตอนเช็คบ้านก่อนซื้อพบปัญหา เช่น น้ำรั่ว รอยแตกร้าว ระบบไฟไม่เรียบร้อย ประตูหน้าต่างชำรุด หรือหลังคามีร่องรอยรั่ว ควรตกลงให้ชัดว่าฝ่ายใดรับผิดชอบ และควรระบุไว้ในเอกสารหรือแนบรายการเพิ่มเติมให้ชัดเจน


     หากเป็นบ้านมือสองที่มีการต่อเติม ควรอ่านเรื่อง บ้านต่อเติมก่อนขาย ประกอบด้วย เพราะส่วนต่อเติมอาจเกี่ยวข้องกับรอยร้าว น้ำรั่ว พื้นทรุด และค่าใช้จ่ายหลังซื้อ


สัญญาจะซื้อจะขายบ้าน กับเงินมัดจำและเงื่อนไขการชำระเงิน

     เงินมัดจำเป็นจุดที่ควรอ่านให้ละเอียด เพราะเกี่ยวข้องกับความเสียหายหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนใจ หรือไม่สามารถทำตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ได้

เครื่องคิดเลข ใบรับเงินเปล่า กุญแจบ้าน และซองเอกสารสำหรับวางแผนเงินมัดจำก่อนซื้อบ้าน

เงินมัดจำจ่ายเท่าไหร่และจ่ายเมื่อไหร่

     ควรเช็คว่าเอกสารระบุจำนวนเงินมัดจำชัดเจนหรือไม่ ต้องชำระด้วยวิธีใด และมีหลักฐานการรับเงินครบถ้วนหรือไม่ เช่น ใบรับเงิน สลิปโอนเงิน หรือเอกสารยืนยันจากผู้ขาย


     ไม่ควรจ่ายเงินโดยไม่มีหลักฐาน และไม่ควรโอนเงินเข้าบัญชีที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ขายหรือผู้รับมอบอำนาจโดยชัดเจน


ถ้ากู้ไม่ผ่าน เงินมัดจำคืนหรือไม่

     กรณีผู้ซื้อขอสินเชื่อบ้าน ควรอ่านเงื่อนไขให้ชัดว่า หากธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อ จะถือว่าผู้ซื้อผิดสัญญาหรือไม่ และเงินมัดจำจะได้รับคืนหรือถูกริบ


     ประเด็นนี้ควรตกลงให้ชัดตั้งแต่ก่อนลงชื่อ ไม่ควรเข้าใจเองว่ากู้ไม่ผ่านแล้วต้องได้เงินคืนเสมอ เพราะแต่ละกรณีอาจมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน


งวดการชำระเงินก่อนวันโอน

     บางกรณีอาจมีการแบ่งจ่ายเป็นหลายงวด เช่น มัดจำวันทำสัญญา ชำระเพิ่มก่อนโอน และจ่ายส่วนที่เหลือในวันโอน ควรดูให้ชัดว่าต้องชำระวันไหน จำนวนเท่าไหร่ และชำระให้ใคร


     ถ้าเป็นการซื้อบ้านมือสอง ควรระวังเป็นพิเศษหากมีการขอให้จ่ายเงินก้อนใหญ่ก่อนวันโอน โดยไม่มีเงื่อนไขที่คุ้มครองผู้ซื้ออย่างเพียงพอ


เงื่อนไขการโอนกรรมสิทธิ์และวันโอนต้องไม่คลุมเครือ

     วันโอนเป็นจุดสำคัญที่เชื่อมระหว่างการตกลงซื้อขายกับการเป็นเจ้าของทรัพย์จริง ในเอกสารควรระบุวันโอนหรือกรอบเวลาการโอนให้ชัดเจน


กำหนดวันโอน

     ควรเช็คว่าวันโอนตรงกับความพร้อมของทุกฝ่ายหรือไม่ เช่น ผู้ซื้อพร้อมเรื่องสินเชื่อ ผู้ขายพร้อมไถ่ถอนจำนอง ผู้เกี่ยวข้องพร้อมเซ็นเอกสาร และสำนักงานที่ดินเปิดทำการตามปกติ


     ถ้าผู้ขายยังมีภาระจำนองกับธนาคาร ควรสอบถามขั้นตอนการไถ่ถอนให้ชัดเจน เพราะอาจมีเอกสารและระยะเวลาที่ต้องเตรียมล่วงหน้า


ใครรับผิดชอบค่าใช้จ่ายวันโอน

     ค่าใช้จ่ายวันโอนอาจมีหลายรายการ และรายละเอียดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามกฎหมาย เงื่อนไขของหน่วยงาน และสถานะของทรัพย์แต่ละรายการ จึงควรอ่านให้ชัดว่าแต่ละฝ่ายรับผิดชอบอะไรบ้าง


     ตัวอย่างค่าใช้จ่ายที่ควรเช็ค ได้แก่

  • ค่าธรรมเนียมการโอน
  • ภาษีและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขาย
  • ค่าจดจำนองในกรณีผู้ซื้อกู้ธนาคาร
  • ค่าประเมินหรือค่าใช้จ่ายจากสถาบันการเงิน
  • ค่าส่วนกลางค้างชำระ ถ้ามี
  • ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าใช้จ่ายอื่นก่อนส่งมอบ

สัญญาจะซื้อจะขายบ้าน กับการเช็คค่าใช้จ่ายวันโอน เอกสารเปล่า เครื่องคิดเลข และกุญแจบ้าน

     ถ้าต้องการแยกมุมของผู้ขายให้ชัดขึ้น สามารถอ่านเรื่อง ภาษีขายบ้านมือสอง เพิ่มเติม เพื่อดูว่าค่าใช้จ่ายวันโอนอาจกระทบเงินสุทธิที่ผู้ขายได้รับอย่างไร


     นอกจากอ่านเงื่อนไขในเอกสารแล้ว ผู้ซื้อและผู้ขายควรทำความเข้าใจค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับวันโอนให้รอบคอบ โดยเฉพาะกรณีบ้านมือสองที่อาจมีภาษี ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง


     เนื่องจากเรื่องภาษี ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขของหน่วยงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับสำนักงานที่ดิน ธนาคาร นายหน้า หรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ


     สำหรับค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเกี่ยวกับการโอนและภาษีอากร สามารถตรวจสอบจาก ระบบคำนวณภาษีอากรของกรมที่ดิน และควรสอบถามสำนักงานที่ดินอีกครั้งก่อนวันโอนจริง


     หากต้องการตรวจสอบข้อมูลภาษีที่เกี่ยวข้องกับการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม ควรดู โปรแกรมคำนวณภาษีจากกรมสรรพากร ควบคู่กับข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ


วันส่งมอบบ้านควรระบุแยกจากวันโอนหรือไม่

     หลายคนเข้าใจว่าวันโอนกับวันส่งมอบบ้านเป็นวันเดียวกันเสมอ แต่ในทางปฏิบัติอาจไม่เป็นแบบนั้นทุกกรณี บางครั้งโอนกรรมสิทธิ์แล้ว แต่ผู้ขายขอเวลาย้ายของ หรือบางกรณีผู้ซื้อขอเข้าซ่อมแซมก่อนย้ายเข้าอยู่


     ดังนั้นควรอ่านให้ชัดว่า

  • ผู้ซื้อจะได้รับกุญแจวันไหน
  • ผู้ขายต้องย้ายของออกภายในวันใด
  • บ้านต้องอยู่ในสภาพใดตอนส่งมอบ
  • มิเตอร์น้ำ ไฟ อินเทอร์เน็ต หรือบริการอื่น ๆ จะจัดการอย่างไร
  • หากส่งมอบล่าช้า มีเงื่อนไขรับผิดชอบอย่างไร


     ถ้าเป็นบ้านที่มีผู้อยู่อาศัยเดิม ควรให้ความสำคัญกับวันส่งมอบเป็นพิเศษ เพราะอาจกระทบแผนย้ายบ้าน แผนปรับปรุงบ้าน และค่าใช้จ่ายอื่นที่ตามมา


ของแถม เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าต้องเขียนให้ชัด

     ของแถมเป็นอีกจุดที่ทำให้เกิดความเข้าใจไม่ตรงกันได้ง่าย โดยเฉพาะบ้านมือสองหรือคอนโดมือสองที่มีเฟอร์นิเจอร์บางส่วนอยู่แล้ว


รายการของแถมควรระบุเป็นรายการ

     ถ้ามีการตกลงให้ของแถม ควรระบุเป็นรายการให้ชัด เช่น

  • แอร์กี่เครื่อง อยู่ตำแหน่งไหน
  • ตู้เสื้อผ้า เตียง โต๊ะ หรือโซฟารวมอยู่ด้วยหรือไม่
  • ผ้าม่าน มุ้งลวด เหล็กดัด รวมอยู่ในราคาหรือไม่
  • เครื่องทำน้ำอุ่น ปั๊มน้ำ ถังเก็บน้ำ รวมอยู่หรือไม่
  • เฟอร์นิเจอร์บิวท์อินเป็นส่วนหนึ่งของการขายหรือไม่


     ควรหลีกเลี่ยงคำกว้าง ๆ เช่น “แถมเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด” หากไม่ได้มีรายการแนบท้าย เพราะอาจทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายตีความไม่ตรงกันได้


สภาพของแถมควรเช็คก่อนวันโอน

     หากของแถมมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ ควรถ่ายรูปหรือจดรายการไว้ตอนดูทรัพย์จริง และควรตรวจซ้ำก่อนวันโอนหรือวันส่งมอบ


     เช่น แอร์ยังใช้งานได้หรือไม่ เครื่องใช้ไฟฟ้ายังอยู่ครบหรือไม่ เฟอร์นิเจอร์ที่ตกลงกันไว้ยังอยู่ในบ้านหรือไม่ และไม่มีการถอดเปลี่ยนก่อนส่งมอบ


เงื่อนไขผิดสัญญาต้องอ่านให้เข้าใจทั้งฝ่ายผู้ซื้อและผู้ขาย

     ส่วนของเงื่อนไขผิดสัญญาเป็นจุดที่หลายคนอ่านผ่านเร็ว แต่จริง ๆ แล้วสำคัญมาก เพราะเป็นส่วนที่บอกว่าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ทำตามข้อตกลง จะเกิดผลอย่างไร


     ควรอ่านให้ชัดว่า

  • ผู้ซื้อผิดสัญญาในกรณีใด
  • ผู้ขายผิดสัญญาในกรณีใด
  • เงินมัดจำถูกริบหรือคืนในเงื่อนไขใด
  • หากผู้ขายไม่โอนตามกำหนด มีความรับผิดชอบอย่างไร
  • หากผู้ซื้อไม่ชำระเงินตามกำหนด มีผลอย่างไร
  • มีค่าปรับหรือค่าเสียหายเพิ่มเติมหรือไม่
  • มีเงื่อนไขขยายเวลาได้หรือไม่


     เนื้อหาส่วนนี้ควรอ่านอย่างใจเย็น หากมีภาษาทางกฎหมายที่ไม่เข้าใจ ไม่ควรเดาเอง ควรถามผู้เกี่ยวข้องหรือให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยอ่านก่อนเซ็น


เอกสารล่าสุดที่ควรขอดูก่อนเซ็น

     ก่อนลงชื่อ ควรขอดูเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบและเป็นข้อมูลล่าสุดเท่าที่ทำได้ เพราะเอกสารเก่าอาจไม่สะท้อนสถานะปัจจุบันของทรัพย์


     เอกสารที่ควรตรวจสอบตามความเหมาะสม เช่น

  • สำเนาโฉนดหรือเอกสารสิทธิ
  • สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ขาย
  • หนังสือมอบอำนาจ ถ้ามีผู้รับมอบอำนาจ
  • เอกสารจำนองหรือภาระผูกพัน ถ้ามี
  • เอกสารค่าส่วนกลาง กรณีบ้านจัดสรรหรือคอนโด
  • เอกสารจากนิติบุคคล กรณีคอนโดหรือโครงการจัดสรร
  • ใบเสร็จค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
  • รายการทรัพย์สินหรือของแถมแนบท้ายเอกสาร

คนกำลังตรวจแฟ้มเอกสารบ้านและที่ดินบนโต๊ะ พร้อมกุญแจและโมเดลบ้านก่อนเซ็นซื้อขาย

     หากเป็นที่ดิน บ้านพร้อมที่ดิน หรือทรัพย์ที่มีประเด็นเฉพาะ เช่น ภาระจำยอม ทางเข้าออก หรือแนวเขตที่ไม่ชัดเจน ควรตรวจสอบเพิ่มเติมกับหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ


     หากทรัพย์เป็นบ้านพร้อมที่ดินหรือมีประเด็นเรื่องแนวเขต ควรอ่านเรื่อง รังวัดที่ดินก่อนซื้อขาย เพิ่มเติม เพื่อเข้าใจความสำคัญของหมุดที่ดิน แนวเขต และเนื้อที่จริงก่อนตัดสินใจ


จุดที่คนซื้อบ้านครั้งแรกมักพลาดตอนอ่านสัญญา

     คนซื้อบ้านครั้งแรกมักให้ความสำคัญกับราคาบ้านและเงินกู้เป็นหลัก แต่ในเอกสารยังมีรายละเอียดอื่นที่มีผลต่อการอยู่อาศัยจริงและค่าใช้จ่ายหลังซื้อ


อ่านเฉพาะราคาขาย แต่ไม่ดูค่าใช้จ่ายอื่น

     ราคาซื้อขายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ ควรดูด้วยว่ามีค่าใช้จ่ายวันโอน ค่าจดจำนอง ค่าส่วนกลางล่วงหน้า ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าใช้จ่ายตกค้างอื่นหรือไม่


     หากไม่เช็คให้ชัด อาจทำให้งบประมาณจริงสูงกว่าที่วางไว้


ไม่ระบุเรื่องซ่อมแซมก่อนโอน

     ถ้าดูบ้านแล้วพบปัญหา แต่ตกลงกันปากเปล่าว่าผู้ขายจะซ่อมให้ ควรระบุให้ชัดในเอกสาร ไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาว่าใครต้องรับผิดชอบในภายหลัง


     ประเด็นนี้เชื่อมกับขั้นตอนตรวจบ้านก่อนโอนโดยตรง เพราะวันตรวจรับบ้านควรใช้เช็คว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่ตกลงไว้หรือไม่


ไม่เช็คชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์จริง

     ก่อนวางมัดจำหรือเซ็นเอกสาร ควรเช็คให้แน่ใจว่าผู้ขายมีสิทธิขายจริง หรือเป็นผู้รับมอบอำนาจที่มีเอกสารถูกต้อง ไม่ควรเซ็นหรือจ่ายเงินโดยยังไม่เห็นเอกสารที่เกี่ยวข้อง


ไม่เก็บหลักฐานการตกลง

     การพูดคุยผ่านแชท รูปถ่ายตอนดูบ้าน รายการของแถม ใบรับเงิน และสำเนาเอกสารสำคัญ ควรจัดเก็บไว้ให้เป็นระบบ เพราะอาจใช้ทบทวนรายละเอียดก่อนวันโอนได้


ตัวอย่างสถานการณ์ที่ควรระวังเป็นพิเศษ

ซื้อบ้านมือสองที่ยังมีคนอยู่

     ควรระบุวันส่งมอบบ้านให้ชัดเจน รวมถึงสภาพบ้านตอนส่งมอบ การย้ายของออก และความรับผิดชอบหากส่งมอบล่าช้า


ซื้อทาวน์เฮ้าส์หรือทาวน์โฮมที่มีการต่อเติม

     ควรเช็คว่าการต่อเติมอยู่ในสภาพใด มีผลต่อการใช้งานจริงหรือไม่ และผู้ขายรับผิดชอบซ่อมแซมจุดใดก่อนโอนหรือไม่ โดยเฉพาะหลังคา ครัวหลังบ้าน พื้นที่จอดรถ และผนังที่ใช้ร่วมกับเพื่อนบ้าน


ซื้อบ้านในโครงการที่มีค่าส่วนกลาง

     ควรเช็คค่าส่วนกลางค้างชำระ กฎระเบียบหมู่บ้าน สิทธิในการใช้ส่วนกลาง และค่าใช้จ่ายที่ต้องรับต่อหลังโอน


ซื้อคอนโดพร้อมเฟอร์นิเจอร์

     ควรแนบรายการเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ชัด เพราะของในห้องหลายชิ้นสามารถเคลื่อนย้ายหรือถอดออกได้


ซื้อบ้านโดยต้องขอสินเชื่อ

     ควรอ่านเงื่อนไขกรณีสินเชื่อไม่ผ่านให้ละเอียด เช่น ต้องใช้เอกสารอะไรภายในกี่วัน ต้องยื่นกี่ธนาคาร และเงินมัดจำจะจัดการอย่างไร


ก่อนเซ็นควรถามตัวเองอะไรบ้าง

     ก่อนลงชื่อในเอกสาร ลองเช็คคำถามเหล่านี้ให้ครบ

  • รายละเอียดทรัพย์ตรงกับสิ่งที่ดูจริงหรือไม่
  • ชื่อผู้ขายและเจ้าของกรรมสิทธิ์ตรงกัน หรือมีเอกสารมอบอำนาจครบหรือไม่
  • ราคาขาย เงินมัดจำ และกำหนดชำระเงินชัดเจนหรือไม่
  • เงื่อนไขกู้ไม่ผ่านระบุไว้หรือไม่
  • วันโอนและวันส่งมอบบ้านตรงกับแผนของเราหรือไม่
  • ค่าใช้จ่ายวันโอนแบ่งกันอย่างไร
  • รายการของแถมและเฟอร์นิเจอร์มีรายละเอียดครบหรือไม่
  • จุดที่ต้องซ่อมก่อนโอนมีการระบุเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่
  • เงื่อนไขผิดสัญญาเข้าใจตรงกันทั้งสองฝ่ายหรือไม่
  • มีข้อความใดที่อ่านแล้วไม่มั่นใจหรือควรถามเพิ่มเติมหรือไม่


     ถ้ามีข้อใดยังไม่ชัด ควรหยุดอ่านทบทวนก่อน ไม่ควรรีบเซ็นเพราะกลัวเสียโอกาส เพราะการแก้ไขก่อนลงชื่อมักง่ายกว่าการแก้ปัญหาหลังเกิดข้อพิพาท


สรุปก่อนตัดสินใจเซ็น สัญญาจะซื้อจะขายบ้าน ให้รอบคอบ

     เอกสารซื้อขายบ้านก่อนโอนเป็นสิ่งที่ควรอ่านอย่างรอบคอบก่อนวางมัดจำและเดินหน้าสู่วันโอน ไม่ว่าจะซื้อบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม คอนโด หรือบ้านมือสอง สิ่งสำคัญคือรายละเอียดต้องตรงกับทรัพย์จริง เงื่อนไขต้องชัด และทุกฝ่ายควรเข้าใจตรงกัน


     ก่อนเซ็นควรเช็คข้อมูลทรัพย์ เงินมัดจำ เงื่อนไขสินเชื่อ วันโอน วันส่งมอบ ค่าใช้จ่าย ของแถม เฟอร์นิเจอร์ และเงื่อนไขผิดสัญญาให้ครบ หากมีจุดใดไม่มั่นใจ ควรขอเอกสารล่าสุด อ่านทบทวนอีกครั้ง และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือผู้เกี่ยวข้องก่อนลงชื่อ


     การซื้อบ้านไม่ควรตัดสินใจจากความชอบตอนดูบ้านเพียงอย่างเดียว แต่ควรเชื่อมขั้นตอนตั้งแต่ก่อนนัดดูทรัพย์จริง เช็คบ้านก่อนซื้อ ตรวจบ้านก่อนโอน และอ่านเอกสารให้ละเอียด เพื่อให้การตัดสินใจรอบคอบมากขึ้นและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น