บ้านสวย

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ ขายบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน | HomeForSaleInTH

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน พร้อมสาระก่อนซื้อบ้าน ดูทำเล ค่าใช้จ่าย และเช็คจุดสำคัญก่อนตัดสินใจ

บ้านมือสองมีเจ้าของอยู่เดิม ก่อนซื้อควรเช็คสภาพบ้าน วันย้ายออก และรายการส่งมอบ

บ้านมือสองมีเจ้าของอยู่เดิม ผู้ซื้อยืนจดรายละเอียดหน้าบ้าน ขณะที่ผู้อยู่อาศัยเดินเข้าบ้านและมีกล่องขนย้ายอยู่ภายใน

     บ้านมือสองมีเจ้าของอยู่เดิม ต้องเช็คมากกว่าสภาพที่เห็นในวันนัดดู เพราะเฟอร์นิเจอร์และของใช้ภายในบ้านอาจบังรอยชำรุดบางจุดไว้ ก่อนวางมัดจำควรถามให้ชัดว่าเจ้าของจะย้ายออกเมื่อไร ของชิ้นใดจะอยู่ต่อ ของชิ้นใดจะนำออก และผู้ซื้อจะกลับมาดูบ้านหลังขนย้ายของได้หรือไม่ หลักการนี้ใช้ได้กับบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ และทาวน์โฮมมือสอง เพื่อให้สภาพบ้านในวันรับมอบตรงกับข้อตกลงมากที่สุด


บ้านมือสองมีเจ้าของอยู่เดิม ก่อนซื้อควรเช็คอะไรเป็นอันดับแรก

     สิ่งแรกที่ควรถามไม่ใช่เพียงบ้านมีอายุกี่ปีหรือเคยซ่อมแซมส่วนใดมาแล้ว แต่ควรถามว่าเจ้าของหรือผู้พักอาศัยจะย้ายออกเมื่อไร บ้านจะว่างก่อนวันโอนหรือไม่ และผู้ซื้อจะได้กลับมาดูสภาพบ้านหลังขนย้ายของอีกครั้งหรือเปล่า


     นอกจากวันย้ายออกและรายการส่งมอบแล้ว ผู้ซื้อควร ดูบ้านมือสองก่อนซื้อ ให้ครบทั้งสภาพตัวบ้าน ระบบน้ำไฟ ประวัติการซ่อมแซม และค่าใช้จ่ายที่อาจตามมา


     ประเด็นที่ควรพูดคุยและตกลงให้ชัดตั้งแต่ต้น ได้แก่

  • เจ้าของหรือผู้พักอาศัยจะย้ายออกวันไหน
  • บ้านจะส่งมอบในสภาพบ้านว่างหรือยังมีเฟอร์นิเจอร์บางส่วน
  • สิ่งของชิ้นใดรวมอยู่ในการซื้อขาย
  • สิ่งของชิ้นใดผู้ขายจะนำออก
  • ใครเป็นผู้รับผิดชอบการขนย้ายและทำความสะอาด
  • ผู้ซื้อสามารถกลับมาดูบ้านก่อนโอนหรือก่อนรับกุญแจได้หรือไม่
  • หากพบความเสียหายหลังย้ายของออก จะตกลงแก้ไขกันอย่างไร


     คำตอบเหล่านี้ช่วยให้ผู้ซื้อประเมินได้ว่าบ้านพร้อมส่งมอบจริงหรือยัง และลดโอกาสที่สภาพบ้านในวันรับมอบจะแตกต่างจากวันที่ตกลงซื้อ


     ก่อนวางมัดจำ ควรแยกเรื่องการตรวจสภาพบ้านออกจากข้อตกลงเรื่องวันย้ายออกและรายการส่งมอบให้ชัดเจน ไม่ควรตกลงกันด้วยวาจาเพียงอย่างเดียว เพราะรายละเอียดสำคัญอาจตกหล่นหรือแต่ละฝ่ายอาจจดจำไม่ตรงกัน


บ้านมือสองมีเจ้าของอยู่เดิม สภาพหลังย้ายออกอาจต่างกันอย่างไร

     บ้านที่ยังมีคนอาศัยอยู่มักดูเรียบร้อยและให้ความรู้สึกเหมือนพร้อมเข้าอยู่ แต่ตู้ ชั้นวางของ พรม เตียง หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่อาจบังสภาพพื้นและผนังบางส่วนไว้

บ้านมือสองมีเจ้าของอยู่เดิม ผู้ซื้อใช้ไฟฉายตรวจผนังและพื้นบริเวณหลังตู้ภายในห้องนั่งเล่น

     เมื่อเจ้าของขนย้ายของออกแล้ว ผู้ซื้ออาจพบรายละเอียดที่มองไม่เห็นในวันดูบ้านครั้งแรก เช่น

  • รอยเจาะหรือรอยแตกร้าวบริเวณหลังตู้
  • คราบความชื้นหรือเชื้อราหลังเฟอร์นิเจอร์
  • พื้นมีรอยขีดข่วน ยุบ บวม หรือมีสีไม่สม่ำเสมอ
  • ผนังมีคราบหรือรอยจากการติดตั้งโทรทัศน์และชั้นวางของ
  • ปลั๊กไฟ สายไฟ หรือจุดเชื่อมต่อบางส่วนถูกถอดออก
  • รอยรั่วซึมที่เคยถูกสิ่งของบังไว้
  • ประตูหรือหน้าต่างเปิดได้ไม่เต็มที่
  • พื้นหรือผนังเสียหายระหว่างการขนย้ายของ


     ความเสียหายบางจุดอาจไม่ได้เกิดจากการปกปิด แต่อาจเกิดขึ้นระหว่างการถอดเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ ผู้ซื้อจึงควรดูบ้านทั้งในวันที่ยังมีคนอาศัยอยู่และนัดกลับมาดูอีกครั้งเมื่อการขนย้ายใกล้เสร็จ


อย่าประเมินสภาพบ้านจากบริเวณที่มองเห็นเท่านั้น

     ระหว่างดูบ้านครั้งแรก ควรขออนุญาตตรวจบริเวณที่สามารถเข้าถึงได้ เช่น ใต้อ่างล้างจาน หลังประตู ภายในตู้ติดผนัง รอบเครื่องปรับอากาศ และมุมที่มีเฟอร์นิเจอร์วางชิดผนัง


     หากเจ้าของยังไม่สะดวกเคลื่อนย้ายสิ่งของ ผู้ซื้อควรถ่ายรูปหรือจดตำแหน่งที่ต้องการกลับมาเช็คไว้ เพื่อไม่ให้ลืมตรวจสอบเมื่อกลับมาดูบ้านครั้งถัดไป


บ้านมือสองมีเจ้าของอยู่เดิม ต้องตกลงวันย้ายออกและวันส่งมอบให้ชัด

     วันโอนกรรมสิทธิ์ วันย้ายออก และวันส่งมอบกุญแจอาจไม่ใช่วันเดียวกัน ผู้ซื้อจึงไม่ควรเข้าใจว่าเมื่อโอนกรรมสิทธิ์เสร็จแล้วจะสามารถเข้าอยู่ได้ทันที


     ควรถามและตกลงประเด็นต่อไปนี้ให้ชัดเจน

  1. ผู้ขายจะขนย้ายของออกเสร็จเมื่อไร
  2. ผู้ขายจะทำความสะอาดบ้านก่อนส่งมอบหรือไม่
  3. ผู้ซื้อจะได้รับกุญแจและเข้าใช้บ้านได้ตั้งแต่วันไหน
  4. หากผู้ขายต้องพักอาศัยต่อหลังวันโอน จะมีข้อตกลงอย่างไร
  5. หากผู้ขายย้ายออกล่าช้า ใครจะเป็นผู้ประสานงานและรับผิดชอบ
  6. จะมีการนัดดูสภาพบ้านรอบสุดท้ายก่อนรับมอบหรือไม่

บ้านมือสองมีเจ้าของอยู่เดิม คนสองคนนั่งตรวจรายการส่งมอบบนโต๊ะ พร้อมกุญแจ ปฏิทิน และกล่องขนย้าย

     หากวันย้ายออกยังไม่แน่นอน ผู้ซื้อควรพิจารณาผลกระทบต่อวันย้ายเข้า ค่าเช่าที่พักเดิม การนัดช่าง การขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ และค่าใช้จ่ายอื่นที่อาจตามมา


     ข้อตกลงเกี่ยวกับวันย้ายออก วันส่งมอบบ้าน และวันที่ผู้ซื้อจะเข้าใช้บ้านได้ ควรระบุไว้ในเอกสารให้ชัดเจน เนื่องจากเงื่อนไขของแต่ละกรณีอาจแตกต่างกัน ผู้ซื้อจึงควรตรวจสอบรายละเอียดกับผู้เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนลงนาม


     ก่อนลงนาม ผู้ซื้อควรอ่าน คำแนะนำก่อนทำและเซ็นสัญญาจะซื้อจะขายบ้าน และตรวจให้ข้อความเรื่องวันย้ายออก รายการสิ่งของ และการส่งมอบตรงกับข้อตกลงจริง


บ้านมือสองมีเจ้าของอยู่เดิม ควรมีรายการส่งมอบอะไรบ้าง

     รายการส่งมอบช่วยให้ผู้ซื้อและผู้ขายเข้าใจตรงกันว่าผู้ซื้อจะได้รับบ้านในสภาพใด และมีสิ่งของชิ้นใดรวมอยู่ในการซื้อขาย ไม่ควรใช้เพียงคำกว้าง ๆ เช่น “ขายตามสภาพ” หรือ “แถมของในบ้าน” โดยไม่มีรายละเอียดประกอบ


     รายการที่ควรบันทึกสามารถแบ่งได้ดังนี้


สภาพพื้นที่และส่วนประกอบของบ้าน

  • ผนัง พื้น ฝ้าเพดาน และหลังคา
  • ประตู หน้าต่าง มุ้งลวด และเหล็กดัด
  • ห้องน้ำ สุขภัณฑ์ ก๊อกน้ำ และเครื่องทำน้ำอุ่น
  • ห้องครัว อ่างล้างจาน เคาน์เตอร์ และตู้ติดผนัง
  • โรงจอดรถ ประตูรั้ว และพื้นที่รอบบ้าน
  • ส่วนต่อเติม เช่น ครัวหลังบ้าน ห้องเก็บของ หรือกันสาด


     ไม่จำเป็นต้องบันทึกรอยเล็กน้อยทุกตำแหน่ง แต่ควรถ่ายรูปจุดสำคัญไว้ รวมถึงจุดที่ผู้ขายตกลงว่าจะซ่อม และจุดที่ผู้ซื้อยอมรับว่าจะรับมอบตามสภาพเดิม


อุปกรณ์และสิ่งของที่ส่งมอบพร้อมบ้าน

  • เครื่องปรับอากาศและรีโมต
  • ปั๊มน้ำและถังเก็บน้ำ
  • เครื่องทำน้ำอุ่น
  • เตา เครื่องดูดควัน และอุปกรณ์ครัว
  • ผ้าม่าน มู่ลี่ และรางม่าน
  • โคมไฟ พัดลมเพดาน และอุปกรณ์ติดผนัง
  • กล้องวงจรปิด ระบบสัญญาณกันขโมย หรือระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในบ้าน
  • เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวหรือเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินที่ตกลงให้ไว้


     ควรระบุจำนวน ยี่ห้อ รุ่น หรือตำแหน่งเท่าที่ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะสิ่งของที่มีมูลค่าหรือมีหลายชิ้น เพื่อป้องกันความเข้าใจไม่ตรงกันในภายหลัง


กุญแจและอุปกรณ์สำหรับเข้าออกบ้าน

  • กุญแจประตูหลักและประตูหลัง
  • กุญแจประตูรั้ว
  • รีโมตประตูรั้วหรือโรงจอดรถ
  • กุญแจตู้จดหมาย
  • กุญแจห้องเก็บของ
  • คีย์การ์ดหรือบัตรผ่านเข้าโครงการ
  • รหัสประตูดิจิทัลหรือรหัสของอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่
  • คู่มือหรือใบรับประกันที่ยังมีอยู่


     ควรนับจำนวนกุญแจ รีโมต และบัตรผ่านในวันรับมอบจริง ไม่ควรเห็นเพียงกุญแจหนึ่งชุดแล้วเข้าใจว่าได้รับครบทั้งหมด


เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และของติดบ้านต้องระบุให้ละเอียด

     คำว่า “ของติดบ้าน” อาจมีความหมายต่างกันสำหรับผู้ซื้อและผู้ขาย ผู้ขายอาจหมายถึงเฉพาะสิ่งที่ยึดติดกับผนัง ขณะที่ผู้ซื้ออาจเข้าใจว่ารวมถึงเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เห็นในวันดูบ้านด้วย

ผู้ซื้อใช้สมาร์ตโฟนถ่ายภาพเครื่องปรับอากาศ ตู้บิลต์อิน ผ้าม่าน โทรทัศน์ และเฟอร์นิเจอร์ในห้องนั่งเล่น

     ตัวอย่างสิ่งที่ควรระบุให้ชัด ได้แก่

  • ตู้บิลต์อินอยู่ต่อ แต่โต๊ะรับประทานอาหารจะถูกนำออก
  • เครื่องปรับอากาศอยู่ต่อครบทุกห้องหรือเพียงบางห้อง
  • โทรทัศน์ไม่รวมอยู่ในการซื้อขาย แต่ชั้นวางโทรทัศน์อยู่ต่อ
  • ผ้าม่านอยู่ต่อเฉพาะบางห้อง
  • เครื่องซักผ้า ตู้เย็น หรือเตาไมโครเวฟ ผู้ขายจะนำออก
  • โคมไฟบางชุดจะถูกถอดและเปลี่ยนเป็นโคมไฟแบบทั่วไป
  • กล้องวงจรปิดอยู่ต่อ แต่อุปกรณ์บันทึกภาพไม่รวมอยู่ด้วย


     หากผู้ขายจะถอดสิ่งของที่ยึดติดกับผนัง ควรตกลงเพิ่มเติมว่าจะซ่อมรอยเจาะ เก็บสายไฟ หรือปิดช่องต่าง ๆ ให้เรียบร้อยหรือไม่ เพราะการถอดอุปกรณ์อาจทำให้ผนังหรือระบบไฟฟ้าต้องได้รับการซ่อมแซมเพิ่มเติม


ของที่ผู้ขายจะนำออกต้องตกลงอย่างไร

     บางครั้งผู้ขายอาจทิ้งเฟอร์นิเจอร์เก่า วัสดุเหลือใช้ หรือสิ่งของที่ไม่ต้องการขนไปด้วย ผู้ซื้อจึงควรระบุให้ชัดว่าต้องการรับสิ่งของชิ้นใด และสิ่งของที่เหลือต้องนำออกจากบ้านก่อนวันส่งมอบ


     การได้รับเฟอร์นิเจอร์เพิ่มไม่ใช่ข้อดีเสมอไป เพราะของบางชิ้นอาจชำรุด มีค่าใช้จ่ายในการขนทิ้งหรือรื้อถอน และอาจบังสภาพพื้นหรือผนังด้านหลังไว้


กุญแจ มิเตอร์น้ำไฟ และค่าใช้จ่ายค้างชำระควรเช็คอะไร

     ก่อนรับมอบบ้าน ควรเช็คข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานและค่าใช้จ่ายให้ครบ ไม่ควรรอจนย้ายเข้าแล้วจึงค่อยค้นหาเอกสารหรือสอบถามย้อนหลัง


     รายการที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  • จำนวนกุญแจและรีโมตทั้งหมด
  • หมายเลขมิเตอร์น้ำและมิเตอร์ไฟฟ้า
  • ตัวเลขหน่วยน้ำและไฟฟ้า ณ วันส่งมอบ
  • สถานะบิลค่าน้ำและค่าไฟฟ้าล่าสุด
  • ค่าอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ หรือบริการอื่นที่ติดตั้งอยู่ในบ้าน
  • ค่าส่วนกลางหมู่บ้านหรือค่าใช้จ่ายส่วนกลาง
  • ค่ารักษาความปลอดภัยหรือค่าบริการอื่น
  • สติกเกอร์รถ บัตรผ่าน และสิทธิใช้พื้นที่ส่วนกลาง
  • เอกสารรับประกันอุปกรณ์ที่ยังไม่หมดอายุ


     สำหรับทาวน์เฮ้าส์และทาวน์โฮมมือสอง ควรเช็ครีโมตประตู บัตรผ่านเข้าโครงการ และสถานะค่าส่วนกลางพร้อมกับรายการส่งมอบบ้าน


     การเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า ประปา อินเทอร์เน็ต หรือบริการอื่นอาจมีขั้นตอนและต้องใช้เอกสารแตกต่างกัน ผู้ซื้อควรสอบถามผู้ให้บริการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง และเช็คข้อมูลล่าสุดก่อนดำเนินการ


     หากมีค่าใช้จ่ายค้างชำระ ควรตกลงให้ชัดว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายใดและต้องชำระให้เสร็จเมื่อไร ไม่ควรอาศัยเพียงคำพูด โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่อาจกระทบต่อการใช้บริการหรือสิทธิในการใช้พื้นที่ส่วนกลาง


จุดซ่อมและความสะอาดควรตกลงก่อนส่งมอบอย่างไร

     ผู้ซื้อบางรายอาจเข้าใจว่าผู้ขายจะทำความสะอาดและซ่อมบ้านให้พร้อมเข้าอยู่ ขณะที่ผู้ขายอาจเข้าใจว่าเป็นการขายตามสภาพ จึงควรตกลงรายละเอียดเหล่านี้ตั้งแต่ก่อนวางมัดจำหรือก่อนลงนามในเอกสารสำคัญ


     จุดที่มักต้องตกลง ได้แก่

  • การเก็บขยะและสิ่งของที่ไม่ใช้แล้ว
  • การทำความสะอาดพื้น ห้องน้ำ และห้องครัว
  • การล้างเครื่องปรับอากาศ
  • การอุดรอยจากการถอดชั้นวางหรือโทรทัศน์
  • การซ่อมกระเบื้อง พื้น หรือบัวที่เสียหายจากการขนย้าย
  • การแก้ไขรอยรั่วซึมตามที่ตกลงกัน
  • การเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ชำรุดก่อนส่งมอบ
  • การตัดหญ้าและจัดพื้นที่รอบบ้านให้เรียบร้อย


     ควรแยกให้ชัดว่าจุดใดผู้ขายตกลงซ่อม และจุดใดผู้ซื้อรับทราบว่าจะรับมอบตามสภาพ หากไม่มีรายการที่ชัดเจน ทั้งสองฝ่ายอาจจดจำข้อตกลงไม่ตรงกันเมื่อถึงวันส่งมอบ


ก่อนโอนควรกลับไปดูบ้านซ้ำอีกครั้งไหม

     ควรนัดกลับไปดูบ้านเมื่อเจ้าของย้ายของออกแล้ว หรืออย่างน้อยในช่วงที่การขนย้ายใกล้เสร็จ เพราะเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้เปรียบเทียบสภาพบ้านกับวันที่ตกลงซื้อ


     การกลับไปดูบ้านรอบนี้มีจุดประสงค์ต่างจากการ ตรวจบ้านก่อนโอน เพราะเน้นยืนยันสภาพหลังขนย้ายและสิ่งของที่ตกลงกันไว้ มากกว่าการตรวจระบบทุกจุดอย่างละเอียด

ผู้ซื้อถ่ายภาพห้องหลังขนย้าย พร้อมเช็คกุญแจ รีโมต และมิเตอร์ไฟฟ้าก่อนรับมอบบ้าน

     การกลับไปดูซ้ำไม่ใช่การตรวจระบบทุกส่วนของบ้านอย่างละเอียด แต่เป็นการยืนยันว่า

  • บ้านอยู่ในสภาพตามที่ตกลงกัน
  • ของที่ระบุว่าจะอยู่ต่อยังอยู่ครบ
  • ของที่ต้องนำออกถูกขนย้ายเรียบร้อยแล้ว
  • ไม่มีความเสียหายใหม่จากการขนย้าย
  • จุดที่ตกลงให้ซ่อมได้รับการแก้ไขแล้ว
  • กุญแจ รีโมต และอุปกรณ์ต่าง ๆ พร้อมส่งมอบ
  • ไม่มีผู้อยู่อาศัยหรือสิ่งของที่ไม่ได้ตกลงกันเหลืออยู่ในบ้าน


     ควรนำรูปถ่ายเดิมและรายการส่งมอบไปเปรียบเทียบทีละจุด หากพบว่าสภาพบ้านหรือสิ่งของแตกต่างจากข้อตกลง ควรถ่ายรูปเก็บไว้และพูดคุยให้ได้ข้อสรุปก่อนดำเนินการในขั้นต่อไป


     ผู้ที่อยู่ในช่วงหลังดูบ้านก่อนวางมัดจำควรรวบรวมคำถามเกี่ยวกับวันย้ายออก ของที่อยู่ต่อ และจุดที่ต้องซ่อมให้ครบ ไม่ควรรอจนใกล้ถึงวันโอน เพราะอาจเหลือเวลาไม่เพียงพอสำหรับการแก้ไข


เช็คลิสต์สั้น ๆ ก่อนซื้อบ้านมือสองที่ยังมีเจ้าของอยู่เดิม

     ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านลักษณะนี้ ควรเช็คประเด็นต่อไปนี้ให้ครบเท่าที่ทำได้

  1. ถามวันย้ายออกและวันส่งมอบให้ชัด
  2. ขอรายการของที่อยู่ต่อและของที่ผู้ขายจะนำออก
  3. ถ่ายรูปสภาพบ้านและอุปกรณ์ที่ตกลงให้ส่งมอบ
  4. จดตำแหน่งที่ถูกเฟอร์นิเจอร์บังไว้เพื่อนัดกลับมาเช็ค
  5. ตกลงเรื่องการทำความสะอาดและการนำสิ่งของออกจากบ้าน
  6. ระบุจุดที่ผู้ขายรับผิดชอบซ่อมก่อนส่งมอบ
  7. เช็คกุญแจ รีโมต คีย์การ์ด และบัตรผ่านต่าง ๆ
  8. บันทึกเลขมิเตอร์และสถานะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
  9. นัดดูบ้านซ้ำหลังขนย้ายหรือก่อนรับมอบ
  10. ตรวจสอบข้อความในสัญญาและเอกสารกับผู้เกี่ยวข้องก่อนลงนาม


     ก่อนซื้อบ้านที่ยังมีเจ้าของอาศัยอยู่ ควรยืนยันให้ชัด 3 เรื่อง ได้แก่ วันย้ายออก รายการสิ่งของที่ส่งมอบ และการกลับไปดูบ้านหลังขนย้าย จากนั้นควรถ่ายรูป บันทึกเลขมิเตอร์ และตรวจเอกสารที่เกี่ยวข้องก่อนลงนาม วิธีนี้ช่วยให้ผู้ซื้อเปรียบเทียบสภาพบ้านในวันดูทรัพย์กับสภาพที่จะได้รับจริง และลดความเข้าใจไม่ตรงกันในวันส่งมอบ


     หากต้องการทบทวนขั้นตอนอื่นก่อนตัดสินใจ สามารถดูบทความในหมวด ดูบ้านก่อนซื้อ เพื่อไล่ประเด็นตั้งแต่การนัดดูทรัพย์ การวางมัดจำ ไปจนถึงการเตรียมตัวก่อนรับโอน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น