การเลือกคอนโดไม่ควรดูเพียงราคา ทำเล หรือพื้นที่ส่วนกลางเท่านั้น เพราะประเภทของอาคารก็มีผลต่อคุณภาพการอยู่อาศัยจริงเช่นกัน หลายคนที่กำลังเปรียบเทียบ คอนโด Low Rise กับ High Rise อาจยังไม่แน่ใจว่าทั้งสองแบบต่างกันอย่างไร และแบบไหนเหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิตของตัวเองมากกว่า เพราะคอนโดแต่ละประเภทให้บรรยากาศ ความเป็นส่วนตัว และความสะดวกในการใช้ชีวิตแตกต่างกัน
ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด ควรทำความเข้าใจความแตกต่างของทั้งสองแบบให้ชัดเจนเสียก่อน เพราะจะช่วยให้เลือกได้ตรงกับชีวิตประจำวันมากขึ้น และลดโอกาสเลือกห้องที่ดูน่าสนใจในตอนแรก แต่ไม่ตอบโจทย์เมื่อเข้าไปอยู่อาศัยจริง
หากยังอยู่ในช่วงเปรียบเทียบหลายปัจจัยก่อนซื้อคอนโด การอ่านเรื่อง ดูแปลนคอนโดก่อนซื้อ ควบคู่กันจะช่วยให้มองเห็นตำแหน่งห้อง ทิศทางแสง พื้นที่ใช้สอย และความเหมาะสมของห้องได้ชัดขึ้น
คอนโด Low Rise คืออะไร
คอนโด Low Rise คือคอนโดที่มีความสูงไม่มาก โดยทั่วไปมักเป็นอาคารประมาณ 8 ชั้นหรือต่ำกว่า จุดเด่นคือบรรยากาศภายในโครงการมักเงียบสงบกว่า และจำนวนผู้พักอาศัยไม่หนาแน่นเท่าคอนโดสูง จึงเหมาะกับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่ชอบความวุ่นวาย และอยากได้ที่อยู่อาศัยที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย
หลายโครงการมักตั้งอยู่ในซอยพักอาศัย หรือทำเลที่ไม่พลุกพล่านมากนัก ทำให้บรรยากาศรอบโครงการค่อนข้างสงบในหลายพื้นที่ บางโครงการยังให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการอยู่บ้านมากกว่าการอยู่คอนโดขนาดใหญ่ เพราะมีจำนวนอาคารและจำนวนห้องพักไม่มากเกินไป
จุดเด่นของคอนโด Low Rise
- จำนวนผู้พักอาศัยมักไม่หนาแน่นมาก
- บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างสงบ เหมาะกับการพักผ่อน
- การรอลิฟต์มักใช้เวลาไม่นานเท่าโครงการขนาดใหญ่
- มีโอกาสได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่าในหลายโครงการ
- เหมาะกับคนที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงในระยะยาว
สิ่งที่ควรพิจารณา
แม้คอนโด Low Rise จะมีบรรยากาศที่สงบกว่า แต่บางโครงการอาจมีพื้นที่ส่วนกลางไม่ใหญ่มาก และสิ่งอำนวยความสะดวกอาจไม่หลากหลายเท่าคอนโดสูง นอกจากนี้ บางทำเลอาจอยู่ลึกจากถนนหลักหรือสถานีรถไฟฟ้า จึงควรพิจารณาเรื่องการเดินทางจริงควบคู่ไปด้วยเสมอ
คอนโด High Rise คืออะไร
คอนโด High Rise คือคอนโดที่มีความสูงมากกว่า 8 ชั้นขึ้นไป บางโครงการอาจสูงหลายสิบชั้น มักพบในทำเลเมือง ย่านธุรกิจ ใกล้รถไฟฟ้า หรือพื้นที่ที่มีความต้องการอยู่อาศัยสูง จุดเด่นคือเดินทางสะดวก มีโอกาสได้วิวจากชั้นสูง และมักมีพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้งานหลายรูปแบบ
อย่างไรก็ตาม คำว่าอาคารสูงในเชิงกฎหมายอาคารอาจมีเกณฑ์เฉพาะที่ต่างจากคำที่ใช้ทางการตลาด หากต้องการอ้างอิงข้อมูลด้านกฎหมายควรตรวจสอบจาก กรมโยธาธิการและผังเมือง อีกครั้ง
คอนโดประเภทนี้มักมีจำนวนห้องพักมากกว่า จึงมีผู้พักอาศัยมากตามไปด้วย เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับทำเล ต้องเดินทางเป็นประจำ และต้องการความสะดวกในการใช้ชีวิตในเมืองมากกว่าความเงียบสงบแบบโครงการขนาดเล็ก
จุดเด่นของคอนโด High Rise
- มักอยู่ใกล้รถไฟฟ้า ถนนหลัก หรือย่านธุรกิจ
- ห้องชั้นสูงมีโอกาสได้วิวเปิดโล่งมากกว่า
- พื้นที่ส่วนกลางมักมีให้เลือกใช้งานหลายประเภท
- มีรูปแบบห้องและขนาดห้องให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย
- เหมาะกับคนทำงานในเมือง หรือคนที่ต้องเดินทางเป็นประจำ
สิ่งที่ควรพิจารณา
จำนวนผู้พักอาศัยที่มากขึ้นอาจทำให้ช่วงเวลาเร่งด่วนมีคนใช้ลิฟต์จำนวนมาก และพื้นที่ส่วนกลางบางช่วงเวลาอาจมีผู้ใช้งานหนาแน่น นอกจากนี้ คอนโดสูงบางแห่งอาจมีค่าส่วนกลางสูงตามขนาดโครงการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีให้ จึงควรเช็คค่าใช้จ่ายและเงื่อนไขต่าง ๆ ให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ
คอนโด Low Rise กับ High Rise ต่างกันยังไงในเรื่องการอยู่อาศัย
แม้ทั้งสองแบบจะเป็นคอนโดเหมือนกัน แต่ประสบการณ์เมื่อเข้าไปอยู่จริงอาจต่างกันมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะเรื่องความเป็นส่วนตัว การเดินทาง วิวจากห้อง และความหนาแน่นของผู้พักอาศัยภายในโครงการ
ความเป็นส่วนตัว
คอนโด Low Rise มักได้เปรียบเรื่องความเงียบและจำนวนเพื่อนบ้านที่น้อยกว่า จึงเหมาะกับคนที่ไม่ชอบความวุ่นวาย ส่วนคอนโด High Rise มักมีจำนวนผู้พักอาศัยมากกว่า โดยเฉพาะโครงการที่อยู่ในทำเลเมืองหรือใกล้รถไฟฟ้า
การเดินทาง
คอนโด High Rise มักอยู่ใกล้รถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน หรือถนนหลัก จึงเหมาะกับคนที่ต้องเดินทางทุกวัน ส่วนคอนโด Low Rise บางโครงการอาจต้องใช้รถส่วนตัว หรือต้องเดินเข้าซอยมากกว่า จึงควรทดลองเดินทางจริงก่อนตัดสินใจ
วิวและความโปร่งของห้อง
ห้องบนชั้นสูงของคอนโด High Rise มักมีโอกาสได้วิวเมืองหรือวิวเปิดโล่งมากกว่า แต่คอนโด Low Rise บางโครงการอาจให้บรรยากาศสงบกว่า เช่น มองเห็นต้นไม้ อาคารพักอาศัยรอบข้าง หรือสภาพแวดล้อมที่ไม่เร่งรีบมากนัก
ถ้าคุณให้ความสำคัญกับวิว แสงธรรมชาติ และความเป็นส่วนตัวของตำแหน่งห้อง การอ่านเรื่อง ห้องมุมคอนโดดีไหม จะช่วยให้เปรียบเทียบตำแหน่งห้องได้รอบคอบขึ้น
ความหนาแน่นของผู้พักอาศัย
ถ้าคุณไม่ชอบโครงการที่มีคนจำนวนมาก หรือไม่อยากใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกับผู้พักอาศัยจำนวนมากเกินไป คอนโด Low Rise อาจตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าคุณชอบโครงการขนาดใหญ่ มีพื้นที่ส่วนกลางครบ และรับความหนาแน่นได้ คอนโด High Rise ก็อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า
คอนโด Low Rise กับ High Rise แบบไหนเหมาะกับคุณมากกว่า
การเลือกคอนโดไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะแต่ละคนมีงบประมาณ วิธีเดินทาง เวลาที่ใช้ในห้อง และรูปแบบการใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน สิ่งสำคัญคือควรเลือกจากชีวิตจริงของตัวเอง ไม่ใช่ดูเพียงความสวยของโครงการหรือคำโฆษณาเท่านั้น
คนที่อาจเหมาะกับคอนโด Low Rise
- คนที่ชอบความสงบและความเป็นส่วนตัว
- คนที่ทำงานจากบ้านบ่อย หรือใช้เวลาอยู่ในห้องค่อนข้างมาก
- คนที่ไม่ชอบความวุ่นวายของโครงการขนาดใหญ่
- คนที่อยากได้บรรยากาศการอยู่อาศัยใกล้เคียงกับการอยู่บ้าน
- คนที่เน้นการอยู่อาศัยระยะยาว มากกว่าความโดดเด่นของพื้นที่ส่วนกลาง
คนที่อาจเหมาะกับคอนโด High Rise
- คนทำงานในเมือง หรือเดินทางเข้าเมืองเป็นประจำ
- คนที่ใช้รถไฟฟ้าหรือขนส่งสาธารณะบ่อย
- คนที่ชอบวิวจากชั้นสูงและบรรยากาศของเมือง
- คนที่ต้องการพื้นที่ส่วนกลางหลายรูปแบบ
- คนที่ให้ความสำคัญกับทำเลและความสะดวกในการเดินทาง
ก่อนซื้อควรดูอะไรเพิ่มเติม
ไม่ว่าจะเลือกคอนโดแบบไหน ควรเข้าไปดูสถานที่จริงทั้งช่วงกลางวันและช่วงเย็น เพื่อสังเกตแสงแดด เสียงรบกวน การจราจร และบรรยากาศโดยรวมของโครงการ เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อการอยู่อาศัยมากกว่าที่เห็นจากภาพโฆษณา
นอกจากนี้ควรเช็คจำนวนลิฟต์ ที่จอดรถ ระบบรักษาความปลอดภัย ค่าส่วนกลาง และสภาพแวดล้อมรอบโครงการด้วย เพราะรายละเอียดเหล่านี้มีผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว และอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อยู่สบายหรือรู้สึกไม่สะดวกในภายหลัง
โดยเฉพาะเรื่องค่าใช้จ่ายระยะยาว ควรอ่านเรื่อง ค่าส่วนกลางคอนโด เพิ่มเติม เพราะเป็นต้นทุนที่มีผลต่อความคุ้มค่าของห้องหลังซื้อไปแล้ว
หากเป็นข้อมูลเรื่องค่าใช้จ่าย ค่าส่วนกลาง หรือเงื่อนไขต่าง ๆ ของโครงการ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากโครงการอีกครั้งก่อนตัดสินใจ เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลาและนโยบายของแต่ละโครงการ
เปรียบเทียบ คอนโด Low Rise กับ High Rise ก่อนตัดสินใจ
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ควรเปรียบเทียบปัจจัยสำคัญทีละด้าน เพราะคอนโดแต่ละแบบให้ประสบการณ์การอยู่อาศัยไม่เหมือนกัน การดูเป็นข้อ ๆ จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าแบบไหนเข้ากับชีวิตของคุณมากกว่า
- ด้านความสูงอาคาร: Low Rise มักให้ความรู้สึกไม่อึดอัด และเดินทางภายในอาคารได้ง่าย ส่วน High Rise ให้มุมมองจากชั้นสูงกว่า และมีโอกาสได้วิวเปิดโล่งมากกว่า
- ด้านจำนวนห้องพัก: Low Rise มักมีจำนวนห้องน้อยกว่า จึงมีโอกาสเจอความหนาแน่นน้อยกว่า ขณะที่ High Rise มักมีจำนวนห้องมากกว่า จึงควรดูจำนวนลิฟต์และจำนวนห้องต่อชั้นประกอบด้วย
- ด้านความเป็นส่วนตัว: Low Rise เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศสงบ ส่วน High Rise เหมาะกับคนที่รับได้กับการมีเพื่อนบ้านจำนวนมากขึ้น เพื่อแลกกับทำเลและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบกว่า
- ด้านทำเล: High Rise มักพบในย่านเมืองหรือใกล้ระบบขนส่งหลักมากกว่า ส่วน Low Rise อาจพบในซอยพักอาศัยหรือทำเลที่ให้ความสงบมากกว่า
- ด้านพื้นที่ส่วนกลาง: High Rise มักมีพื้นที่ส่วนกลางหลากหลายกว่า แต่ควรดูด้วยว่ามีผู้ใช้งานหนาแน่นแค่ไหน ส่วน Low Rise อาจมีพื้นที่ส่วนกลางน้อยกว่า แต่บางโครงการก็ใช้งานได้สบายกว่าเพราะมีจำนวนผู้พักอาศัยไม่มาก
- ด้านการใช้ชีวิตจริง: คนที่เน้นความสงบอาจชอบอาคารไม่สูง ส่วนคนที่ต้องเดินทางเข้าเมืองทุกวันอาจให้ความสำคัญกับทำเลและการเชื่อมต่อมากกว่า
เช็คลิสต์เลือก คอนโด Low Rise กับ High Rise ให้เหมาะกับชีวิตประจำวัน
ก่อนตัดสินใจ ควรถามตัวเองจากการใช้ชีวิตจริง ไม่ใช่ดูเฉพาะภาพโครงการหรือคำโฆษณา เพราะคอนโดที่ดูดีอาจไม่เหมาะกับกิจวัตรประจำวันของทุกคน การเช็คจากพฤติกรรมของตัวเองจะช่วยให้เลือกได้แม่นยำขึ้น
- คุณเดินทางด้วยอะไรเป็นหลัก: ถ้าใช้รถไฟฟ้าทุกวัน ควรให้ความสำคัญกับระยะทางจากสถานีเป็นพิเศษ แต่ถ้าใช้รถส่วนตัว ควรดูทางเข้าออกโครงการ สภาพถนน และที่จอดรถให้ละเอียด
- คุณอยู่ห้องบ่อยแค่ไหน: ถ้าทำงานจากบ้านหรือใช้เวลาในห้องนาน ควรดูเรื่องเสียงรบกวน แสงแดด ทิศห้อง และความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อความสบายในการอยู่อาศัยจริง
- คุณรับความหนาแน่นได้แค่ไหน: ถ้าไม่ชอบรอลิฟต์นาน หรือไม่ชอบใช้พื้นที่ร่วมกับคนจำนวนมาก ควรดูจำนวนห้องต่อชั้น จำนวนลิฟต์ และช่วงเวลาที่ผู้พักอาศัยใช้งานมากเป็นพิเศษ
- คุณใช้พื้นที่ส่วนกลางจริงหรือไม่: ถ้าไม่ได้ใช้สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย หรือพื้นที่ทำงานร่วมกันบ่อย การเลือกโครงการที่มีพื้นที่ส่วนกลางพอดีกับการใช้งานจริง อาจคุ้มกว่าการจ่ายค่าส่วนกลางสูงเพื่อสิ่งที่ไม่ค่อยได้ใช้
- คุณวางแผนอยู่นานแค่ไหน: ถ้าตั้งใจอยู่ระยะยาว ควรให้ความสำคัญกับบรรยากาศรอบโครงการ การเดินทางในชีวิตจริง และคุณภาพการดูแลอาคาร มากกว่าความสวยงามในช่วงแรก
อยู่เองกับปล่อยเช่า ควรมองต่างกันอย่างไร
การซื้อคอนโดเพื่ออยู่อาศัยเองกับการซื้อเพื่อปล่อยเช่าอาจใช้เกณฑ์ตัดสินใจไม่เหมือนกัน เพราะเป้าหมายการใช้งานต่างกันตั้งแต่แรก คนที่ซื้ออยู่เองควรมองเรื่องความสบายในชีวิตประจำวัน ส่วนคนที่ซื้อเพื่อปล่อยเช่าควรมองเรื่องความต้องการของผู้เช่าและค่าใช้จ่ายระยะยาวประกอบกัน
กรณีซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง
- ควรให้ความสำคัญกับความสบายในชีวิตประจำวัน เช่น เสียงรบกวน ความร้อน การเดินทาง และความรู้สึกเมื่อเข้าไปอยู่จริง
- ควรเลือกห้องที่เข้ากับนิสัยการอยู่อาศัยของตัวเอง เช่น ชอบความเงียบ ชอบวิวสูง ต้องการแสงธรรมชาติ หรืออยากได้พื้นที่ส่วนกลางที่ใช้งานได้จริง
- ควรดูสภาพแวดล้อมรอบโครงการในหลายช่วงเวลา ทั้งช่วงเช้า ช่วงเย็น และวันหยุด เพื่อให้เห็นบรรยากาศจริงก่อนตัดสินใจ
กรณีซื้อเพื่อปล่อยเช่า
- ควรดูความต้องการของกลุ่มผู้เช่าในทำเลนั้น เช่น คนทำงาน นักศึกษา หรือชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางสะดวก
ถ้ากำลังมองคอนโดเพื่อปล่อยเช่าในทำเลใกล้สถานศึกษา บทความ คอนโดใกล้มหาวิทยาลัยน่าลงทุนไหม จะช่วยให้เช็คเรื่องผู้เช่า ค่าเช่า คู่แข่ง และความคุ้มค่าระยะยาวได้ละเอียดขึ้น
- ควรพิจารณาความสะดวกของทำเล ขนาดห้อง เฟอร์นิเจอร์ และความง่ายในการดูแลรักษา เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อความน่าสนใจของห้องในระยะยาว
- ควรคำนวณค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ เช่น ค่าส่วนกลาง ค่าซ่อมบำรุง ภาระผ่อน และช่วงเวลาที่อาจไม่มีผู้เช่า โดยควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนตัดสินใจลงทุน
หากเป็นการซื้อขายห้องชุดมือสอง ควรตรวจสอบเอกสารกรรมสิทธิ์และหนังสือรับรองการปลอดหนี้กับข้อมูลจาก กรมที่ดิน ก่อนทำธุรกรรมจริง
จุดที่ควรไปดูหน้างานก่อนตัดสินใจ
การอ่านข้อมูลออนไลน์ช่วยให้คัดกรองโครงการได้ดีขึ้น แต่การไปดูสถานที่จริงยังจำเป็นมาก เพราะบางเรื่องจะเห็นชัดก็ต่อเมื่อได้ไปสัมผัสหน้างานด้วยตัวเอง ทั้งเรื่องเสียง บรรยากาศ แสงแดด การเดินทาง และความรู้สึกโดยรวมของโครงการ
- ทางเข้าออกโครงการ: ดูว่ารถติดมากไหม ถนนแคบหรือไม่ และมีจุดกลับรถหรือทางลัดที่ใช้งานได้จริงหรือเปล่า
- บรรยากาศรอบอาคาร: สังเกตเสียงจากถนน ร้านค้า โรงเรียน สถานบันเทิง หรืออาคารข้างเคียงที่อาจรบกวนการพักผ่อน
- พื้นที่จอดรถ: เช็คจำนวนที่จอด เงื่อนไขการจอด และความสะดวกในการเข้าออก โดยเฉพาะถ้าคุณใช้รถส่วนตัวทุกวัน
- ลิฟต์และทางเดิน: สังเกตความกว้าง ความสะอาด กลิ่นอับ แสงสว่าง และความรู้สึกปลอดภัยของพื้นที่ส่วนกลาง
- ทิศทางแดดและลม: ดูว่าห้องร้อนมากไหมในช่วงบ่าย มีลมผ่านหรือไม่ และต้องเปิดแอร์นานแค่ไหนจึงจะอยู่สบาย
- การดูแลอาคาร: สังเกตความเรียบร้อยของโถงทางเข้า สวน ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ และพื้นที่ส่วนกลาง เพราะสิ่งเหล่านี้สะท้อนคุณภาพการบริหารโครงการได้พอสมควร
สรุป
คอนโด Low Rise และคอนโด High Rise ต่างมีจุดเด่นคนละแบบ Low Rise เหมาะกับคนที่ชอบความสงบและความเป็นส่วนตัว ส่วน High Rise เหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวกในการเดินทาง วิวจากชั้นสูง และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบกว่า
สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกให้เหมาะกับการใช้ชีวิตจริงของตัวเอง เพราะคอนโดที่เหมาะที่สุดอาจไม่ใช่โครงการที่ใหญ่ที่สุด สูงที่สุด หรือมีพื้นที่ส่วนกลางมากที่สุด แต่เป็นที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของคุณได้ดีที่สุด





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น