คอนโดชั้นสูงกับชั้นล่าง เป็นเรื่องที่หลายคนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะแต่ละชั้นมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ทั้งเรื่องทัศนียภาพ ความร้อน เสียงรบกวน ความสะดวกในการเข้าออก และโอกาสในการขายต่อ บทความนี้จะช่วยให้คุณมองเห็นความแตกต่างได้ชัดขึ้น และเลือกห้องที่เหมาะกับการอยู่อาศัยจริงได้มากขึ้น
คอนโดชั้นสูงกับชั้นล่าง ต่างกันอย่างไร
การอยู่ในคอนโดมิเนียมแต่ละชั้นให้ความรู้สึกและความสะดวกในการใช้ชีวิตต่างกันพอสมควร ชั้นสูงมักได้มุมมองที่โล่ง ลมถ่ายเทดี และมีเสียงรบกวนน้อยกว่า ส่วนชั้นล่างมักเข้าออกได้สะดวก อยู่ใกล้พื้นที่ส่วนกลาง และมักมีราคาย่อมเยากว่า การเลือกจึงไม่ควรมองเพียงว่าชั้นไหนดูน่าสนใจกว่า แต่ควรพิจารณาด้วยว่าชั้นนั้นเหมาะกับการใช้ชีวิตของเราหรือไม่
ถ้าคุณกำลังมองหาคอนโดเพื่ออยู่เองและอยากเช็คให้รอบด้านมากขึ้น ลองอ่านต่อในบทความ ซื้อคอนโดอยู่เองต้องดูอะไรบ้าง ก่อนตัดสินใจ จะช่วยให้เห็นภาพเรื่องทำเล ห้อง และค่าใช้จ่ายชัดขึ้น
จุดเด่นของคอนโดชั้นสูง
- มองเห็นทัศนียภาพได้กว้างกว่า และมักมีอาคารบดบังน้อยกว่า
- ลมถ่ายเทได้ดี ทำให้บรรยากาศภายในห้องโปร่งสบายมากขึ้น
- โดยทั่วไปมักได้ยินเสียงจากถนนหรือพื้นที่ส่วนกลางน้อยกว่า
- ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวมากกว่าห้องที่อยู่ในชั้นล่าง
จุดเด่นของคอนโดชั้นล่าง
- เข้าออกอาคารได้สะดวก โดยเฉพาะในวันที่ต้องรีบหรือมีของต้องขนย้าย
- อยู่ใกล้ส่วนกลาง เช่น โถงรับรอง ที่จอดรถ หรือทางเข้าออกอาคาร
- ราคามักอยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าห้องในชั้นสูง
- เหมาะกับผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือคนที่ไม่ต้องการพึ่งลิฟต์มากเกินไป
คอนโดชั้นสูงกับชั้นล่าง แบบไหนอยู่สบายกว่า
ความสบายไม่ได้ขึ้นอยู่กับเลขชั้นเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนด้วย บางคนชอบความเงียบและมุมมองที่โล่ง ขณะที่บางคนให้ความสำคัญกับความสะดวกในการขึ้นลงมากกว่า ดังนั้นคำตอบจึงต่างกันไปตามลักษณะการอยู่อาศัยจริง
คนที่เหมาะกับคอนโดชั้นสูง
- ชอบมุมมองของเมือง มุมมองที่โล่ง หรือบรรยากาศที่โปร่งสบาย
- ต้องการความเงียบและความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
- ไม่กังวลกับการใช้ลิฟต์เป็นประจำ
คนที่เหมาะกับคอนโดชั้นล่าง
- ต้องการความสะดวกในการเข้าออกในชีวิตประจำวัน
- มีผู้สูงอายุหรือเด็กอยู่ด้วย จึงต้องการลดการพึ่งลิฟต์
- ไม่ชอบความสูง หรือรู้สึกไม่สบายใจกับการอยู่ในชั้นที่สูงมาก
ปัจจัยสำคัญที่ต้องเช็คก่อนตัดสินใจ
นอกจากเรื่องชั้นแล้ว ยังมีรายละเอียดอื่นที่ควรพิจารณาควบคู่กัน เพราะบางครั้งสิ่งที่ทำให้ห้องอยู่สบายหรืออยู่ยาก ไม่ได้เกิดจากเลขชั้นเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับทิศแดด ตำแหน่งห้อง และสภาพแวดล้อมโดยรอบของอาคารด้วย
ทิศแดดและความร้อน
บางห้องบนชั้นสูงอาจรับแดดมาก โดยเฉพาะห้องที่หันทิศตะวันตก จึงร้อนในช่วงบ่ายได้ง่าย ส่วนห้องชั้นล่างในบางโครงการอาจมีอาคารหรือต้นไม้ช่วยบังแดด ทำให้ความร้อนลดลงได้บ้าง ดังนั้นก่อนเลือกห้อง ควรพิจารณาทิศแดดจริงควบคู่กับระดับชั้นเสมอ
ถ้ากังวลว่าห้องจะร้อนช่วงบ่ายหรือรับแดดแรงเกินไป ลองอ่านต่อในบทความ เช็คทิศบ้านและแดดบ่าย ยังสำคัญแค่ไหนก่อนซื้อบ้านในไทย เพื่อใช้เป็นแนวคิดเวลาเทียบทิศห้องจริง
เสียงรบกวน
ห้องชั้นล่างอาจได้รับเสียงจากถนน ลานจอดรถ หรือพื้นที่ส่วนกลางมากกว่า ส่วนห้องชั้นสูงมักเงียบกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเงียบในทุกกรณี เพราะหากอยู่ใกล้ห้องเครื่อง ลิฟต์ หรือจุดที่มีคนเดินผ่านบ่อย ก็อาจมีเสียงรบกวนได้เช่นกัน
การใช้งานลิฟต์
ห้องชั้นสูงต้องใช้ลิฟต์เป็นหลัก ในช่วงเวลาเร่งด่วนอาจต้องรอนานกว่าปกติ จึงควรดูจำนวนลิฟต์เทียบกับจำนวนห้องพักในโครงการด้วย หากอาคารมีผู้อยู่อาศัยจำนวนมาก แต่มีลิฟต์ค่อนข้างน้อย การใช้งานจริงอาจไม่สะดวกอย่างที่คิด
คอนโดชั้นสูงกับชั้นล่าง แบบไหนขายต่อได้ง่ายกว่า
โดยทั่วไป ห้องชั้นกลางถึงชั้นสูงมักเป็นตำแหน่งที่คนสนใจมากกว่า จึงมีโอกาสขายต่อได้ง่ายกว่าในภาพรวม อย่างไรก็ดี การขายต่อไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับชั้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องพิจารณาทำเล ผังห้อง ทิศห้อง ราคา และการดูแลโครงการร่วมกันด้วย
ถ้าต้องการตรวจสอบข้อมูลโครงการและข้อมูลอาคารชุดก่อนตัดสินใจเพิ่มเติม สามารถดูได้จากหน้า ค้นหาข้อมูลจัดสรรที่ดินและอาคารชุด ของกรมที่ดิน
ทำไมชั้นสูงถึงขายต่อได้ง่าย
- ผู้ซื้อจำนวนมากมักมองว่าห้องชั้นสูงน่าอยู่กว่า เพราะได้ทัศนียภาพและบรรยากาศที่ดีกว่า
- ห้องที่อยู่สูงมักให้ความรู้สึกเงียบและเป็นส่วนตัว จึงตรงกับความต้องการของผู้ซื้อหลายกลุ่ม
- หากอยู่ในโครงการที่ทำเลดี ห้องชั้นสูงมักเป็นตัวเลือกที่มีผู้สอบถามอยู่เสมอ
ชั้นล่างขายต่อได้ไหม
ห้องชั้นล่างก็ขายต่อได้เช่นกัน หากมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ผู้ซื้อ เช่น เดินเข้าออกสะดวก ใกล้สวน ใกล้ส่วนกลาง หรือมีราคาไม่สูงเกินไป บางคนอาจตั้งใจมองหาห้องลักษณะนี้อยู่แล้ว โดยเฉพาะคนที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกในการใช้งานมากกว่าการมองทัศนียภาพ
จุดที่ควรเช็คจากห้องจริงก่อนตัดสินใจ
การเลือกชั้นคอนโดไม่ควรอาศัยข้อมูลจากโฆษณาหรือดูจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรเข้าไปดูห้องจริงและสภาพแวดล้อมจริงด้วย เพื่อให้เห็นข้อดีข้อเสียที่มีผลต่อการอยู่อาศัยในระยะยาวได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ถ้าอยากได้ลำดับการเดินดูทรัพย์จริงแบบเช็คทีละจุด ลองอ่านบทความ ดูบ้านครั้งแรกต้องเช็คอะไรบ้าง ไม่ให้พลาดจุดสำคัญ ควบคู่กัน จะช่วยให้ตรวจจุดสำคัญได้ครบขึ้น
เช็คช่วงเวลาเข้าออกของอาคาร
- ลองเข้าไปดูโครงการทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น เพื่อดูว่าผู้พักอาศัยใช้ลิฟต์หนาแน่นเพียงใด
- สังเกตว่าในช่วงเวลาเร่งด่วนต้องรอลิฟต์นานหรือไม่
- ดูระยะทางจากลิฟต์ไปถึงห้อง เพราะบางห้องแม้อยู่ในชั้นที่หลายคนนิยม แต่ทางเดินอาจไกลเกินไป
- พิจารณาว่าบริเวณหน้าห้องหรือโถงลิฟต์มีคนเดินผ่านบ่อยหรือไม่ เพราะมีผลต่อความเป็นส่วนตัว
เช็คสภาพแวดล้อมรอบห้อง
- ดูว่าห้องอยู่ใกล้ห้องขยะ ห้องเก็บของ ห้องแม่บ้าน หรือห้องเครื่องหรือไม่
- สังเกตว่าห้องอยู่ใกล้บันไดหนีไฟมากเกินไปหรือไม่ เพราะอาจมีเสียงเปิดปิดประตูอยู่บ่อยครั้ง
- พิจารณาว่าระเบียงหรือหน้าต่างหันไปทางถนน ลานจอดรถ หรือพื้นที่ส่วนกลางหรือไม่
- ดูระยะห่างจากอาคารข้างเคียง เพราะมีผลต่อแสง ลม และความเป็นส่วนตัว
เช็คเรื่องแสงแดดและอุณหภูมิจริง
- ลองเข้าห้องในช่วงบ่าย โดยเฉพาะถ้าห้องหันทิศตะวันตก เพื่อดูว่าร้อนมากเพียงใด
- สังเกตว่าห้องบนชั้นสูงสะสมความร้อนได้เร็วหรือไม่
- สำหรับห้องชั้นล่าง ควรดูว่ามีอาคารหรือต้นไม้ช่วยบังแดดหรือไม่
- พิจารณาว่าลมเข้าได้ดีหรือไม่ โดยดูทั้งทิศลมและสภาพแวดล้อมรอบโครงการควบคู่กัน
อีกวิธีที่ช่วยให้เห็นข้อแตกต่างของห้องได้ชัดขึ้นคือเข้าไปดูในช่วงอากาศร้อนจัด ซึ่งอธิบายไว้ในบทความ ดูบ้านตอนกลางวันร้อนจัด ช่วยให้เห็นปัญหาอะไรบ้าง
ใครเหมาะกับชั้นแบบไหนมากกว่ากัน
แม้แต่ละโครงการจะมีรายละเอียดต่างกัน แต่หากลองแยกตามรูปแบบการใช้งาน ก็จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และลดโอกาสเลือกห้องที่ไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตจริง
คนที่ซื้ออยู่เองระยะยาว
- หากชอบความเงียบ มุมมองที่โล่ง และบรรยากาศที่โปร่งสบาย ห้องชั้นสูงมักตอบโจทย์มากกว่า
- หากต้องขึ้นลงบ่อย ออกไปทำงานแต่เช้า กลับดึก หรือขนของเป็นประจำ ห้องชั้นล่างหรือชั้นกลางอาจใช้งานสะดวกกว่า
- หากมีผู้สูงอายุอยู่ด้วย การเลือกชั้นที่ไม่สูงมากอาจช่วยให้ใช้ชีวิตประจำวันสะดวกขึ้น
- หากไม่ชอบรอลิฟต์ หรือรู้สึกไม่สบายใจกับอาคารที่สูงมาก การเลือกห้องชั้นล่างอาจช่วยลดความกังวลได้
คนที่ซื้อไว้ปล่อยเช่า
- ผู้เช่าหลายกลุ่มมักชอบห้องชั้นกลางถึงชั้นสูง เพราะรู้สึกว่าได้มุมมองและบรรยากาศที่ดีกว่า
- แต่หากโครงการอยู่ในทำเลที่เน้นความสะดวก ห้องที่อยู่ไม่สูงมากก็ยังมีคนสนใจได้
- ห้องที่ปล่อยเช่าได้ง่ายไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับชั้นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูผังห้อง ทิศห้อง และสภาพโครงการร่วมกันด้วย
- หากจะซื้อเพื่อปล่อยเช่า ควรพิจารณาด้วยว่ากลุ่มผู้เช่าหลักของทำเลนั้นให้ความสำคัญกับความสะดวกหรือความเป็นส่วนตัวมากกว่ากัน
คนที่มองเรื่องขายต่อในอนาคต
- ห้องที่ตลาดนิยมมักอยู่ในชั้นกลางถึงชั้นสูง เพราะผู้ซื้อส่วนใหญ่มองว่าอยู่สบายและน่าอยู่กว่า
- อย่างไรก็ตาม ห้องชั้นล่างที่มีจุดเด่นเฉพาะ เช่น เดินสะดวก ใกล้สวน หรือราคาไม่สูงเกินไป ก็ยังขายได้ดี
- หากคิดเรื่องขายต่อ ควรดูทั้งเลขชั้นและตำแหน่งห้อง ไม่ใช่ดูเพียงความสูงของห้องอย่างเดียว
- ห้องที่ขายต่อได้ง่ายมักมีข้อดีหลายด้านประกอบกัน เช่น ทำเลดี ผังห้องดี สภาพห้องดี และโครงการได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
คอนโดชั้นสูงกับชั้นล่าง ควรเช็คอะไรก่อนตัดสินใจ
ก่อนจองหรือก่อนโอน ลองใช้รายการพิจารณาสั้น ๆ นี้ช่วยทบทวนอีกครั้ง เพื่อให้ตัดสินใจได้รอบคอบและตรงกับการใช้งานจริงมากที่สุด
ก่อนเชื่อรายละเอียดจากโฆษณาหรือข้อมูลที่โครงการแจ้งทั้งหมด ลองดูคำแนะนำในหน้า คำถามที่ถามบ่อย ของ สคบ. ซึ่งมีประเด็นให้เช็คทั้งภาระผูกพันของที่ดิน ทรัพย์ส่วนกลาง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
- พิจารณาว่าตัวเองให้ความสำคัญกับมุมมอง ความเงียบ หรือความสะดวกมากกว่ากัน
- พิจารณาการใช้งานลิฟต์ของโครงการในช่วงเวลาจริง ไม่ใช่ดูเพียงข้อมูลจากเอกสารขาย
- พิจารณาทิศแดดและอุณหภูมิของห้องในช่วงเวลาที่ร้อนที่สุด
- พิจารณาว่ารอบห้องมีความเสี่ยงเรื่องเสียง กลิ่น หรือความพลุกพล่านหรือไม่
- พิจารณาว่าชั้นที่เลือกเหมาะกับคนที่จะอยู่จริงในห้องหรือไม่
- พิจารณาว่าหากต้องขายต่อในอนาคต ห้องตำแหน่งนี้จะตรงกับความต้องการของผู้ซื้อกลุ่มใด
- พิจารณาภาพรวมของโครงการ เช่น การดูแลอาคาร ค่าส่วนกลาง และสภาพแวดล้อมโดยรวมควบคู่กันไปด้วย
สรุปเลือกชั้นไหนดี
ไม่มีคำตอบตายตัวว่าชั้นไหนดีกว่ากัน เพราะแต่ละคนให้ความสำคัญไม่เหมือนกัน หากเน้นทัศนียภาพและความเงียบ ห้องชั้นสูงมักตอบโจทย์กว่า แต่หากเน้นความสะดวกในการเข้าออกและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ห้องชั้นล่างก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรเข้าไปดูห้องและสภาพแวดล้อมจริงในหลายช่วงเวลา เพื่อให้เห็นข้อดีข้อเสียได้ชัดขึ้น และควรตรวจสอบข้อมูลของโครงการให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น