คอนโดชั้นบนสุดใต้ดาดฟ้า ควรเริ่มพิจารณาจากคำถามง่าย ๆ ว่า “เหนือห้องเป็นอะไร” เพราะพื้นที่ด้านบนอาจเป็นดาดฟ้า หลังคา สวน สระว่ายน้ำ ทางเดินสำหรับเจ้าหน้าที่ หรือบริเวณที่ติดตั้งอุปกรณ์ของอาคาร ซึ่งแต่ละแบบมีสิ่งที่ควรเช็คต่างกัน ทั้งความร้อน ความชื้น เสียง และการสั่นสะเทือน
ก่อนตัดสินใจจึงไม่ควรดูเพียงว่าไม่มีเพื่อนบ้านอยู่ชั้นบน แต่ควรตรวจให้ชัดว่าพื้นที่เหนือห้องใช้ทำอะไร ภายในห้องมีร่องรอยผิดปกติหรือไม่ ความร้อนหรือเสียงมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาใด และบริเวณด้านบนเคยมีประวัติการซ่อมหรือไม่ เพราะการเป็นห้องชั้นบนสุดเพียงอย่างเดียวยังบอกไม่ได้ว่าห้องนั้นเหมาะกับการอยู่อาศัยของเราหรือเปล่า
คอนโดชั้นบนสุดใต้ดาดฟ้า อย่าดูแค่ว่าไม่มีห้องอยู่ด้านบน
การไม่มีเพื่อนบ้านอยู่เหนือศีรษะอาจเป็นข้อดีสำหรับคนที่กังวลเรื่องเสียงจากห้องชั้นบน แต่ไม่ได้หมายความว่าห้องจะเงียบ เย็น หรือไม่มีโอกาสพบปัญหาความชื้น เพราะเหนือฝ้าเพดานอาจเป็นดาดฟ้า พื้นที่ส่วนกลาง หรือบริเวณที่ติดตั้งอุปกรณ์บางอย่างของอาคาร
ก่อนดูรายละเอียด ลองเช็คข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ให้ได้ก่อน
- เหนือห้องเป็นพื้นที่อะไร
- พื้นที่ด้านบนโดนแดดหรือฝนโดยตรงหรือไม่
- มีอุปกรณ์หรือระบบของอาคารอยู่ใกล้ห้องหรือไม่
- ฝ้าและมุมบนของผนังมีคราบน้ำ สีพอง หรือร่องรอยการซ่อมหรือไม่
- ห้องร้อนผิดสังเกตในช่วงอากาศร้อนหรือไม่
- มีเสียงหรือการสั่นสะเทือนเกิดขึ้นเป็นบางช่วงหรือไม่
- บริเวณเหนือห้องเคยมีการซ่อมหรือไม่
- เคยเข้าดูห้องช่วงบ่ายแล้วหรือยัง
ถ้ายังตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้หลายข้อ ควรหาข้อมูลเพิ่มก่อนตัดสินว่าห้องชั้นบนสุดเหมาะกับการอยู่อาศัยของเราหรือไม่
ก่อนอื่นต้องรู้ว่าเหนือห้องเป็นพื้นที่อะไร
คำว่า “ชั้นบนสุด” ไม่ได้หมายความว่าทุกห้องจะมีสภาพแวดล้อมเหมือนกัน แม้จะอยู่ชั้นเดียวกัน แต่พื้นที่เหนือห้องในแต่ละตำแหน่งอาจแตกต่างกัน ห้องหนึ่งอาจอยู่ใต้ดาดฟ้าเปิด ขณะที่อีกห้องอาจอยู่ใต้หลังคา สวน สระว่ายน้ำ หรือบริเวณที่ติดตั้งอุปกรณ์ของอาคาร
ดังนั้น สิ่งที่ควรดูไม่ใช่แค่เลขชั้น แต่ต้องดูด้วยว่าห้องที่เราสนใจอยู่ตรงกับพื้นที่ประเภทใดด้านบน
| พื้นที่เหนือห้อง | สิ่งที่ควรสังเกต | สิ่งที่ควรถามเพิ่ม |
|---|---|---|
| ดาดฟ้าเปิด | ความร้อน คราบน้ำ ร่องรอยการซ่อม | เคยซ่อมหรือดูแลบริเวณนี้อย่างไร |
| หลังคาอาคาร | ความร้อนบริเวณฝ้า | หลังคาอยู่ตรงกับส่วนใดของห้อง |
| สวนดาดฟ้า | น้ำ เสียง และการเดินดูแลพื้นที่ | สวนและระบบระบายน้ำอยู่ตรงไหน |
| สระว่ายน้ำ | ร่องรอยความชื้นและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง | สระอยู่ตรงกับห้องหรือไม่ |
| พื้นที่ติดตั้งระบบอาคาร | เสียงและการสั่นสะเทือน | มีอุปกรณ์อะไรและทำงานช่วงไหน |
| ทางเดินสำหรับเจ้าหน้าที่ | เสียงจากการเดินหรือการทำงาน | เจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่บ่อยเพียงใด |
| พื้นที่ส่วนกลางอื่น | ลักษณะการใช้งานและช่วงเวลา | เปิดใช้งานเวลาใดและอยู่ตรงไหน |
ตารางนี้ไม่ได้มีไว้บอกว่าพื้นที่แบบใดดีกว่า แต่ช่วยให้รู้ว่าควรสังเกตอะไรและควรถามเรื่องใดต่อให้ตรงกับห้องที่กำลังสนใจ
ดูผังชั้นบนสุดและพื้นที่เหนือห้องก่อนเดาจากเสียง
เมื่อรู้แล้วว่าห้องอยู่ชั้นพักอาศัยบนสุด ควรดูต่อว่าตำแหน่งของห้องอยู่ตรงกับพื้นที่อะไรด้านบน หากมีผังอาคารให้ตรวจ ควรดูตำแหน่งของพื้นที่ส่วนกลาง ห้องที่ติดตั้งอุปกรณ์ของอาคาร และทางเดินที่เจ้าหน้าที่ใช้สำหรับดูแลหรือซ่อมบำรุง
ไม่ควรได้ยินเสียงภายในห้องแล้วเดาทันทีว่าเกิดจากเครื่องจักรชนิดใด เพราะเสียงอาจส่งผ่านพื้น ผนัง หรือโครงสร้างส่วนอื่นของอาคารมาจากตำแหน่งที่อยู่ห่างออกไปได้
หากโครงการ เจ้าของเดิม หรือนิติบุคคลอาคารชุดมีผังหรือข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ด้านบน ควรนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ประกอบการพิจารณา เพราะช่วยยืนยันตำแหน่งจริงได้ดีกว่าการเดาจากเสียงหรือความรู้สึกเพียงอย่างเดียว
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะอ่านตำแหน่งห้องและพื้นที่รอบข้างจากผังอย่างไร การ ดูแปลนคอนโดก่อนซื้อจะช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างห้อง ทางเดิน พื้นที่ส่วนกลาง และส่วนต่าง ๆ ของอาคารได้ชัดขึ้น
คอนโดชั้นบนสุดใต้ดาดฟ้า เรื่องความร้อนควรดูในเวลาที่เห็นความต่างได้ชัด
ห้องชั้นบนสุดไม่ได้ร้อนกว่าห้องอื่นเสมอไป เพราะอุณหภูมิภายในห้องยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น หลังคาหรือดาดฟ้า ฉนวน ผนัง กระจก ทิศทางแดด การบังแดด การถ่ายเทอากาศ และประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศ
หากอยากรู้ว่าพื้นที่ด้านบนมีผลต่อความร้อนในห้องมากน้อยเพียงใด ถ้าเลือกเวลาได้ควรลองเข้าดูช่วงบ่าย เพราะอาคารได้รับแดดมาหลายชั่วโมงแล้ว จึงมีโอกาสเห็นความแตกต่างได้ชัดกว่าการดูเฉพาะช่วงเช้า
ลองสังเกตว่า
- บริเวณใกล้ฝ้าร้อนกว่าส่วนอื่นอย่างเห็นได้ชัดหรือไม่
- ห้องนอนกับห้องนั่งเล่นรู้สึกร้อนต่างกันมากหรือไม่
- ผนังด้านใดโดนแดดโดยตรง
- เมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศแล้ว ห้องเย็นลงได้ตามปกติหรือไม่
หากรู้สึกว่าห้องร้อน ก็ยังไม่ควรสรุปทันทีว่าความร้อนมาจากดาดฟ้า เพราะสาเหตุอาจมาจากผนัง กระจก ทิศทางแดด หรือหลายปัจจัยร่วมกัน จึงควรดูสภาพจริงของห้องควบคู่กับตำแหน่งและทิศทางของอาคาร
ค่าไฟอาจได้รับผลจากความร้อน แต่ตัดสินจากชั้นอย่างเดียวไม่ได้
ถ้าห้องรับความร้อนมาก เครื่องปรับอากาศอาจต้องทำงานหนักขึ้นหรือนานขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าห้องชั้นบนสุดจะมีค่าไฟสูงกว่าห้องอื่นเสมอไป
ค่าไฟจริงยังขึ้นอยู่กับขนาดห้อง จำนวนผู้อยู่อาศัย ระยะเวลาเปิดเครื่องปรับอากาศ อุณหภูมิที่ตั้งไว้ ประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศ ฉนวน กระจก ทิศทางแดด และสภาพอากาศในแต่ละช่วง
หากเจ้าของเดิมมีข้อมูลค่าไฟย้อนหลัง สามารถนำมาใช้ประกอบการพิจารณาได้ แต่ควรดูด้วยว่าเจ้าของเดิมเปิดเครื่องปรับอากาศนานแค่ไหน มีผู้อยู่อาศัยกี่คน และใช้เครื่องใช้ไฟฟ้ามากน้อยเพียงใด ไม่ควรดูค่าไฟเพียงเดือนเดียวแล้วสรุปว่าห้องมีปัญหาเรื่องความร้อน
คอนโดชั้นบนสุดใต้ดาดฟ้า ถ้ามีคราบน้ำ รอยชื้น หรือรอยซ่อมควรเช็คต่อ
เมื่อดูห้องชั้นบนสุด ควรสังเกตฝ้าเพดานและบริเวณส่วนบนของผนังเป็นพิเศษ เช่น
- ฝ้าเพดาน
- รอยต่อระหว่างฝ้ากับผนัง
- มุมบนของห้อง
- รอบช่องเปิดสำหรับตรวจงานระบบ
- สีพองหรือสีที่ดูต่างจากบริเวณรอบข้าง
- คราบเป็นวงหรือเป็นดวง
- รอยโป๊วหรือร่องรอยการทาสีซ่อมเฉพาะจุด
- กลิ่นอับหรือความชื้นที่ผิดสังเกต
หากพบคราบน้ำ สีพอง หรือร่องรอยการซ่อม ควรใช้สิ่งเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นในการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ไม่ควรเห็นร่องรอยเพียงอย่างเดียวแล้วสรุปว่าดาดฟ้ารั่ว เพราะความชื้นอาจเกิดจากหลายสาเหตุ
ถ้าร่องรอยมีขนาดใหญ่ พบหลายจุด หรือทำให้ไม่มั่นใจก่อนซื้อ ควรขอข้อมูลเพิ่มเติม และอาจให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจตามความเหมาะสม
อย่าถามแค่ว่า “เคยรั่วไหม” แต่ควรถามว่า “เคยซ่อมตรงไหน”
คำถามว่า “เคยรั่วไหม” อาจได้คำตอบเพียงว่าเคยหรือไม่เคย แต่ยังไม่ช่วยให้รู้ว่าปัญหาเกิดตรงไหน เกิดเมื่อไร และได้รับการแก้ไขอย่างไร
คำถามที่ช่วยให้ได้ข้อมูลมากขึ้น ได้แก่
- เคยซ่อมดาดฟ้าหรือพื้นที่เหนือห้องหรือไม่
- ซ่อมตรงบริเวณใด
- ปัญหาเกิดขึ้นช่วงไหน
- หลังซ่อมแล้วเคยเกิดซ้ำหรือไม่
- มีบันทึกหรือข้อมูลเกี่ยวกับการซ่อมให้ตรวจได้หรือไม่
- จุดที่ซ่อมอยู่ภายในห้องหรือเป็นพื้นที่ส่วนกลาง
- ใครเป็นผู้ดูแลหรือประสานงานเรื่องการซ่อม
ไม่ใช่ทุกอาคารที่จะมีข้อมูลย้อนหลังครบ แต่หากมีประวัติการซ่อม การรู้ว่าซ่อมตรงไหน เกิดปัญหาอะไร และแก้ไขอย่างไร ย่อมมีประโยชน์กว่าการได้คำตอบเพียงว่า “เคยซ่อมแล้ว”
บริเวณดาดฟ้าหรือพื้นที่ที่ต้องสัมผัสน้ำจำเป็นต้องมีระบบป้องกันน้ำและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องพยายามตัดสินด้วยตัวเองจากการมองเพียงครั้งเดียวว่าวัสดุหรือระบบดังกล่าวยังอยู่ในสภาพดีหรือไม่ หากมีข้อสงสัยควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจ
ถ้าเหนือห้องเป็นสวน ต้องดูมากกว่าคำว่าวิวเขียว
สวนดาดฟ้าอาจมีระบบรดน้ำ ระบบระบายน้ำ ทางเดินของเจ้าหน้าที่ และพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยเข้ามาใช้งาน จึงควรดูว่าส่วนต่าง ๆ เหล่านี้อยู่ตรงกับบริเวณใดของห้อง
สิ่งที่ควรถามหรือสังเกต เช่น
- กระบะปลูกหรือต้นไม้อยู่ตรงกับส่วนใดของห้อง
- มีทางเดินอยู่เหนือห้องหรือไม่
- มีการรดน้ำต้นไม้ช่วงเวลาใด
- จุดระบายน้ำอยู่บริเวณไหน
- พื้นที่เปิดให้ใช้งานช่วงใด
- เจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลบ่อยเพียงใด
การมีสวนอยู่ด้านบนไม่ได้หมายความว่าจะเกิดปัญหารั่วซึม และก็ไม่ได้หมายความว่าห้องจะเย็นกว่าเสมอไป สิ่งสำคัญคือดูว่าสวนอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับตำแหน่งห้อง และตรวจสภาพภายในห้องไปพร้อมกัน
ถ้าเหนือห้องเป็นสระว่ายน้ำ ให้ดูตำแหน่งจริงก่อนประเมิน
การเห็นว่าสระว่ายน้ำอยู่บนชั้นดาดฟ้าหรืออยู่เหนือชั้นพักอาศัย ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าห้องด้านล่างมีความเสี่ยงมากกว่าปกติ
ควรตรวจว่าสระอยู่ตรงกับตำแหน่งห้องจริงหรือไม่ มีพื้นที่หรือส่วนอื่นของอาคารคั่นอยู่หรือเปล่า และภายในห้องมีคราบความชื้นหรือร่องรอยการซ่อมที่ควรถามต่อหรือไม่
หากมีข้อสงสัย ควรสอบถามประวัติการดูแลสระ พื้นที่โดยรอบ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องจากผู้ดูแลอาคาร โดยอาศัยข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้
ไม่มีห้องด้านบนไม่ได้แปลว่าจะไม่มีเสียง
แม้ไม่มีเพื่อนบ้านพักอยู่เหนือห้อง แต่ยังอาจได้ยินเสียงจากอุปกรณ์หรือกิจกรรมอื่นของอาคาร เช่น ปั๊มน้ำ พัดลม ระบบระบายอากาศ เครื่องจักรบางชนิด งานบำรุงรักษา หรือการใช้พื้นที่ส่วนกลาง
สิ่งสำคัญคือควรพยายามหาว่าเสียงมาจากไหนก่อนตัดสินใจ ไม่ควรได้ยินเสียงแล้วสรุปทันทีว่าเป็นเสียงจากห้องเครื่อง
หากพบว่าห้องอยู่ใกล้บริเวณที่ติดตั้งอุปกรณ์ของอาคาร ควรสังเกตทั้งเสียงและการสั่นสะเทือนเพิ่มเติม เพราะผลที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันตามตำแหน่งห้องและรูปแบบของอาคาร
เสียงบางอย่างเกิดเป็นช่วง ไม่ได้ดังตลอดวัน
อุปกรณ์บางอย่างของอาคารอาจทำงานเป็นรอบ หรือเริ่มทำงานเมื่อมีการใช้งานมากขึ้น ส่วนงานบำรุงรักษาก็มักเกิดขึ้นเฉพาะบางช่วงเวลา
ดังนั้น การเข้าไปฟังเสียงเพียงช่วงสั้น ๆ ครั้งเดียวอาจยังไม่ทำให้เห็นสภาพจริงทั้งหมด
เมื่อลองฟังเสียง ควรปิดประตูและหน้าต่างสักพัก แล้วสังเกตว่าเสียงมาจากภายนอกห้อง หรือรู้สึกเหมือนส่งผ่านพื้น ผนัง หรือฝ้าเข้ามา
ไม่จำเป็นต้องกำหนดว่าต้องกลับไปดูกี่ครั้ง แต่ถ้าเรื่องเสียงมีผลต่อการอยู่อาศัยของคุณมาก และสามารถเลือกเวลาได้ ก็ควรลองฟังในช่วงเวลาที่ต่างกันเพื่อเปรียบเทียบ
การสั่นสะเทือนควรสังเกตแยกจากเสียง
เสียงที่ได้ยินกับการสั่นสะเทือนที่รู้สึกผ่านพื้น ผนัง หรือฝ้าเป็นคนละเรื่อง และควรสังเกตแยกกัน
หากรู้สึกถึงการสั่น ควรจดว่าพบตรงบริเวณใด เกิดขึ้นช่วงเวลาไหน และเกิดพร้อมกับเสียงหรือไม่ จากนั้นจึงนำข้อมูลไปสอบถามเพิ่มเติม
ไม่ควรเดาจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียวว่าการสั่นเกิดจากเครื่องจักรชนิดใด หากเรื่องนี้มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ ควรตรวจข้อมูลของอาคารหรือให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจตามความเหมาะสม
ช่วงบ่ายช่วยดูความร้อน ส่วนหลังฝนช่วยสังเกตความชื้น
ถ้าเลือกเวลาเข้าดูได้ ช่วงบ่ายเหมาะกับการสังเกตเรื่องความร้อน เพราะอาคารได้รับแดดมาหลายชั่วโมงแล้ว ทำให้สภาพบางอย่างที่ไม่เห็นชัดในช่วงเช้าอาจสังเกตได้ง่ายขึ้น
ส่วนถ้ามีโอกาสเข้าดูหลังฝนตก ก็อาจช่วยให้เห็นคราบน้ำ ความชื้น หรือได้กลิ่นอับที่ปกติสังเกตได้ยากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การไม่พบคราบหลังฝนตกเพียงครั้งเดียวไม่ได้ยืนยันว่าห้องจะไม่มีปัญหาในอนาคต และไม่จำเป็นต้องรอให้ฝนตกจึงค่อยตัดสินใจซื้อ สิ่งสำคัญคือควรพิจารณาข้อมูลหลายด้านประกอบกัน
หากต้องการเข้าไปดูดาดฟ้า ห้องที่ติดตั้งอุปกรณ์ของอาคาร หรือพื้นที่สำหรับเจ้าหน้าที่ ควรขออนุญาตจากผู้ดูแลอาคารก่อน ไม่ควรเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าเอง
วิวและความเป็นส่วนตัวอาจเป็นข้อดี แต่ไม่ควรใช้ตัดสินเพียงอย่างเดียว
ห้องชั้นบนสุดบางตำแหน่งอาจได้วิวเปิด ไม่มีห้องพักด้านบน หรือมีคนเดินผ่านหน้าห้องน้อย แต่สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับผังอาคารและตำแหน่งของห้องจริง
เรื่องความเป็นส่วนตัวควรดูทั้งด้านบนและด้านข้าง เพราะแม้ไม่มีห้องอยู่เหนือศีรษะ ก็ยังอาจมีอาคารข้างเคียง ระเบียง พื้นที่ส่วนกลาง หรือบริเวณที่เจ้าหน้าที่ต้องเข้ามาดูแล ซึ่งอาจทำให้มองเห็นภายในห้องได้จากบางมุม
ถ้าความเป็นส่วนตัวเป็นเหตุผลสำคัญในการเลือกห้อง ควรลองยืนหรือนั่งในจุดที่จะใช้งานจริง เช่น บริเวณเตียง โซฟา โต๊ะทำงาน หรือระเบียง แล้วดูว่ามีมุมใดที่คนจากภายนอกสามารถมองเข้ามาได้หรือไม่ ไม่ควรตัดสินจากวิวเพียงอย่างเดียว
การซ่อมต้องแยกพื้นที่ภายในห้องออกจากทรัพย์สินส่วนกลาง
หากพบปัญหาที่ดูเหมือนเกี่ยวข้องกับพื้นที่เหนือห้อง ไม่ควรรีบสรุปว่าเจ้าของห้องหรือนิติบุคคลอาคารชุดต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
ควรตรวจให้ชัดว่าต้นเหตุอยู่ตรงไหน จุดดังกล่าวเป็นส่วนของห้องชุดหรือทรัพย์สินส่วนกลาง และข้อบังคับของอาคารกำหนดหน้าที่ในการดูแลหรือซ่อมไว้อย่างไร เพราะรายละเอียดของแต่ละกรณีอาจไม่เหมือนกัน
ในเรื่องทรัพย์ส่วนกลางและหน้าที่ในการดูแลของนิติบุคคลอาคารชุด ควรตรวจ ข้อมูลของกรมที่ดิน ประกอบ และหากมีข้อพิพาทหรือกรณีเฉพาะควรตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงของอาคารนั้นอีกครั้ง
หากเรื่องนี้มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ ควรสอบถามเจ้าของเดิม นิติบุคคลอาคารชุด โครงการ หรือผู้เชี่ยวชาญตามความเหมาะสม รวมถึงตรวจเอกสารจริงและข้อมูลล่าสุดก่อนสรุปว่าใครต้องรับผิดชอบหรือเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการซ่อม
นอกจากถามว่าใครเป็นผู้ดูแลจุดที่มีปัญหาแล้ว การ เช็คนิติบุคคลคอนโดก่อนซื้อ ยังช่วยให้เห็นประวัติการดูแลอาคาร การซ่อมบำรุง และความชัดเจนของข้อมูลที่ผู้ซื้อควรถามก่อนตัดสินใจ
นอกจากนี้ ประวัติการดูแลและซ่อมพื้นที่ส่วนกลางยังช่วยให้เห็นว่า เมื่ออาคารเคยมีปัญหาแล้ว ผู้ดูแลจัดการอย่างไรและมีการติดตามผลหรือไม่ จึงไม่ควรดูเฉพาะสภาพห้องในวันที่นัดชมเพียงอย่างเดียว
หากต้องการดูต่อว่าค่าใช้จ่ายในการดูแลพื้นที่และระบบส่วนกลางส่งผลต่อผู้ซื้ออย่างไร ควรเช็ค ค่าส่วนกลางคอนโด ประกอบด้วย เพราะจำนวนพื้นที่ส่วนกลางและภาระการซ่อมบำรุงอาจเกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายระยะยาวของอาคาร
คอนโดชั้นบนสุดใต้ดาดฟ้า 12 ข้อที่ควรเช็คก่อนซื้อ
ก่อนวางมัดจำหรือตัดสินใจซื้อ ลองตอบคำถามต่อไปนี้ให้ได้มากที่สุด
- ห้องนี้เป็นชั้นพักอาศัยบนสุดจริงหรือไม่
- เหนือห้องเป็นดาดฟ้า หลังคา สวน สระว่ายน้ำ หรือพื้นที่ประเภทใด
- มีห้องที่ติดตั้งอุปกรณ์หรือเครื่องจักรของอาคารอยู่เหนือหรือใกล้บริเวณนั้นหรือไม่
- พื้นที่ด้านบนอยู่ตรงกับส่วนใดของห้อง
- เคยเข้าดูช่วงบ่ายหรือช่วงอากาศร้อนแล้วหรือยัง
- ฝ้าและมุมบนของผนังมีคราบน้ำ สีพอง หรือร่องรอยการซ่อมหรือไม่
- มีกลิ่นอับหรือความชื้นผิดสังเกตหรือไม่
- เคยลองฟังเสียงในห้องขณะปิดประตูและหน้าต่างหรือยัง
- มีเสียงหรือการสั่นสะเทือนเกิดขึ้นเป็นบางช่วงหรือไม่
- เคยสอบถามประวัติการซ่อมดาดฟ้าหรือพื้นที่เหนือห้องหรือยัง
- หากพบร่องรอยผิดปกติ ได้ขอข้อมูลเพิ่มหรือพิจารณาให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจหรือยัง
- ข้อดีของห้องชั้นบนสุดสำคัญกับคุณมากพอเมื่อเทียบกับสิ่งที่ยังต้องตรวจและอาจต้องดูแลหรือไม่
ห้องคอนโดชั้นบนสุดไม่ได้ดีหรือมีปัญหาเหมือนกันทุกห้อง วิธีตัดสินที่รอบคอบกว่าคือเริ่มจากหาคำตอบให้ได้ว่าเหนือห้องเป็นพื้นที่อะไร จากนั้นค่อยดูว่าบริเวณนั้นมีอุปกรณ์หรือระบบอะไรอยู่ ภายในห้องมีร่องรอยผิดปกติหรือไม่ ความร้อน เสียง หรือการสั่นสะเทือนเกิดขึ้นในช่วงใด และบริเวณด้านบนเคยมีประวัติการซ่อมหรือเปล่า
ถ้ากำลังสนใจห้องจริง อย่าดูเฉพาะวิวหรือข้อดีจากการไม่มีเพื่อนบ้านอยู่ด้านบน หากเลือกเวลาได้ควรลองกลับไปดูช่วงบ่าย สังเกตฝ้าและมุมบนของผนัง ฟังเสียงภายในห้อง และสอบถามประวัติการดูแลพื้นที่เหนือห้อง หากพบจุดผิดปกติที่อาจมีผลต่อการตัดสินใจ ควรหาข้อมูลให้ชัดก่อนวางมัดจำหรือซื้อ





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น