บ้านมือสองเพิ่งทาสีใหม่ ไม่ได้หมายความว่าบ้านมีปัญหาเสมอไป แต่ก็ไม่ควรตัดสินจากความสวยงามของผนังเพียงอย่างเดียว ก่อนซื้อควรสังเกตว่ามีการทาสีใหม่ทั้งหลังหรือเฉพาะบางจุด ผนังมีคราบชื้น สีพอง สีลอก หรือรอยแตกร้าวที่ยังมองเห็นอยู่หรือไม่ รวมถึงตรวจดูฝ้าเพดาน วงกบ และพื้นบริเวณใกล้เคียงด้วย
นอกจากนี้ ควรสอบถามเจ้าของบ้านว่าก่อนทาสีได้ซ่อมแซมส่วนใดไปบ้าง เพราะบ้านบางหลังอาจทาสีใหม่เพื่อปรับสภาพให้เรียบร้อยก่อนขาย ส่วนบางหลังอาจมีการซ่อมผนังบางจุดแล้วทาสีใหม่ หากพบร่องรอยผิดปกติหลายอย่างในบริเวณเดียวกัน ควรตรวจหาสาเหตุให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจวางมัดจำ
บ้านมือสองเพิ่งทาสีใหม่ ต้องกังวลไหม
การทาสีใหม่ก่อนขายเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป เจ้าของบ้านอาจต้องการเปลี่ยนสีให้บ้านดูสบายตา ปรับสภาพผนังให้สะอาดเรียบร้อย หรือซ่อมแซมพื้นผิวที่เสื่อมสภาพจากการใช้งานมาหลายปี
บ้านบางหลังอาจทาสีใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบร้อยขึ้น ส่วนบางหลังอาจทาสีเฉพาะผนังที่เคยซ่อมแซม หรือบริเวณที่สีเดิมเริ่มซีดจางและหลุดล่อน
ดังนั้น เมื่อเห็นบ้านที่เพิ่งทาสีใหม่ ไม่ควรรีบสรุปว่าบ้านมีความเสียหายหรือเจ้าของกำลังปิดบังปัญหา แต่ควรสอบถามให้ชัดเจนว่า “ก่อนทาสีบริเวณนี้ เคยมีการซ่อมแซมอะไรหรือไม่”
ผู้ซื้อควรพิจารณา 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่
- บริเวณที่ทาสี: ทาสีใหม่ทั้งหลังหรือเฉพาะบางจุด
- สภาพผนังและพื้นที่ใกล้เคียง: มีคราบชื้น สีพอง สีลอก หรือร่องรอยผิดปกติหรือไม่
- ประวัติการซ่อมแซม: เคยซ่อมส่วนใดบ้าง และหลังซ่อมแล้วปัญหาเดิมกลับมาเกิดขึ้นอีกหรือไม่
การพิจารณาทั้งสามเรื่องร่วมกันจะช่วยให้ผู้ซื้อรู้ว่าควรตรวจจุดใดเพิ่มเติม และมีเรื่องใดที่ต้องสอบถามเจ้าของบ้าน โดยไม่ต้องคาดเดาจากความใหม่ของสีเพียงอย่างเดียว
เริ่มจากแยกก่อนว่าทาใหม่ทั้งหลังหรือทาเฉพาะจุด
ก่อนตรวจผนังอย่างละเอียด ควรเดินดูสภาพบ้านโดยรวม แล้วเปรียบเทียบสีและพื้นผิวของผนังแต่ละห้อง รวมถึงบริเวณที่อยู่ติดกัน วิธีนี้จะช่วยให้สังเกตได้ง่ายขึ้นว่ามีจุดใดแตกต่างจากส่วนอื่นอย่างชัดเจน
ถ้าทาสีใหม่ทั้งหลัง ควรดูอะไร
หากผนังเกือบทุกห้องมีสีและสภาพใกล้เคียงกัน อาจเป็นเพราะเจ้าของต้องการปรับสภาพบ้านให้ดูเรียบร้อยก่อนขาย
อย่างไรก็ตาม ยังมีบางจุดที่ควรตรวจเพิ่มเติม เช่น
- ผนังแต่ละด้านมีพื้นผิวเรียบสม่ำเสมอหรือไม่
- บริเวณเหนือหน้าต่างหรือใกล้ฝ้าเพดานมีคราบผิดปกติหรือเปล่า
- ผนังช่วงล่างบางจุดมีสีหรือพื้นผิวต่างจากบริเวณอื่นหรือไม่
- มีรอยโป๊วหรือรอยซ่อมเดิมที่ยังมองเห็นผ่านสีใหม่หรือเปล่า
แม้จะทาสีใหม่พร้อมกันทั้งหลัง แต่ผนังบางจุดอาจเคยผ่านการซ่อมแซมมาก่อน จึงควรตรวจดูแต่ละบริเวณให้ละเอียด ไม่ใช่พิจารณาเพียงว่าสีโดยรวมดูสวยงามหรือไม่
ถ้าทาสีใหม่เฉพาะผนังหรือบางมุม ควรสังเกตอะไร
หากผนังด้านหนึ่งดูใหม่กว่าส่วนอื่น หรือมีการทาสีใหม่เฉพาะบางบริเวณ ควรสังเกตว่าสีและพื้นผิวแตกต่างกันอย่างไร รวมถึงดูว่ามีร่องรอยผิดปกติอยู่ใกล้เคียงหรือไม่
ตัวอย่างเช่น ผนังส่วนใหญ่เป็นสีด้าน แต่มีบางจุดที่ดูเงากว่า หรือผนังช่วงล่างมีสีต่างจากด้านบน ความแตกต่างเหล่านี้อาจเกิดจากการทาสีคนละครั้ง การใช้สีคนละชนิด หรือการซ่อมผนังบางส่วนมาก่อน
อย่างไรก็ตาม สีที่แตกต่างกันไม่ได้หมายความว่าบ้านมีปัญหาเสมอไป
หากพบจุดที่สงสัย ควรถ่ายรูปเก็บไว้ แล้วสอบถามเจ้าของว่าเหตุใดจึงทาสีเฉพาะบริเวณนั้น และก่อนทาสีเคยมีการซ่อมแซมอะไรหรือไม่
อย่าดูแค่สีสวย ให้เทียบพื้นผิวกับบริเวณรอบข้าง
เมื่อพบผนังที่เพิ่งทาสีใหม่ ควรตรวจดูว่าพื้นผิวบริเวณนั้นเรียบเสมอกับผนังส่วนอื่นหรือไม่ มีรอยนูน รอยยุบ รอยโป๊ว หรือคราบที่แตกต่างจากบริเวณข้างเคียงหรือเปล่า
ลองเปลี่ยนมุมไปมองผนังจากด้านข้าง โดยเลือกบริเวณที่มีแสงส่องถึง เพราะแสงที่ตกกระทบผนังในมุมเฉียงอาจช่วยให้เห็นรอยนูนหรือพื้นผิวที่ไม่เรียบได้ชัดเจนกว่าการมองตรง ๆ
สิ่งที่ควรสังเกต ได้แก่
- รอยนูนหรือรอยยุบ: ผนังบางจุดไม่เรียบเสมอกับบริเวณข้างเคียง
- รอยโป๊ว: ยังมองเห็นร่องรอยจากการอุดหรือปรับผิวผนังให้เรียบ
- สีพองหรือสีลอก: สีบางส่วนพองตัวหรือหลุดล่อนออกจากผนัง
- คราบด่าง: ผนังบางจุดมีรอยด่างหรือมีสีแตกต่างจากบริเวณอื่น
- รอยต่อระหว่างสีใหม่กับสีเดิม: มองเห็นแนวแบ่งระหว่างบริเวณที่ทาสีใหม่กับสีเดิมอย่างชัดเจน
ร่องรอยเหล่านี้อาจเกิดจากการเตรียมพื้นผิวก่อนทาสี วิธีการทาสี สภาพผนังเดิม หรือสาเหตุอื่น ๆ จึงไม่ควรสรุปว่าบ้านมีปัญหาจากลักษณะของสีเพียงอย่างเดียว
หากพบจุดที่ดูผิดปกติ ควรถ่ายรูปและจดตำแหน่งไว้ เพื่อใช้สอบถามเจ้าของบ้านหรือกลับมาตรวจเพิ่มเติมในภายหลัง
บ้านมือสองเพิ่งทาสีใหม่ พบคราบชื้น สีพอง หรือสีลอก ควรเช็คอะไรต่อ
คราบชื้น สีพอง และสีลอกเป็นร่องรอยที่ควรให้ความสนใจ แต่การมองเห็นเพียงครั้งเดียวอาจยังไม่สามารถบอกได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด
ตัวอย่างเช่น สีพองอาจเกิดจากความชื้น สีเก่ายึดเกาะกับผนังได้ไม่ดี หรือการเตรียมพื้นผิวก่อนทาสีที่ไม่เหมาะสม ส่วนสีลอกและคราบด่างก็อาจเกิดจากหลายสาเหตุเช่นกัน
หากพบร่องรอยเหล่านี้ ควรตรวจดูบริเวณใกล้เคียงด้วย เพื่อดูว่ามีความผิดปกติอื่นเกิดขึ้นร่วมกันหรือไม่
ถ้าพบคราบบริเวณผนังด้านบน
ควรตรวจดูฝ้าเพดาน รอยต่อระหว่างฝ้ากับผนัง และบริเวณเหนือคราบ ว่ามีรอยเปลี่ยนสี คราบน้ำ หรือร่องรอยผิดปกติอื่น ๆ หรือไม่
ถ้าพบสีพองหรือคราบบริเวณผนังข้างหน้าต่าง
ควรตรวจดูรอยต่อระหว่างวงกบกับผนัง ขอบหน้าต่าง ผนังใต้หน้าต่าง และพื้นบริเวณใกล้เคียง ว่ามีคราบหรือสีผิดปกติอยู่ในบริเวณเดียวกันหรือเปล่า
ถ้าพบสีลอกหรือคราบบริเวณเชิงผนัง
ควรตรวจดูบัวเชิงผนัง รอยต่อระหว่างผนังกับพื้น และผนังบริเวณข้างเคียง พร้อมสอบถามเจ้าของบ้านว่าเคยซ่อมแซมจุดนั้นมาก่อนหรือไม่
ข้อควรระวัง: การพบคราบชื้นไม่ได้หมายความว่าท่อน้ำแตก และสีพองก็ไม่ได้ยืนยันว่ามีน้ำรั่วเสมอไป หากยังไม่ทราบสาเหตุ ควรตรวจเพิ่มเติมแทนการคาดเดาจากร่องรอยที่มองเห็น
ถ้ายังเห็นรอยแตกร้าวหลังทาสีใหม่ ควรทำอย่างไร
แม้บ้านจะเพิ่งทาสีใหม่ แต่บางบริเวณอาจยังมีรอยแตกร้าวบนผนังให้เห็นได้ หากพบรอยลักษณะนี้ ควรถ่ายรูปเก็บไว้และจดตำแหน่งว่าอยู่ส่วนใดของบ้าน
จากนั้นสอบถามเจ้าของว่าเคยซ่อมรอยดังกล่าวหรือไม่ รอยแตกร้าวนั้นมีอยู่ก่อนทาสีหรือเพิ่งปรากฏภายหลัง และมีข้อมูลเกี่ยวกับการซ่อมครั้งก่อนหรือเปล่า
ไม่ควรตัดสินว่ารอยแตกร้าวมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใดจากการมองผ่านชั้นสีเพียงอย่างเดียว เพราะการประเมินต้องพิจารณาทั้งตำแหน่ง ลักษณะของรอย และสภาพบริเวณใกล้เคียงร่วมกัน
หากยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับรอยแตกร้าวที่พบ ควรศึกษาแนวทางตรวจรอยแตกร้าวในบ้านมือสองก่อนวางมัดจำ หรือให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจเพื่อประเมินสภาพจริง
ฝ้า วงกบ เชิงผนัง และพื้น ช่วยบอกอะไรเพิ่มเติมได้บ้าง
การดูเฉพาะสีบนผนังอาจทำให้มองข้ามร่องรอยผิดปกติในบริเวณใกล้เคียง จึงควรตรวจดูฝ้าเพดาน วงกบ บัวเชิงผนัง และพื้นรอบจุดที่เพิ่งทาสีด้วย
ตัวอย่างเช่น
ผนังข้างหน้าต่างเพิ่งทาสีใหม่
ควรดูวงกบ รอยต่อรอบหน้าต่าง ผนังใต้หน้าต่าง และพื้นด้านล่าง ว่ามีคราบหรือร่องรอยผิดปกติอยู่ใกล้กันหรือไม่
ผนังชั้นบนเพิ่งทาสีใหม่
ควรดูรอยต่อระหว่างผนังกับฝ้าเพดาน รวมถึงผนังอีกด้านหนึ่ง หากสามารถเข้าไปตรวจดูได้
บริเวณเชิงผนังเพิ่งทาสีใหม่
ควรดูบัวเชิงผนัง พื้น และแนวรอยต่อด้านล่าง ว่ามีคราบหรือร่องรอยผิดปกติอยู่ในบริเวณเดียวกันหรือไม่
ตัวอย่างการตรวจผนังใต้หน้าต่างที่เพิ่งทาสี
สมมติว่าคุณกำลังดูบ้านมือสองหลังหนึ่ง แล้วพบว่าผนังใต้หน้าต่างเพิ่งทาสีใหม่เฉพาะบางส่วน ขณะที่ผนังบริเวณอื่นยังเป็นสีเดิม
แทนที่จะรีบสรุปว่าเคยมีน้ำรั่ว ควรตรวจตามลำดับดังนี้
- ดูผิวผนัง: บริเวณที่ทาสีใหม่เรียบเสมอกับผนังส่วนอื่นหรือไม่
- ดูรอบหน้าต่าง: วงกบและรอยต่อมีคราบหรือร่องรอยผิดปกติหรือเปล่า
- ดูพื้นที่ด้านล่าง: พื้นและเชิงผนังใกล้กันมีคราบหรือร่องรอยผิดปกติร่วมด้วยหรือไม่
- สอบถามเจ้าของ: เหตุใดจึงทาสีเฉพาะจุดนี้ และก่อนหน้านั้นเคยซ่อมแซมอะไรหรือเปล่า
- พิจารณาตรวจเพิ่มเติม: หากพบความผิดปกติหลายอย่างร่วมกัน หรือยังไม่ทราบสาเหตุ ควรให้ช่างหรือผู้ตรวจบ้านช่วยตรวจเพิ่มเติมก่อนวางมัดจำ
การตรวจตามลำดับนี้จะช่วยให้เห็นรายละเอียดรอบบริเวณที่ทาสีใหม่ได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น และไม่รีบสรุปสาเหตุจากสีที่มองเห็นเพียงอย่างเดียว
ก่อนซื้อควรถามเจ้าของเรื่องประวัติซ่อมอะไร
นอกจากตรวจดูสภาพผนังด้วยตาแล้ว ควรสอบถามเจ้าของบ้านเกี่ยวกับการทาสีและงานซ่อมที่ผ่านมา เพราะบางเรื่องอาจไม่เหลือร่องรอยให้เห็นหลังจากทาสีเสร็จแล้ว
บ้านทาสีครั้งล่าสุดเมื่อไร
ควรถามว่าทาสีเมื่อใด ทาใหม่ทั้งหลังหรือเฉพาะบางห้อง และทาเพื่อปรับสภาพบ้านก่อนขายหรือเพราะมีการซ่อมแซมบางส่วน
ข้อมูลนี้ช่วยให้ทราบว่าบ้านผ่านการทาสีมานานแค่ไหน แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่างานซ่อมมีคุณภาพหรือปัญหาเดิมได้รับการแก้ไขแล้ว
ก่อนทาสีมีการซ่อมอะไรหรือไม่
คำถามที่ควรถามเจ้าของบ้าน เช่น
- เคยซ่อมผนังบริเวณที่ทาสีใหม่หรือไม่
- เคยมีคราบชื้นหรือน้ำรั่วบริเวณนี้หรือเปล่า
- เคยซ่อมรอยแตกร้าวหรือไม่
- มีการซ่อมฝ้า วงกบ หรือพื้นใกล้เคียงด้วยหรือเปล่า
- มีภาพก่อนซ่อม ใบเสร็จ หรือข้อมูลของช่างที่เคยซ่อมเก็บไว้หรือไม่
หากเจ้าของบ้านมีภาพก่อนซ่อมหรือเอกสารเกี่ยวกับงานซ่อม ควรขอดูเพื่อให้ทราบว่าเคยซ่อมส่วนใดและดำเนินการอะไรไปบ้าง
หลังซ่อมเคยเกิดปัญหาเดิมซ้ำหรือไม่
ควรถามว่าหลังซ่อมเสร็จแล้ว เคยพบปัญหาเดิมอีกหรือไม่ และก่อนซ่อมมีการตรวจหาสาเหตุหรือเปล่า
หากเจ้าของจำรายละเอียดไม่ได้หรือไม่มีเอกสารเก็บไว้ ไม่ควรรีบสรุปว่าเป็นการปิดบังข้อมูล แต่ควรตรวจบริเวณนั้นให้ละเอียดขึ้น เพราะยังมีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะทราบสภาพและประวัติการซ่อมทั้งหมด
บ้านทาสีใหม่ ไม่ได้แปลว่ารีโนเวทระบบอื่นแล้ว
การทาสีอาจทำให้บ้านดูสะอาดและน่าอยู่ขึ้น แต่ต้องแยกให้ออกระหว่างการปรับปรุงผนังกับการซ่อมแซมส่วนอื่นของบ้าน
บ้านที่เพิ่งทาสีใหม่ไม่ได้หมายความว่า
- ระบบไฟฟ้าได้รับการปรับปรุงแล้ว
- ระบบประปาได้รับการเปลี่ยนใหม่แล้ว
- หลังคาได้รับการซ่อมแซมแล้ว
- โครงสร้างผ่านการตรวจสอบแล้ว
- บ้านทุกส่วนอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
หากผู้ขายแจ้งว่าบ้านผ่านการปรับปรุงมาแล้ว ควรถามให้ชัดเจนว่าเป็นเพียงการทาสี หรือมีการซ่อมแซมส่วนอื่นร่วมด้วย
เรื่องนี้แตกต่างจากการเลือกบ้านรีโนเวทกับบ้านพร้อมอยู่ ซึ่งต้องพิจารณาทั้งงานที่ปรับปรุงมาแล้วและสภาพส่วนอื่นของบ้านประกอบกัน
แม้สีผนังจะดูใหม่และเรียบร้อย ผู้ซื้อยังควรตรวจระบบน้ำ ไฟฟ้า หลังคา พื้น ประตู หน้าต่าง และส่วนอื่น ๆ ตามแนวทางดูบ้านมือสองก่อนซื้อ โดยไม่ใช้สภาพผนังเป็นตัวตัดสินว่าบ้านทั้งหลังอยู่ในสภาพดีหรือไม่
เมื่อเลือกบ้านได้แล้ว ควรทำความเข้าใจว่า การตรวจบ้านก่อนโอนต่างจากการดูบ้านก่อนซื้ออย่างไร เพื่อเตรียมตรวจสภาพบ้านและรายการที่ต้องแก้ไขก่อนรับมอบให้ครบถ้วน
หากบ้านเคยถูกปล่อยว่างเป็นเวลานานก่อนทาสีใหม่ ก็ควรตรวจสภาพส่วนต่าง ๆ ที่ไม่ได้ใช้งานมาระยะหนึ่งเพิ่มเติม เพราะเป็นคนละประเด็นกับการตรวจงานสีโดยตรง
เมื่อไรควรให้ช่างหรือผู้ตรวจบ้านช่วยดูเพิ่ม
ไม่จำเป็นต้องเรียกช่างมาตรวจเพียงเพราะบ้านเพิ่งทาสีใหม่ แต่หากพบความผิดปกติหลายอย่างร่วมกัน หรือไม่สามารถทราบสาเหตุจากการตรวจดูทั่วไปได้ ก็ควรพิจารณาให้ช่างหรือผู้ตรวจบ้านช่วยตรวจเพิ่มเติม
ตัวอย่างสถานการณ์ที่ควรตรวจให้ละเอียดขึ้น ได้แก่
- พบสีพองหรือสีลอกหลายตำแหน่ง
- มีคราบน้ำร่วมกับความผิดปกติของฝ้าหรือพื้น
- ยังเห็นรอยแตกร้าวบริเวณที่เคยซ่อมและทาสีใหม่
- ผนัง วงกบ หรือพื้นบริเวณเดียวกันมีร่องรอยผิดปกติหลายจุด
- เจ้าของแจ้งว่าเคยซ่อมแซมครั้งใหญ่ก่อนทาสี
- พบรอยซ่อมหลายแห่ง แต่ไม่ทราบว่าเคยซ่อมอะไรบ้าง
- ไม่แน่ใจว่าปัญหาที่เห็นเกิดจากสีหรือเกี่ยวข้องกับส่วนอื่นของบ้าน
การพบข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้หมายความว่าบ้านมีปัญหารุนแรงแน่นอน แต่ควรพิจารณาว่าจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อให้มีข้อมูลเพียงพอก่อนตัดสินใจ
หากพบว่าต้องซ่อมแซมเพิ่มเติม ควรให้ช่างประเมินงานที่จำเป็นและค่าใช้จ่ายจากสภาพจริง เพราะแม้บ้านจะดูใหม่จากการทาสี แต่ก็อาจมีส่วนอื่นที่ต้องซ่อมแซมเช่นกัน
นอกจากประเมินค่าซ่อมจากสภาพบ้านจริงแล้ว ควรเผื่องบ ค่าใช้จ่ายหลังซื้อบ้าน ไว้ด้วย เพราะอาจมีค่าปรับปรุงหรือค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ ที่ไม่ได้รวมอยู่ในราคาซื้อบ้าน
เช็คลิสต์ บ้านมือสองเพิ่งทาสีใหม่ ก่อนวางมัดจำ
ก่อนตัดสินใจวางมัดจำ ควรตรวจเรื่องสำคัญต่อไปนี้ให้ครบ
- ดูบริเวณที่ทาสี: ทาสีใหม่ทั้งหลังหรือเฉพาะบางจุด
- เปรียบเทียบผิวผนัง: มีรอยนูน รอยโป๊ว หรือพื้นผิวไม่เรียบต่างจากบริเวณข้างเคียงหรือไม่
- สังเกตร่องรอยผิดปกติ: มีสีพอง สีลอก คราบชื้น หรือรอยแตกร้าวที่ยังมองเห็นอยู่หรือเปล่า
- ตรวจพื้นที่ใกล้เคียง: ฝ้า วงกบ บัวเชิงผนัง และพื้นมีร่องรอยผิดปกติร่วมกันหรือไม่
- ถามเรื่องการทาสี: ทาสีเมื่อไร และทาเพื่อปรับสภาพบ้านหรือซ่อมแซมบางจุด
- ถามประวัติซ่อม: เคยซ่อมอะไร และหลังซ่อมมีปัญหาเดิมเกิดขึ้นอีกหรือไม่
- เก็บภาพและข้อมูล: ถ่ายรูปจุดที่สงสัย และขอดูข้อมูลการซ่อมเดิมหากมี
- ตรวจเพิ่มเติมเมื่อจำเป็น: หากยังพบหลายจุดที่ไม่ทราบสาเหตุ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจหาสาเหตุก่อนวางมัดจำ
ควรถ่ายรูปทั้งภาพมุมกว้างของห้องและภาพระยะใกล้ของจุดที่สงสัย พร้อมจดว่าอยู่ห้องไหนและผนังด้านใด เพื่อให้กลับมาเปรียบเทียบหรืออธิบายกับช่างได้ง่ายขึ้น
สรุป บ้านมือสองเพิ่งทาสีใหม่ ควรเช็คอะไรให้ชัดก่อนซื้อ
สีใหม่ไม่ได้เป็นหลักฐานว่าบ้านดีหรือมีปัญหา แต่เป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้ซื้อสอบถามว่า ก่อนทาสีเคยมีการซ่อมแซมอะไรบ้าง
สิ่งที่ควรตรวจคือบริเวณที่ทาสี ความเรียบของผนัง คราบชื้น สีพอง สีลอก รอยแตกร้าว และสภาพของฝ้า วงกบ บัวเชิงผนัง รวมถึงพื้นบริเวณใกล้เคียง พร้อมสอบถามเจ้าของว่าเคยซ่อมส่วนใดและซ่อมเมื่อไร
หากไม่พบร่องรอยผิดปกติอื่น ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเพียงเพราะบ้านเพิ่งทาสีใหม่ แต่ถ้ายังมีหลายจุดที่ไม่ทราบสาเหตุ ควรกลับไปดูบ้านอีกครั้งหรือให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจ ก่อนตัดสินใจวางมัดจำ
การตรวจดูร่องรอยรอบบริเวณที่ทาสี ควบคู่กับการสอบถามประวัติซ่อม จะช่วยให้ประเมินสภาพบ้านได้รอบคอบกว่าการดูเพียงว่าสีผนังใหม่หรือสวยเพียงใด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น