บ้านสวย

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ ขายบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน | HomeForSaleInTH

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน พร้อมสาระก่อนซื้อบ้าน ดูทำเล ค่าใช้จ่าย และเช็คจุดสำคัญก่อนตัดสินใจ

คอนโดมีแผนซ่อมใหญ่ ก่อนซื้อควรเช็คอะไร? ดูมติประชุม เงินกองทุน งบซ่อม และค่าใช้จ่ายพิเศษ

คอนโดมีแผนซ่อมใหญ่ ผู้ซื้อถือแฟ้มเอกสารยืนดูอาคารคอนโด โดยมีเจ้าหน้าที่สวมหมวกนิรภัยชี้ไปที่ตัวอาคาร


     คอนโดมีแผนซ่อมใหญ่ ไม่ได้หมายความว่าผู้ซื้อจะต้องจ่ายเงินเพิ่มทันที แต่หากกำลังสนใจซื้อคอนโดมือสองในอาคารที่เตรียมซ่อมครั้งใหญ่ ควรตรวจสอบให้ชัดว่าแผนซ่อมได้รับอนุมัติแล้วหรือยัง ต้องใช้งบประมาณเท่าไร มีเงินกองทุนเพียงพอหรือไม่ และอาจมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายพิเศษจากเจ้าของร่วมเพิ่มเติมหรือเปล่า เพราะค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจทำให้ต้องเตรียมเงินมากกว่าราคาห้องที่ตกลงซื้อขายกันไว้


     สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่างานซ่อมอยู่ในขั้นตอนไหน ยังเป็นเพียงข้อเสนอที่รอการพิจารณา หรือมีมติอนุมัติแล้ว รวมถึงต้องตรวจสอบด้วยว่ามีการเรียกเก็บเงินจากเจ้าของร่วมแล้วหรือไม่ ผู้ซื้อจึงควรให้ผู้ขายช่วยประสานงานกับนิติบุคคลอาคารชุดเพื่อขอดูเอกสารล่าสุด ก่อนวางมัดจำหรือทำสัญญาซื้อขาย


คอนโดมีแผนซ่อมใหญ่ ต้องเริ่มตรวจจากอะไร

     เมื่อผู้ขายแจ้งว่าอาคารกำลังจะซ่อมครั้งใหญ่ อย่าเพิ่งสรุปว่าคอนโดมีปัญหารุนแรงหรือจะต้องเสียเงินก้อนโต เพราะคำว่า "มีแผนซ่อม" อาจหมายถึงเรื่องที่เพิ่งมีผู้เสนอให้พิจารณา หรืออาจเป็นงานที่ได้รับอนุมัติและกำลังเตรียมลงมือซ่อมแล้วก็ได้


     สิ่งแรกที่ควรตรวจสอบคือแผนซ่อมมีความคืบหน้าไปถึงขั้นไหน โดยสถานะของงานซ่อมอาจแบ่งได้เป็น 5 ลักษณะ ดังนี้

  1. เป็นเพียงแนวคิดหรือข้อเสนอ — มีผู้เสนอให้ซ่อมอาคาร แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะซ่อมส่วนไหนและต้องใช้งบประมาณเท่าไร
  2. อยู่ระหว่างพิจารณา — กำลังสำรวจสภาพอาคาร ประเมินปัญหา หรือเตรียมนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม
  3. มีมติแล้ว — มีการประชุมและลงมติเกี่ยวกับงานซ่อม แต่ต้องอ่านรายละเอียดว่าที่ประชุมอนุมัติเรื่องใดบ้าง
  4. อยู่ระหว่างคัดเลือกผู้รับเหมา — กำลังขอใบเสนอราคา เปรียบเทียบข้อเสนอ หรือเตรียมทำสัญญาจ้าง
  5. เริ่มดำเนินการแล้ว — มีการลงมือซ่อม และอาจเริ่มจ่ายเงินให้ผู้รับเหมาตามความคืบหน้าของงาน


     สถานะเหล่านี้ช่วยให้เห็นความคืบหน้าของงานซ่อม แต่แต่ละโครงการอาจดำเนินการตามลำดับที่แตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบจากเอกสารจริงประกอบด้วย


     สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ การอนุมัติงานซ่อมไม่ได้หมายความว่ามีมติเรียกเก็บเงินเพิ่มจากเจ้าของร่วมแล้วเสมอไป เพราะการอนุมัติให้ซ่อม การกำหนดงบประมาณ และการตัดสินใจว่าจะนำเงินจากไหนมาใช้ อาจเป็นการพิจารณาคนละขั้นตอนกัน


     หากผู้ขายบอกเพียงว่า "นิติบุคคลกำลังจะซ่อมอาคาร" ควรถามต่อว่ามีเอกสารยืนยันหรือไม่ เคยนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมแล้วหรือยัง และมีการอนุมัติเรื่องใดไปแล้วบ้าง


     เมื่อทราบความคืบหน้าของแผนซ่อมแล้ว ผู้ซื้อจะประเมินได้ดีขึ้นว่าต้องตรวจสอบเรื่องใดเพิ่มเติม โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นหลังจากรับโอนห้องชุด


เช็คว่าซ่อมส่วนไหนของอาคาร และกระทบการอยู่อาศัยอย่างไร

     งานซ่อมใหญ่ของคอนโดมีหลายลักษณะ บางงานเป็นการบำรุงรักษาอาคารตามอายุการใช้งาน ขณะที่บางงานเกิดจากปัญหาที่สะสมมานานและจำเป็นต้องแก้ไข


     ตัวอย่างงานซ่อมที่ควรสอบถาม ได้แก่

  • ลิฟต์โดยสาร — จะซ่อม เปลี่ยนอุปกรณ์สำคัญ ปรับปรุงระบบ หรือเปลี่ยนลิฟต์ใหม่ทั้งชุด
  • ดาดฟ้าและระบบกันซึม — เป็นการซ่อมเพื่อป้องกันน้ำรั่ว หรือแก้ไขปัญหาน้ำรั่วที่เกิดขึ้นแล้ว
  • ท่อส่วนกลางและระบบปั๊มน้ำ — มีท่อรั่ว อุปกรณ์เสื่อมสภาพ หรือระบบทำงานผิดปกติจนต้องซ่อมหรือไม่
  • ระบบไฟฟ้าส่วนกลาง — ต้องซ่อมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าส่วนใดของอาคาร
  • ผนังภายนอกอาคาร — เป็นการซ่อมพื้นผิว รอยแตกร้าว หรือปัญหาที่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเพิ่มเติม
  • พื้นที่ส่วนกลาง — จะซ่อมหรือปรับปรุงโถงลิฟต์ ทางเดิน หรือพื้นที่ที่เจ้าของร่วมใช้งานร่วมกันหรือไม่


เจ้าหน้าที่สวมหมวกนิรภัยกำลังนั่งย่อตัวตรวจอุปกรณ์ปั๊มน้ำและท่อโลหะภายในห้องระบบส่วนกลางของคอนโด


     ผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องรู้วิธีซ่อมอย่างละเอียด แต่ควรทราบว่างานซ่อมเกิดจากสาเหตุอะไร ต้องซ่อมบริเวณไหน และระหว่างดำเนินงานจะรบกวนการอยู่อาศัยมากน้อยเพียงใด


งานบำรุงรักษาตามแผน ต่างจากการซ่อมปัญหาเดิมซ้ำ ๆ อย่างไร

     หากอาคารเตรียมเปลี่ยนอุปกรณ์ลิฟต์ที่ใช้งานมานาน อาจเป็นการบำรุงรักษาตามแผน เพื่อให้ลิฟต์ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและลดความเสี่ยงจากอุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพ


     แต่ถ้าผนังหรือดาดฟ้ามีน้ำรั่วบริเวณเดิมหลายครั้ง แม้จะซ่อมไปแล้วก็ยังรั่วอีก ผู้ซื้อควรถามว่านิติบุคคลทราบสาเหตุของปัญหาหรือยัง และงานซ่อมครั้งใหม่จะมีวิธีแก้ไขแตกต่างจากครั้งก่อนอย่างไร


     นอกจากนี้ ควรสอบถามถึงผลกระทบระหว่างดำเนินงานด้วย เช่น

  • ต้องปิดลิฟต์บางตัวชั่วคราวหรือไม่
  • จะมีเสียงดังจากงานซ่อมในช่วงเวลาใด
  • ต้องปิดพื้นที่ส่วนกลางบางส่วนหรือเปล่า
  • จะมีการหยุดจ่ายน้ำหรือไฟฟ้าชั่วคราวหรือไม่
  • คาดว่าจะใช้เวลาซ่อมนานเท่าไร


     แม้โครงการจะมีเงินเพียงพอสำหรับงานซ่อมแล้ว แต่ความไม่สะดวกระหว่างดำเนินงานก็ยังเป็นเรื่องที่ควรพิจารณา โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการย้ายเข้าอยู่ทันทีหลังรับโอนห้อง


คอนโดมีแผนซ่อมใหญ่ ต้องตรวจมติประชุมเรื่องใดบ้าง

     รายงานการประชุมเป็นเอกสารสำคัญที่ช่วยให้ทราบว่าเรื่องใดได้รับอนุมัติแล้ว และเรื่องใดยังอยู่ระหว่างพิจารณา ผู้ซื้อจึงไม่ควรตัดสินใจจากคำบอกเล่าของผู้ขายหรือผู้พักอาศัยเพียงอย่างเดียว


     ควรให้ผู้ขายช่วยประสานงานกับนิติบุคคลเพื่อขอดูเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยตรวจสอบเรื่องต่อไปนี้

  • มีการเสนอเรื่องซ่อมใหญ่เข้าสู่ที่ประชุมเมื่อไร
  • ที่ประชุมมีมติอนุมัติเรื่องใดไปแล้วบ้าง
  • งานซ่อมที่ได้รับอนุมัติครอบคลุมพื้นที่หรือระบบใด
  • มีการอนุมัติงบประมาณแล้วหรือยัง
  • จะนำเงินจากส่วนใดมาใช้จ่าย
  • มีมติเรียกเก็บเงินเพิ่มจากเจ้าของร่วมหรือไม่
  • มีกำหนดเริ่มงานและคาดว่าจะซ่อมเสร็จเมื่อไร


คอนโดมีแผนซ่อมใหญ่ ผู้ซื้อและตัวแทนผู้ดูแลอาคารกำลังเปิดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ โดยมีคนหนึ่งชี้ไปที่เอกสาร


มีมติแล้ว ไม่ได้หมายความว่าอนุมัติทุกเรื่อง

     สมมติว่ารายงานการประชุมระบุว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้สำรวจระบบท่อส่วนกลางและจัดทำแผนซ่อม นั่นยังไม่ได้หมายความว่าที่ประชุมอนุมัติให้ดำเนินงานซ่อมทั้งหมด หรืออนุมัติให้เรียกเก็บเงินเพิ่มจากเจ้าของร่วมแล้ว


     แต่หากที่ประชุมอนุมัติงบประมาณและกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าจะนำเงินจากไหนมาใช้ ผู้ซื้อก็จะมีข้อมูลมากขึ้นสำหรับประเมินค่าใช้จ่ายที่อาจเกี่ยวข้องกับห้องชุด


     ดังนั้น ควรอ่านทั้ง รายละเอียดของมติ วันที่ประชุม และเอกสารประกอบ ไม่ใช่อ่านเพียงชื่อเรื่องที่นำเข้าสู่ที่ประชุม


     ทั้งนี้ งานซ่อมแต่ละประเภทอาจมีขั้นตอนการอนุมัติแตกต่างกันตามกฎหมายและข้อบังคับของอาคารชุด หากไม่แน่ใจว่ามติที่ประชุมมีผลอย่างไร ควรสอบถามนิติบุคคลหรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ


งบซ่อมใหญ่ ต้องแยกงบประมาณที่คาดไว้กับค่าใช้จ่ายจริง

     เมื่อทราบแล้วว่าจะซ่อมอะไร เรื่องต่อมาที่ต้องเช็คคืองบประมาณ เพราะตัวเลขที่ผู้ขายแจ้งอาจยังไม่ใช่ยอดเงินที่โครงการจะต้องจ่ายจริง


     ควรแยกตัวเลขออกเป็น 4 ประเภท


ประเภทงบประมาณ สิ่งที่ควรตรวจสอบ
งบประมาณเบื้องต้น ประเมินจากข้อมูลอะไร และรวมงานส่วนไหนไว้บ้าง
งบที่ได้รับอนุมัติ อนุมัติวงเงินเท่าไร และครอบคลุมงานอะไร
ราคาที่ผู้รับเหมาเสนอ มีใบเสนอราคาแล้วหรือยัง และรวมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
ค่าใช้จ่ายจริง มีการทำสัญญา จ่ายเงิน หรือเปลี่ยนแปลงรายการงานแล้วหรือไม่


     ตัวเลขทั้งสี่ประเภทอาจไม่เท่ากัน เพราะเมื่อสำรวจสภาพอาคารอย่างละเอียดแล้ว อาจพบปัญหาเพิ่มเติมที่ทำให้ต้องปรับรายละเอียดงานหรือเพิ่มงบประมาณ


     ตัวอย่างเช่น เดิมอาคารอาจเตรียมงบไว้สำหรับซ่อมระบบท่อบางส่วน แต่เมื่อช่างเข้าตรวจสอบกลับพบว่ามีท่อบริเวณอื่นเสื่อมสภาพด้วย จึงต้องพิจารณาว่าควรซ่อมเพิ่มเติมหรือไม่


     ผู้ซื้อจึงควรถามให้ชัดว่า ตัวเลขที่ได้รับเป็นเพียงงบประมาณที่คาดว่าจะใช้ หรือเป็นวงเงินที่ได้รับอนุมัติแล้ว


     อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ หากค่าใช้จ่ายจริงสูงกว่างบที่อนุมัติไว้ จะนำเงินส่วนต่างมาจากไหน และต้องมีการประชุมหรือขออนุมัติเพิ่มเติมหรือไม่


     การตรวจสอบเรื่องนี้ช่วยให้เห็นว่างานซ่อมยังมีความเสี่ยงที่จะใช้งบประมาณเพิ่มหรือไม่ โดยไม่ต้องคาดเดาล่วงหน้าว่าผู้ซื้อจะต้องจ่ายเงินเพิ่มเท่าไร


คอนโดมีแผนซ่อมใหญ่ เงินกองทุนเพียงพอสำหรับงานซ่อมหรือไม่

     คอนโดบางแห่งอาจใช้เงินกองทุนหรือเงินสำรองที่มีอยู่กับงานซ่อมใหญ่ได้ แต่ผู้ซื้อไม่ควรดูเพียงยอดเงินรวมแล้วสรุปทันทีว่าเพียงพอหรือไม่


     ก่อนอื่นควรขอให้นิติบุคคลแยกยอดเงินกองทุนออกจากเงินสำรองหรือเงินสะสมประเภทอื่น เพราะเงินแต่ละส่วนอาจมีวัตถุประสงค์และเงื่อนไขการใช้แตกต่างกันตามข้อบังคับและมติที่เกี่ยวข้อง


คอนโดมีแผนซ่อมใหญ่ ผู้ซื้อกำลังเปรียบเทียบเอกสารงบประมาณสองชุดที่มีกราฟและตาราง พร้อมเครื่องคิดเลขบนโต๊ะ


มีเงินอยู่เท่าไร และนำมาใช้ซ่อมได้จริงเท่าไร

     ยอดเงินที่เห็นในรายงานการเงินอาจไม่ใช่เงินทั้งหมดที่สามารถนำมาใช้กับงานซ่อมครั้งใหม่ได้


     เงินบางส่วนอาจจัดสรรไว้สำหรับค่าใช้จ่ายอื่น หรือมีภาระที่ต้องชำระอยู่แล้ว


     จึงควรถามนิติบุคคลว่า มีเงินที่สามารถนำมาใช้กับงานซ่อมครั้งนี้เท่าไร ได้รับอนุมัติให้ใช้แล้วหรือยัง และมีเงื่อนไขอะไรที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมหรือไม่


ซ่อมเสร็จแล้วจะเหลือเงินสำรองเท่าไร

     แม้โครงการจะมีเงินเพียงพอสำหรับงานซ่อมครั้งนี้ แต่ควรดูด้วยว่าหลังจากจ่ายเงินแล้ว จะเหลือเงินไว้สำหรับดูแลอาคารอีกมากน้อยเพียงใด


     หากต้องใช้เงินสำรองไปเป็นจำนวนมาก ควรถามว่ายังมีงานซ่อมอื่นรออยู่หรือไม่ และนิติบุคคลจะเตรียมเงินสำหรับค่าใช้จ่ายในอนาคตอย่างไร


     ตัวอย่างเช่น หากอาคารกำลังเตรียมซ่อมลิฟต์ แต่ยังมีแผนเปลี่ยนท่อส่วนกลางในช่วงถัดไป ผู้ซื้อควรถามว่าโครงการได้เตรียมงบประมาณสำหรับงานทั้งสองส่วนไว้แล้วหรือยัง


มีแผนเรียกเก็บเงินเพิ่มเข้ากองทุนหรือไม่

     หลังจากนำเงินไปใช้กับงานซ่อมใหญ่ นิติบุคคลอาจมีแผนเพิ่มเงินกองทุนหรือเงินสำรองกลับมา โดยอาจนำรายรับที่มีอยู่มาจัดสรร หรือเสนอให้เจ้าของร่วมชำระเงินเพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง


     ควรถามว่าเรื่องนี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอ หรือมีมติและกำหนดวิธีดำเนินการแล้ว


     อย่างไรก็ตาม การมีเงินกองทุนน้อยไม่ได้หมายความว่าโครงการมีปัญหาเสมอไป เพราะต้องพิจารณาขนาดอาคาร ค่าใช้จ่ายที่มีอยู่ งานซ่อมที่วางแผนไว้ และวิธีจัดหาเงินประกอบกัน


     เงินที่อาจเรียกเก็บเพิ่มเติมสำหรับงานซ่อมใหญ่ควรแยกจาก ค่าส่วนกลางคอนโด ที่เจ้าของร่วมต้องชำระเป็นประจำ เพราะค่าใช้จ่ายทั้งสองประเภทอาจมีวัตถุประสงค์และเงื่อนไขการจัดเก็บต่างกัน ผู้ซื้อจึงควรตรวจสอบทั้งสองส่วนก่อนประเมินเงินที่ต้องเตรียมหลังซื้อห้อง


คอนโดมีแผนซ่อมใหญ่ จะมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายพิเศษหรือไม่

     หากเงินที่เตรียมไว้ไม่เพียงพอสำหรับงานซ่อม อาจมีการเสนอให้เจ้าของร่วมจ่ายเงินเพิ่มเติม แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกโครงการจะต้องเรียกเก็บเงินเพิ่มเสมอไป


     บางแห่งอาจใช้เงินกองทุนที่มีอยู่ บางแห่งอาจนำเงินจากหลายส่วนมาใช้ร่วมกัน หรืออาจมีข้อเสนอให้เจ้าของร่วมชำระเงินเพิ่มเติมตามมติและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง


     สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบว่าเรื่องการเรียกเก็บเงินยังอยู่ระหว่างพิจารณา หรือมีมติอนุมัติให้เรียกเก็บแล้วจริง ๆ


แยกค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นออกจากยอดที่เรียกเก็บแล้ว

     ลองพิจารณาสถานการณ์สมมติ 3 แบบต่อไปนี้


     กรณี A — มีแผนซ่อม แต่ยังไม่มีมติเรียกเก็บเงิน


     ควรถามว่านิติบุคคลวางแผนจะนำเงินจากส่วนใดมาใช้ และคาดว่าจะมีการพิจารณาเรื่องค่าใช้จ่ายเมื่อไร


     ในขั้นนี้ยังไม่ควรนำตัวเลขประมาณการมาสรุปว่าเป็นยอดเงินที่เจ้าของห้องต้องจ่ายแน่นอน


     กรณี B — มีมติซ่อมและอนุมัติให้ใช้เงินกองทุน


     ควรตรวจสอบว่าอนุมัติให้ใช้เงินจำนวนเท่าไร หลังซ่อมแล้วจะเหลือเงินสำรองเท่าไร และมีแนวคิดจะเรียกเก็บเงินเพิ่มในภายหลังหรือไม่


     กรณี C — มีมติเรียกเก็บค่าใช้จ่ายพิเศษแล้ว


     ควรตรวจสอบยอดเงินที่เกี่ยวข้องกับห้องชุด วิธีคำนวณตามข้อบังคับหรือมติ วันครบกำหนดชำระ และเจ้าของเดิมได้ชำระเงินแล้วหรือยัง


     ทั้งสามกรณีมีความชัดเจนเรื่องค่าใช้จ่ายไม่เท่ากัน จึงไม่ควรนำมาประเมินเหมือนกันทั้งหมด


     หากต้องการตรวจสอบหลักทั่วไปเกี่ยวกับเงินที่นิติบุคคลอาคารชุดเรียกเก็บจากเจ้าของร่วม สามารถอ่าน คำอธิบายของกรมที่ดินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายนิติบุคคลอาคารชุด ประกอบได้ อย่างไรก็ตาม การพิจารณาภาระของห้องที่กำลังซื้อยังต้องตรวจสอบมติ ข้อบังคับ และเอกสารล่าสุดของโครงการด้วย


ถ้ามีค่าใช้จ่ายพิเศษใกล้วันโอน ใครควรเป็นคนจ่าย

     หากกำลังจะซื้อคอนโดมือสอง และพบว่ามีการเรียกเก็บเงินซ่อมอาคารในช่วงใกล้วันโอน ผู้ซื้อควรตรวจสอบให้ชัดว่าค่าใช้จ่ายรายการนั้นมีการอนุมัติและเรียกเก็บแล้วหรือยัง


     เรื่องที่ต้องถาม ได้แก่

  • มีมติอนุมัติให้เรียกเก็บเงินแล้วหรือยัง
  • นิติบุคคลออกหนังสือเรียกเก็บเงินแล้วหรือไม่
  • กำหนดชำระเงินวันไหน
  • เจ้าของเดิมชำระเงินแล้วทั้งหมดหรือบางส่วน
  • ข้อบังคับและมติที่เกี่ยวข้องกำหนดเงื่อนไขไว้อย่างไร
  • ในสัญญาซื้อขายระบุว่าใครจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายรายการนี้


แยกหนี้ที่มีอยู่แล้วออกจากค่าใช้จ่ายที่อาจตามมา

     ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บแล้ว ควรตรวจสอบยอดค้างชำระ วันครบกำหนด และหลักฐานการชำระเงินให้ครบถ้วน


     ส่วน ค่าใช้จ่ายที่ยังอยู่ระหว่างพิจารณา ต้องตรวจสอบว่ามีมติหรือเงื่อนไขเกี่ยวกับการชำระเงินแล้วหรือไม่ และหากมีการเรียกเก็บจริง จะเริ่มเมื่อไร


     หนังสือรับรองการปลอดหนี้ที่ใช้ประกอบการโอน ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษเกิดขึ้นอีกในอนาคต เพราะเอกสารรับรองสถานะหนี้กับการตรวจสอบค่าใช้จ่ายจากแผนซ่อมเป็นคนละเรื่องกัน


     ดังนั้น แม้เจ้าของเดิมจะไม่มีหนี้ค้างชำระ ณ วันที่ตรวจสอบ ก็ยังควรถามถึงค่าใช้จ่ายจากงานซ่อมที่อาจมีการเรียกเก็บภายหลังด้วย


ควรตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายกับผู้ขายอย่างไร

     หากมีค่าใช้จ่ายพิเศษที่ยังไม่ชัดเจน ผู้ซื้อและผู้ขายควรตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าใครจะรับผิดชอบรายการใด ภายใต้เงื่อนไขอะไร และต้องชำระเมื่อไร


     อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนสิทธิเรียกเก็บเงินของนิติบุคคลได้โดยอัตโนมัติ


     จึงควรตรวจสอบทั้งมติประชุม ข้อบังคับ หนังสือเรียกเก็บเงิน และข้อตกลงในสัญญาซื้อขายให้ครบถ้วน


     หากยังไม่แน่ใจว่าใครมีหน้าที่รับผิดชอบตามกฎหมาย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงนามในสัญญา เพราะไม่สามารถสรุปได้ว่าเจ้าของเดิมหรือเจ้าของใหม่ต้องเป็นคนจ่ายในทุกกรณี


ประวัติการซ่อมที่ผ่านมา ช่วยบอกอะไรเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในอนาคต

     นอกจากแผนซ่อมครั้งใหม่แล้ว ควรสอบถามประวัติการซ่อมส่วนสำคัญของอาคารในช่วงที่ผ่านมา เท่าที่สามารถขอตรวจสอบข้อมูลได้


     เรื่องที่ควรดู ได้แก่

  • อาคารเคยซ่อมระบบเดียวกันมาก่อนหรือไม่
  • หลังซ่อมแล้วปัญหาหายไปหรือยังเกิดซ้ำ
  • มีงานซ่อมใหญ่อื่นรอดำเนินการอีกหรือไม่
  • ค่าใช้จ่ายจริงของงานที่ผ่านมาเกินงบที่วางไว้มากหรือไม่
  • มีงานซ่อมรายการใดถูกเลื่อนออกไปเพราะงบประมาณไม่เพียงพอหรือไม่


     หากพบว่าต้องซ่อมระบบเดิมหลายครั้ง ควรถามว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และงานซ่อมครั้งใหม่มีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร


     แต่ไม่ควรตัดสินว่าอาคารมีสภาพไม่ดีเพียงเพราะมีประวัติซ่อมบ่อย เพราะบางโครงการอาจตรวจสอบ ซ่อมบำรุง และเปลี่ยนอุปกรณ์ตามแผนอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งต่างจากการซ่อมปัญหาเดิมที่ยังแก้ไม่สำเร็จ


     สิ่งที่ควรพิจารณาคือ อาคารมีการดูแลระบบส่วนกลางอย่างต่อเนื่องหรือไม่ และมีการเตรียมงบประมาณสำหรับงานซ่อมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตไว้เพียงใด


ก่อนวางมัดจำ ควรขอดูเอกสารอะไรจากนิติบุคคล

     เมื่อทราบว่าอาคารมีแผนซ่อมครั้งใหญ่ ควรขอเอกสารที่ช่วยยืนยันข้อมูลสำคัญก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติงานซ่อมและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น


รายการเอกสารที่ควรตรวจสอบ

  • รายงานการประชุมหรือมติที่เกี่ยวข้อง — ใช้ดูว่างานซ่อมได้รับอนุมัติถึงขั้นไหน
  • รายละเอียดแผนซ่อมและกำหนดการ — ใช้ดูว่าจะซ่อมอะไร เริ่มเมื่อไร และคาดว่าจะเสร็จเมื่อไร
  • เอกสารงบประมาณและใบเสนอราคา — ใช้เปรียบเทียบยอดประมาณการกับวงเงินที่ได้รับอนุมัติ
  • ข้อมูลเงินกองทุนและแหล่งเงิน — ใช้ตรวจสอบว่ามีเงินสำหรับงานซ่อมเท่าไร และจะนำมาจากส่วนใด
  • หนังสือเรียกเก็บค่าใช้จ่ายพิเศษ หากมี — ใช้ตรวจสอบยอดเงิน วิธีคำนวณ และวันครบกำหนดชำระ
  • ประวัติการซ่อมที่เกี่ยวข้อง — ใช้ดูปัญหาที่เคยเกิดขึ้นและงานซ่อมที่ยังรอดำเนินการ
  • ข้อมูลยอดค้างชำระของห้องที่จะซื้อ — ใช้ตรวจสอบหนี้ของเจ้าของเดิม และแยกออกจากค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง


     ผู้ซื้อที่ยังไม่ได้เป็นเจ้าของร่วมอาจไม่สามารถขอดูเอกสารบางรายการจากนิติบุคคลได้โดยตรง จึงควรให้ผู้ขายช่วยประสานงานและขอข้อมูลตามขั้นตอนของโครงการ


ถ้าเอกสารยังไม่ครบ ควรทำอย่างไร

     หากบางเรื่องยังไม่มีข้อสรุป ควรถามว่าจะมีการประชุมหรือแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อไร


     จากนั้นแบ่งข้อมูลที่ได้รับออกเป็น 3 กลุ่ม

  1. ยืนยันแล้ว — มีมติหรือเอกสารรองรับชัดเจน
  2. อยู่ระหว่างพิจารณา — มีแผนแล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปบางเรื่อง
  3. ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน — มีเพียงคำบอกเล่าหรือข้อมูลที่ตรวจสอบไม่ได้


     การแยกข้อมูลแบบนี้ช่วยป้องกันไม่ให้นำข่าวที่ได้ยินจากผู้พักอาศัย หรือยอดเงินที่ยังเป็นเพียงการประมาณการ มาคิดว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายแน่นอน


ก่อนซื้อควรประเมินความเสี่ยงจากแผนซ่อมอย่างไร

     หลังตรวจสอบเอกสารแล้ว ผู้ซื้อสามารถแบ่งสถานการณ์ออกเป็น 3 ระดับ เพื่อช่วยตัดสินใจว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร


ระดับที่ 1 — มีข้อมูลครบและประเมินค่าใช้จ่ายได้

     มีเอกสารแผนซ่อม มติประชุม งบประมาณ แหล่งเงิน และกำหนดการที่ตรวจสอบได้ รวมถึงทราบแล้วว่าจะมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายพิเศษหรือไม่


     กรณีนี้สามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องมาคำนวณรวมกับเงินที่ต้องเตรียมสำหรับซื้อคอนโด และพิจารณาความไม่สะดวกระหว่างซ่อมได้ชัดเจนขึ้น


ระดับที่ 2 — ยังมีรายละเอียดบางส่วนไม่ชัดเจน

     มีแผนหรือมติแล้ว แต่ยังไม่ทราบราคาจ้างจริง แหล่งเงินทั้งหมด หรือกำหนดเรียกเก็บค่าใช้จ่าย


     ควรประเมินว่าหากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จะมีเงินเพียงพอสำหรับจ่ายหรือไม่ โดยไม่ถือว่ายอดประมาณการเป็นจำนวนเงินที่ต้องชำระแน่นอน


     หากข้อมูลที่ยังไม่ชัดเจนมีผลต่อการตัดสินใจมาก อาจขอรอเอกสารเพิ่มเติมหรือเจรจาเงื่อนไขซื้อขายก่อนวางมัดจำ


ระดับที่ 3 — ยังไม่สามารถประเมินค่าใช้จ่ายได้

     มีเพียงคำบอกเล่า ไม่มีเอกสารเกี่ยวกับงานที่จะซ่อม งบประมาณ หรือแหล่งเงิน และยังไม่ทราบว่าจะมีการเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมหรือไม่


     กรณีนี้ควรขอข้อมูลให้ชัดเจนขึ้นก่อนตกลงซื้อขายหรือจ่ายเงินที่อาจไม่ได้รับคืนตามเงื่อนไขสัญญา โดยเฉพาะหากเป็นงานซ่อมขนาดใหญ่ที่อาจมีค่าใช้จ่ายสูง


     การขอตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าคอนโดแห่งนั้นไม่น่าซื้อ แต่ช่วยลดความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายที่ยังไม่สามารถประเมินได้


     หากต้องการตรวจเรื่องอื่นก่อนซื้อ เช่น สภาพห้อง เอกสารกรรมสิทธิ์ และความพร้อมก่อนโอน ควรอ่านบทความ ซื้อคอนโดมือสองต้องเช็คอะไรบ้าง ก่อนโอนให้สบายใจ ประกอบ โดยแยกการตรวจห้องออกจากการประเมินภาระค่าซ่อมอาคารในอนาคต


ก่อนวางมัดจำ ต้องรู้ให้ชัดว่าแผนซ่อมจะทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือไม่

     หากพบว่าอาคารมีแผนซ่อมครั้งใหญ่ ก็ไม่จำเป็นต้องตัดคอนโดแห่งนั้นออกจากตัวเลือกทันที เพราะบางงานเป็นการดูแลอาคารตามแผน และอาจมีเงินเตรียมไว้เพียงพอแล้ว


     สิ่งสำคัญคือผู้ซื้อควรตรวจสอบให้ครบ 4 เรื่องก่อนตัดสินใจ

  1. สถานะแผนและมติประชุม — งานซ่อมได้รับอนุมัติถึงขั้นไหนแล้ว
  2. งบประมาณและแหล่งเงิน — จะใช้เงินจากส่วนใด และมีค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ชัดเจนหรือไม่
  3. ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับห้องที่จะซื้อ — มีหนี้ค้างชำระหรือค่าใช้จ่ายที่อาจถูกเรียกเก็บภายหลังหรือไม่
  4. ข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย — หากมีค่าใช้จ่ายใกล้วันโอน จะตกลงรับผิดชอบกันอย่างไร


ชายหญิงสองคนนั่งเคียงกันในห้องนั่งเล่นคอนโด กำลังพิจารณาเอกสารบนโต๊ะไม้ที่มีปากกาและกุญแจห้องวางอยู่


     หากมีมติเรียกเก็บเงินแล้ว ควรตรวจสอบยอดเงิน วันครบกำหนด และหลักฐานการชำระของเจ้าของเดิม แต่หากยังเป็นเพียงข้อเสนอ ก็ควรขอข้อมูลเพิ่มเติมก่อนนำค่าใช้จ่ายนั้นมาประกอบการตัดสินใจ


     ก่อนวางมัดจำ ควรตรวจสอบเอกสารล่าสุดจากนิติบุคคลให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่ทำได้ และหากยังมีค่าใช้จ่ายที่ไม่ทราบข้อสรุป ควรตกลงเรื่องความรับผิดชอบไว้ในสัญญาซื้อขายอย่างรอบคอบ


     การตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ตั้งแต่ก่อนซื้อ จะช่วยให้มองเห็นทั้งราคาห้องในวันนี้และค่าใช้จ่ายที่อาจตามมาในอนาคต ทำให้ตัดสินใจได้รอบคอบขึ้น และลดโอกาสเกิดปัญหาเรื่องเงินหลังโอนกรรมสิทธิ์


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น