บ้านสวย

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ ขายบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน | HomeForSaleInTH

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน พร้อมสาระก่อนซื้อบ้าน ดูทำเล ค่าใช้จ่าย และเช็คจุดสำคัญก่อนตัดสินใจ

คอนโดใกล้รถไฟฟ้าเดินไกล กับคอนโดมีรถรับส่ง แบบไหนอยู่จริงสะดวกกว่า

คอนโดใกล้รถไฟฟ้าเดินไกล เปรียบเทียบทางเดินไปสถานีกับรถรับส่งที่จอดอยู่หน้าอาคารคอนโด

     คอนโดใกล้รถไฟฟ้าเดินไกล อาจไม่ได้สะดวกอย่างที่เห็นบนแผนที่ เพราะระหว่างโครงการกับสถานีอาจมีทางเท้าแคบ จุดข้ามถนนหลายจุด ต้องเดินกลางแดดหรือฝน และบางช่วงอาจเดินไม่สะดวกในตอนกลางคืน ส่วนคอนโดที่อยู่ไกลกว่าแต่มีรถรับส่งก็ไม่ได้หมายความว่าจะสะดวกกว่าเสมอ หากต้องรอรถเป็นรอบ หรือเวลาให้บริการไม่ตรงกับเวลาที่ออกจากบ้านและกลับถึงสถานีจริง


     ดังนั้น ถ้ากำลังเปรียบเทียบคอนโดที่ต้องเดินไปสถานีเองกับคอนโดที่มีรถรับส่ง ไม่ควรดูเพียงระยะทางเป็นเมตร แต่ควรดูเวลาตั้งแต่ออกจากห้อง ลงลิฟต์ ออกจากโครงการ เดินหรือรอรถ จนถึงทางเข้าสถานีที่ใช้จริง เพราะความสะดวกในแต่ละวันขึ้นอยู่กับทั้งเวลา ความแน่นอนของการเดินทาง สภาพเส้นทาง และข้อจำกัดที่ต้องเจอเป็นประจำ


คอนโดใกล้รถไฟฟ้าเดินไกล กับคอนโดมีรถรับส่ง ต่างกันตรงไหนเวลาอยู่จริง

     ถ้าคอนโดทั้งสองแห่งใช้รถไฟฟ้าเป็นเส้นทางเดินทางหลักเหมือนกัน สิ่งที่ควรเปรียบเทียบไม่ใช่เพียงว่าแห่งไหนอยู่ใกล้สถานีกว่าบนแผนที่ แต่ต้องดูด้วยว่าตั้งแต่ออกจากคอนโดไปจนถึงสถานีจริง ต้องใช้เวลาและผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง


     ประเด็นสำคัญที่ควรนำมาเปรียบเทียบมีดังนี้

  • เดินเองกำหนดเวลาออกจากคอนโดได้มากกว่า แต่ต้องเจอสภาพเส้นทางจริงทุกวัน
  • รถรับส่งช่วยลดระยะที่ต้องเดิน แต่ต้องเผื่อเวลารอและดูรอบให้บริการ
  • ระยะที่ดูสั้นบนแผนที่อาจใช้เวลาเดินจริงนานกว่าที่คิด หากต้องเดินอ้อมหรือข้ามถนนหลายจุด
  • รถรับส่งจะช่วยให้สะดวกได้มากก็ต่อเมื่อรอบรถสอดคล้องกับเวลาที่ใช้เดินทางจริง
  • แดด ฝน และการกลับดึกอาจทำให้เส้นทางเดิมเดินได้ยากขึ้น
  • แต่ละคนรับระยะเดินและเวลารอได้ไม่เท่ากัน
  • หากวันหนึ่งรถรับส่งไม่พร้อม ควรมีทางเลือกอื่นที่ยังใช้งานได้จริง


     ภาพรวมของสองแบบสามารถเปรียบเทียบได้ดังนี้


ปัจจัย เดินไปสถานีเอง ใช้รถรับส่ง
ควบคุมเวลา ทำได้มากกว่า ขึ้นกับรอบรถ
ระยะเดิน มากกว่า ลดลง
ฝนและแดด กระทบโดยตรง อาจกระทบน้อยลงบางช่วง
กลับดึก ไม่ต้องรอรถของโครงการ ต้องเช็คเวลาบริการ
เวลารอ แทบไม่มี ต้องเผื่อ
ทางเลือกสำรอง ใช้เส้นทางเดิม ควรเตรียมไว้


     ตารางนี้ใช้ดูภาพรวมเท่านั้น เพราะสภาพทางเดิน จุดรับส่ง และรูปแบบการให้บริการของแต่ละโครงการอาจแตกต่างกันมาก


คอนโดใกล้รถไฟฟ้าเดินไกล ต้องดูเส้นทางจริงมากกว่าจำนวนเมตร

     คำว่าอยู่ห่างสถานีไม่มากยังบอกไม่ได้ว่าการเดินทุกวันจะสะดวกแค่ไหน แม้จะเห็นระยะทางบนแผนที่ชัดเจน แต่สภาพเส้นทางจริงอาจทำให้ต้องใช้เวลาหรือใช้แรงมากกว่าที่คิด


     ตอนดูคอนโด ควรลองเดินจากทางออกโครงการไปยังสถานีจริง แล้วสังเกตว่า

  • ทางเท้าต่อเนื่องตลอดเส้นทางหรือไม่
  • ทางเดินกว้างพอหรือมีช่วงที่ต้องหลบสิ่งกีดขวาง
  • มีเสา ป้าย ร้านค้า รถจอด หรือสิ่งกีดขวางบนทางเท้าหรือไม่
  • ต้องข้ามถนนกี่ครั้ง
  • จุดข้ามมีทางม้าลาย สัญญาณไฟ หรือทางข้ามที่ใช้งานได้สะดวกหรือไม่
  • ต้องเดินอ้อมจากเส้นทางตรงมากแค่ไหน
  • ทางเข้า–ออกโครงการอยู่ฝั่งที่ไปสถานีได้สะดวกหรือไม่
  • ช่วงเย็นและกลางคืนมีไฟส่องสว่าง และมีคนสัญจรมากน้อยเพียงใด

คอนโดใกล้รถไฟฟ้าเดินไกล ผู้พักอาศัยเดินตามทางเท้าที่มีเสาและจุดข้ามถนนก่อนถึงสถานี

     ไม่ควรกำหนดตายตัวว่าระยะเท่าไรถือว่าใกล้หรือไกลสำหรับทุกคน เพราะคนที่เดินเป็นประจำ คนที่ต้องถือกระเป๋าหนัก คนที่แต่งตัวไปทำงาน หรือคนที่มีข้อจำกัดด้านการเดิน ย่อมรู้สึกกับระยะเดียวกันไม่เหมือนกัน


คอนโดใกล้รถไฟฟ้าเดินไกล ควรวัดเวลา Door-to-Door อย่างไร

     เวลาที่ควรนำมาเปรียบเทียบคือเวลาตั้งแต่ออกจากห้องจนถึงทางเข้าสถานีที่ใช้จริง หรือที่มักเรียกว่าเวลา Door-to-Door ไม่ใช่นับเฉพาะช่วงจากประตูโครงการถึงสถานี


     ลองจับเวลาตามลำดับนี้


     ออกจากห้อง → รอลิฟต์ → ลงชั้นล่าง → เดินออกจากอาคาร → ผ่านพื้นที่ภายในโครงการ → ออกประตูโครงการ → เดินหรือรอรถรับส่ง → ถึงบริเวณสถานี → เดินไปยังทางเข้าสถานีที่ใช้จริง


     คอนโดที่ดูใกล้กว่าอาจต้องรอลิฟต์นาน เดินผ่านพื้นที่ภายในโครงการพอสมควร และต้องข้ามถนนหลายจุด ขณะที่อีกแห่งอยู่ไกลกว่า แต่จุดขึ้นรถรับส่งอยู่ใกล้ล็อบบี้ และจุดส่งอยู่ใกล้ทางเข้าสถานี


     ดังนั้น สิ่งที่ควรเปรียบเทียบคือเวลารวมตั้งแต่ออกจากห้องจนถึงสถานี มากกว่าดูระยะทางเพียงช่วงเดียว


     นอกจากเส้นทางไปสถานีแล้ว ตำแหน่งห้องและการใช้งานภายในก็ควรประเมินแยกกัน โดยการ ดูแปลนคอนโดก่อนซื้อ จะช่วยให้เห็นเรื่องพื้นที่ใช้สอย ตำแหน่งห้อง และความเหมาะสมกับการอยู่จริงได้ชัดขึ้น


เดินเองได้เปรียบตรงควบคุมเวลา แต่ต้องรับสภาพเส้นทางทุกวัน

     ข้อดีของการเดินคือ เมื่อพร้อมออกจากห้องก็เริ่มเดินทางได้เลย ไม่ต้องรอรถเป็นรอบ


     สำหรับคนที่เวลาเข้า–ออกงานไม่แน่นอน จุดนี้อาจสำคัญ เพราะไม่ต้องคอยกะว่าจะต้องลงจากห้องกี่โมงเพื่อให้ทันรถ และไม่ต้องกังวลว่าขากลับจะมาถึงสถานีหลังรถเที่ยวสุดท้ายของโครงการหรือไม่


     ถ้าเส้นทางเดินดี เวลาที่ใช้ในแต่ละวันก็มักคาดการณ์ได้ง่ายกว่าการรอรถ เพราะไม่ต้องขึ้นอยู่กับจำนวนผู้โดยสารหรือเวลาที่รถออก


     แต่การเดินเองก็มีข้อจำกัดที่ต้องเจอเป็นประจำ เช่น

  • แดดช่วงเช้าหรือบ่าย
  • ฝนและน้ำขัง
  • การถือกระเป๋าหรือสัมภาระ
  • รองเท้าหรือเสื้อผ้าที่ใส่ไปทำงาน
  • ความเหนื่อยหลังเลิกงาน
  • ทางเท้าที่ขาดช่วงหรือเดินไม่สะดวก
  • การเดินกลับในช่วงกลางคืน


     ดังนั้น “เดินถึงได้” กับ “อยากเดินเส้นทางนี้ทุกวัน” เป็นคนละเรื่องกัน ควรลองเดินด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจ


รถรับส่งลดระยะเดิน แต่ต้องแลกกับเวลารอ

     รถรับส่งของคอนโดช่วยลดระยะที่ต้องเดินได้ โดยเฉพาะวันที่อากาศร้อน ฝนตก หรือมีสัมภาระ แต่การมีรถรับส่งเพียงอย่างเดียวยังบอกไม่ได้ว่าการเดินทางจะสะดวกจริงหรือไม่


     ก่อนซื้อควรถามโครงการหรือนิติบุคคลให้ชัดว่า

  • รถออกตามตารางหรือวิ่งวนตลอด
  • แต่ละรอบห่างกันประมาณเท่าไร
  • ช่วงเช้าหรือช่วงเย็นมีรถเพียงพอกับจำนวนผู้ใช้หรือไม่
  • ขากลับจากสถานีต้องไปรอรถตรงไหน
  • เริ่มให้บริการและหยุดให้บริการเวลาใด
  • เสาร์–อาทิตย์และวันหยุดมีรถหรือไม่
  • ต้องจองก่อนใช้หรือไม่
  • จำกัดจำนวนผู้โดยสารหรือไม่
  • หากพลาดหนึ่งรอบ ต้องรอรอบถัดไปนานแค่ไหน

ผู้พักอาศัยนั่งและยืนรอรถรับส่งบริเวณจุดรับรถหน้าอาคารคอนโด

     รายละเอียดเหล่านี้อาจเปลี่ยนได้ตามการบริหารของแต่ละโครงการ จึงควรเช็คตารางและเงื่อนไขล่าสุดก่อนตัดสินใจ


     หากรถรับส่งเป็นบริการของโครงการ ควรถามด้วยว่าค่าใช้จ่ายในการดูแลบริการนี้รวมอยู่ในค่าส่วนกลางหรือมีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ และควรเช็ค ค่าส่วนกลางคอนโด ควบคู่กันก่อนตัดสินใจ


รถรับส่งไม่ได้แปลว่าส่งถึงทางเข้าสถานีเสมอไป

     อีกเรื่องที่ควรดูให้ละเอียดคือจุดที่รถจอดส่งจริง


     รถรับส่งบางโครงการอาจจอดใกล้สถานี แต่ผู้พักอาศัยยังต้องเดินต่อ หรืออาจลงรถคนละฝั่งถนนกับทางเข้าสถานีที่ต้องใช้


     ตอนทดลองเส้นทางควรเช็คว่า

  • รถส่งใกล้ทางเข้าสถานีจริงหรือไม่
  • ลงจากรถแล้วต้องเดินต่ออีกไกลแค่ไหน
  • ต้องข้ามถนนใหญ่หลังลงรถหรือไม่
  • จุดรอรถขากลับอยู่ตรงไหน
  • จากสถานีไปยังจุดรอรถมีทางเดินต่อเนื่องหรือไม่
  • หากกลับดึก เส้นทางจากสถานีไปยังจุดรอรถเป็นอย่างไร


     จึงไม่ควรตัดสินจากคำว่า “มีรถรับส่งไปสถานี” เพียงอย่างเดียว แต่ควรดูตั้งแต่ทางออกจากอาคาร จุดขึ้นรถ จุดลงรถ และระยะที่ยังต้องเดินต่อจนถึงทางเข้าสถานี


ฝนกับแดดทำให้ระยะเท่าเดิมรู้สึกไม่เท่ากัน

     เส้นทางที่เดินสบายในวันที่อากาศดี อาจกลายเป็นเส้นทางที่เหนื่อยหรือเดินไม่สะดวกในวันที่ฝนตกหรือแดดแรง


     ตอนเดินสำรวจ ลองดูว่าระหว่างทางมีร่มเงาหรือหลังคามากน้อยแค่ไหน จุดข้ามถนนต้องยืนรอกลางแจ้งหรือไม่ และมีบริเวณที่อาจเกิดน้ำขังหลังฝนตกหรือเปล่า


     คอนโดที่มีรถรับส่งก็ไม่ได้ทำให้ปัญหาเรื่องฝนและแดดหมดไปทั้งหมด เพราะยังต้องดูว่าจากล็อบบี้ไปยังจุดขึ้นรถต้องเดินกลางแจ้งหรือไม่ จุดรอรถมีหลังคาหรือเปล่า และเมื่อลงจากรถแล้วต้องเดินต่อกลางแจ้งอีกมากแค่ไหน


     หากมีโอกาส ควรกลับไปดูพื้นที่หลังฝนตกด้วย เพราะจะช่วยให้เห็นสภาพทางเดิน จุดน้ำขัง และความสะดวกในการเดินที่อาจมองไม่เห็นในวันที่อากาศดี

คอนโดใกล้รถไฟฟ้าเดินไกล ช่วงฝนตกมีคนกางร่มเดินบนทางเท้าและผู้พักอาศัยรอรถรับส่ง

     หากต้องการเลือกวันไปทดลองเส้นทางช่วงที่มีโอกาสฝนตก สามารถเช็คพยากรณ์อากาศล่าสุดจาก กรมอุตุนิยมวิทยา ก่อนไปดูพื้นที่จริงได้


กลับดึกต้องดูคุณภาพเส้นทาง ไม่ใช่ดูระยะอย่างเดียว

     ถ้ากลับบ้านช่วงค่ำหรือกลางคืนเป็นประจำ ควรไปดูพื้นที่รอบคอนโดในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับเวลาที่จะใช้งานจริง


     สิ่งที่ควรสังเกต ได้แก่

  • ไฟส่องสว่างตามทาง
  • จำนวนคนที่เดินผ่าน
  • ร้านค้าหรือบริเวณที่ยังมีคนใช้งาน
  • ช่วงทางที่ค่อนข้างเปลี่ยว
  • สภาพทางเท้า
  • จุดข้ามถนน
  • ทางเข้าคอนโด
  • เวลาที่รถรับส่งหยุดให้บริการ


     ไม่ควรตัดสินว่าพื้นที่ใดปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัยจากแผนที่ หรือจากการไปดูตอนกลางวันเพียงครั้งเดียว การกลับไปดูในช่วงเวลาที่ตัวเองคาดว่าจะเดินทางจริง จะช่วยให้ประเมินสภาพแวดล้อมได้ตรงกับการใช้ชีวิตมากกว่า


ชั่วโมงเร่งด่วน รถรับส่งอาจไม่ได้เร็วกว่าเดิน

     รถรับส่งช่วยลดระยะที่ต้องเดิน แต่ถ้าต้องใช้ถนนเดียวกับรถทั่วไป เวลาที่ใช้ก็อาจเพิ่มขึ้นตามสภาพการจราจร


     ในช่วงเร่งด่วน อาจต้องเสียทั้งเวลารอรถ รอผู้โดยสาร รถติดระหว่างทาง หรือรอเข้า–ออกโครงการ


     ดังนั้น วิธีเปรียบเทียบที่ตรงกว่าคือดู


     เวลารอรถรับส่ง + เวลานั่งรถ + เวลาเดินต่อหลังลงรถ


     เทียบกับ


     เวลาเดินจากคอนโดถึงสถานีจริง


     หากทำได้ ควรทดลองทั้งสองแบบในช่วงเวลาใกล้เคียงกับเวลาที่จะใช้เดินทางเป็นประจำ ไม่ควรทดลองเฉพาะช่วงที่ถนนโล่ง เพราะเวลาที่ได้อาจไม่ตรงกับการใช้งานจริง


อย่าลืมถามรอบรถวันหยุดและนอกเวลาเร่งด่วน

     ตอนเข้าชมโครงการ ผู้ซื้ออาจเห็นรถรับส่งให้บริการต่อเนื่องในช่วงที่มีคนเดินทางมาก แต่ช่วงกลางวัน วันหยุด หรือช่วงดึกอาจมีจำนวนรอบไม่เท่ากัน


     คำถามที่ควรถามเพิ่มเติมคือ

  • เสาร์–อาทิตย์มีรถหรือไม่
  • วันหยุดนักขัตฤกษ์ให้บริการอย่างไร
  • ช่วงกลางวันระหว่างรอบเช้ากับเย็นยังมีรถหรือไม่
  • รถเที่ยวสุดท้ายออกเมื่อไร
  • หากตารางเปลี่ยน ผู้พักอาศัยสามารถดูตารางล่าสุดได้จากช่องทางใด


     ข้อมูลเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้ จึงควรเช็คกับโครงการหรือนิติบุคคลอีกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ


ถ้าวันหนึ่งรถรับส่งใช้ไม่ได้ คุณยังอยู่คอนโดนี้สะดวกไหม

     คำถามนี้ช่วยให้เห็นชัดขึ้นว่า รถรับส่งเป็นเพียงบริการที่ช่วยให้เดินทางสะดวกขึ้น หรือเป็นสิ่งที่คุณจำเป็นต้องพึ่งทุกวัน


     ลองคิดเผื่อสถานการณ์ เช่น

  • รถอยู่ระหว่างตรวจเช็คหรือซ่อม
  • ตารางรถเปลี่ยน
  • กลับถึงสถานีหลังรถเที่ยวสุดท้าย
  • วันหยุดมีรอบรถลดลง
  • รถเต็มและต้องรอเที่ยวถัดไป


     ถ้าต้องเดินจากสถานีกลับคอนโดเอง เส้นทางนั้นยังอยู่ในระยะที่รับได้หรือไม่ และเดินกลับได้สะดวกแค่ไหน


     ถ้าเดินกลับเองไม่สะดวก ควรเตรียมทางเลือกสำรองไว้ เช่น มอเตอร์ไซค์รับจ้าง บริการเรียกรถ หรือใช้รถส่วนตัวเป็นบางวัน พร้อมเผื่อค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้นด้วย และไม่ควรคิดว่ารูปแบบบริการหรือค่าบริการรถรับส่งจะเหมือนเดิมตลอดไป


คอนโดใกล้รถไฟฟ้าเดินไกล เหมาะกับชีวิตประจำวันของคุณหรือไม่

     ไม่มีคำตอบว่าการเดินหรือใช้รถรับส่งแบบใดดีกว่าสำหรับทุกคน เพราะเวลาทำงาน ความถี่ในการเดินทาง และข้อจำกัดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน


เดินเองอาจเหมาะกว่า ถ้า

  • เวลาไป–กลับแต่ละวันไม่แน่นอน
  • กลับบ้านดึกบ่อย
  • ต้องการกำหนดเวลาออกจากคอนโดเอง
  • เส้นทางเดินต่อเนื่องและเดินได้สะดวก
  • ระยะเดินอยู่ในระดับที่ตัวเองรับได้


รถรับส่งอาจเหมาะกว่า ถ้า

  • เวลาไป–กลับค่อนข้างแน่นอน
  • รอบรถตรงกับเวลาที่ใช้เดินทาง
  • ไม่ต้องการเดินกลางแดดหรือฝนเป็นระยะไกล
  • จุดขึ้นและลงรถอยู่ในตำแหน่งที่สะดวก
  • มีทางเลือกอื่นรองรับหากรถไม่ให้บริการ


ควรพิจารณาเพิ่มเป็นพิเศษ ถ้า

  • มีเด็กเดินทางด้วย
  • มีผู้สูงอายุในครอบครัว
  • มีข้อจำกัดด้านการเดิน
  • ต้องถือกระเป๋าหรืออุปกรณ์ไปทำงานเป็นประจำ
  • กลับบ้านช่วงดึกบ่อย


     สำหรับคนในกลุ่มเหล่านี้ ระยะจากโครงการถึงสถานีอาจไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่สุด ความต่อเนื่องของทางเดิน ตำแหน่งจุดขึ้น–ลงรถ และความแน่นอนของการเดินทางในแต่ละวันอาจมีผลต่อการใช้ชีวิตมากกว่า


ก่อนซื้อ ลองทดสอบเส้นทางแบบนี้ 1 ครั้ง

     ก่อนเลือกระหว่างคอนโดที่ต้องเดินไปสถานีกับคอนโดที่ต้องพึ่งรถรับส่ง ลองจำลองการเดินทางให้ใกล้เคียงกับวันที่อยู่อาศัยจริงสักครั้ง

  • ไปดูคอนโดในวันทำงานหากทำได้
  • เริ่มจับเวลาจากล็อบบี้ หรือจุดที่ใกล้เคียงกับการใช้งานจริง
  • เดินจากคอนโดไปสถานีตามเส้นทางที่จะใช้เป็นประจำ
  • สังเกตทางเท้า จุดข้ามถนน และช่วงที่ต้องเดินอ้อม
  • ทดลองในเวลาใกล้เคียงกับช่วงไปทำงานหรือกลับบ้าน
  • หากมีรถรับส่ง ลองรอและใช้บริการจริงถ้าโครงการอนุญาต
  • จดเวลาที่ใช้รอรถแยกจากเวลาที่นั่งรถ
  • ทดลองเส้นทางขากลับจากสถานีมายังคอนโดด้วย
  • ถ้ากลับดึกเป็นประจำ ควรกลับไปดูพื้นที่ช่วงกลางคืนอีกครั้ง
  • นำเวลาตั้งแต่ออกจากคอนโดจนถึงสถานีของแต่ละโครงการมาเปรียบเทียบกัน

ผู้ซื้อใช้โทรศัพท์จับเวลาและจดบันทึกขณะทดลองเส้นทางจากคอนโดไปยังสถานีรถไฟฟ้า

     วิธีนี้ช่วยให้เห็นความแตกต่างของแต่ละโครงการได้ชัดกว่าการดูเพียงว่าคอนโดหนึ่งอยู่ห่างสถานีน้อยกว่าอีกแห่งกี่เมตร เพราะสิ่งที่ต้องเจอทุกวันคือเส้นทางทั้งหมดตั้งแต่ออกจากห้องจนถึงสถานี


     ก่อนตัดสินใจจากคำว่า “ใกล้รถไฟฟ้า” หรือ “มีรถรับส่ง” ควรลองเดินทางด้วยตัวเองในช่วงเวลาที่จะใช้งานจริง จับเวลาตั้งแต่ออกจากคอนโดจนถึงสถานี และคิดเผื่อวันที่ฝนตก วันที่กลับดึก หรือวันที่รถรับส่งไม่พร้อม เพราะความสะดวกในการอยู่จริงอาจต่างจากระยะที่เห็นบนแผนที่มาก


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น