บ้านสวย

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ ขายบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน | HomeForSaleInTH

รีวิวอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด ที่ดิน พร้อมสาระก่อนซื้อบ้าน ดูทำเล ค่าใช้จ่าย และเช็คจุดสำคัญก่อนตัดสินใจ

ซื้อที่ดินสร้างบ้าน ต้องตรวจสอบหน้ากว้าง ความลึก และสภาพแปลงอย่างไร

ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์พาคู่รักสำรวจแปลง ซื้อที่ดินสร้างบ้าน ก่อนตัดสินใจ

     หากกำลังวางแผน ซื้อที่ดินสร้างบ้าน ไม่ควรพิจารณาเพียงทำเลหรือราคาเท่านั้น เพราะหน้ากว้าง ความลึก และสภาพแปลง ล้วนส่งผลต่อการออกแบบบ้าน งบประมาณ และการใช้งานจริงในระยะยาว หากตรวจดูรายละเอียดเหล่านี้ให้รอบคอบตั้งแต่ต้น ก็จะช่วยให้ตัดสินใจได้มั่นใจขึ้น และลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลังได้มาก


ซื้อที่ดินสร้างบ้าน ต้องตรวจสอบหน้ากว้างและความลึกอย่างไร

     หน้ากว้างและความลึกของที่ดินเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการวางผังบ้านโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งตัวบ้าน ที่จอดรถ พื้นที่สวน ช่องเปิดรับแสง หรือระยะโดยรอบตัวบ้าน หากสัดส่วนของแปลงไม่สอดคล้องกับรูปแบบบ้านที่ต้องการ แม้ทำเลจะดีหรือราคาจะน่าสนใจ ก็อาจทำให้ต้องปรับแบบ ใช้งบประมาณเพิ่ม หรืออยู่อาศัยจริงได้ไม่สะดวกเท่าที่ควร

ภาพแปลงสี่เหลี่ยมสำหรับ ซื้อที่ดินสร้างบ้าน ที่เห็นหน้ากว้างและความลึกชัดเจน

หน้ากว้างของที่ดินมีผลต่ออะไรบ้าง

     หน้ากว้างของที่ดินมีผลต่อภาพรวมของบ้านตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงการใช้งานจริง หากหน้ากว้างเหมาะสม การจัดวางประตูรั้ว โรงจอดรถ ประตูทางเข้า และช่องเปิดต่าง ๆ จะทำได้ง่ายขึ้น บ้านก็มักดูโปร่ง สบายตา และน่าอยู่มากขึ้นด้วย


     ในทางกลับกัน หากหน้ากว้างแคบเกินไป การออกแบบอาจมีข้อจำกัดมากขึ้น เช่น จัดที่จอดรถได้ยาก เปิดหน้าต่างได้ไม่เต็มที่ หรือทำให้พื้นที่หน้าบ้านดูคับแคบกว่าที่คาดไว้ แม้ตัวเลขในเอกสารจะดูเพียงพอ แต่เมื่อใช้งานจริงอาจไม่สะดวกอย่างที่คิด


     หากกำลังเปรียบเทียบแปลงหน้าแคบกับแปลงที่มีด้านหน้ากว้างกว่า ควรอ่านเรื่อง ที่ดินหน้ากว้าง เพิ่มเติม เพื่อเช็คว่าหน้ากว้างช่วยเรื่องการวางบ้าน ที่จอดรถ ความโปร่งของบ้าน และโอกาสขายต่อได้มากน้อยแค่ไหน


ความลึกของที่ดินควรพิจารณาอย่างไร

     ความลึกของที่ดินมีผลต่อการจัดวางพื้นที่ใช้งานภายในบ้าน เช่น จะจัดสวนไว้ด้านหน้า หรือด้านหลัง จะเผื่อพื้นที่ซักล้างไว้ตรงไหน หรือจะวางตัวบ้านลึกเข้าไปมากน้อยเพียงใด หากแปลงมีความลึกมาก แต่หน้ากว้างน้อย บ้านอาจออกมาในลักษณะแคบและยาว ทำให้บางจุดรับแสงและลมได้ไม่ดีเท่าที่ควร


     แต่หากที่ดินตื้นเกินไป ก็อาจมีพื้นที่ใช้งานไม่เพียงพอ โดยเฉพาะบ้านที่ต้องการลานจอดรถ พื้นที่โดยรอบบ้าน หรือพื้นที่เผื่อต่อเติมในอนาคต เพราะฉะนั้น การดูเฉพาะขนาดรวมของที่ดินจึงยังไม่พอ ควรดูสัดส่วนของแปลงควบคู่กันไปด้วย


สัดส่วนที่ดินแบบไหนเหมาะกับการสร้างบ้าน

     โดยทั่วไป ที่ดินที่มีสัดส่วนค่อนข้างสมดุลระหว่างหน้ากว้างกับความลึก มักออกแบบบ้านได้ง่ายกว่า และใช้พื้นที่ได้คุ้มค่ากว่าแปลงที่ยาวมากหรือแคบมาก เพราะสามารถจัดวางตัวบ้าน พื้นที่ว่าง และทางเดินโดยรอบได้ลงตัวกว่า


     อย่างไรก็ตาม สัดส่วนที่เหมาะสมไม่ได้มีตัวเลขตายตัวเสมอไป เพราะขึ้นอยู่กับรูปแบบบ้านที่ต้องการสร้าง เช่น บ้านชั้นเดียว บ้านสองชั้น บ้านที่เน้นพื้นที่จอดรถ หรือบ้านที่ต้องการพื้นที่สวนด้านข้างมากเป็นพิเศษ ก่อนตัดสินใจจึงควรพิจารณาให้ชัดว่าแปลงนั้นรองรับรูปแบบการอยู่อาศัยที่ต้องการจริงหรือไม่


ตรวจสอบแนวถนนและทางเข้าออก

     ก่อนตัดสินใจเลือกแปลงสำหรับปลูกบ้าน ควรตรวจดูให้แน่ชัดว่าที่ดินติดถนนสาธารณะหรือไม่ และมีทางเข้าออกกว้างพอสำหรับการใช้งานจริงหรือไม่ หากเป็นที่ดินในซอย ก็ควรสังเกตด้วยว่าซอยแคบเกินไปหรือไม่ รถสวนกันสะดวกหรือไม่ และเมื่อมีรถจอดริมทางจะกระทบกับการเข้าออกมากน้อยเพียงใด


     เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะบางแปลงดูดีในภาพรวม แต่เมื่อใช้งานจริงกลับมีปัญหาเรื่องเลี้ยวรถเข้าบ้านยาก กลับรถลำบาก หรือเข้าออกไม่สะดวกในชีวิตประจำวัน


     ถ้ายังชั่งใจเรื่องแปลงที่ติดถนนหรืออยู่ลึกเข้าไปด้านใน ลองอ่านบทความ บ้านติดถนนใหญ่ดีไหม ข้อดีข้อเสียที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ เพื่อเทียบข้อดีข้อเสียของทำเลลักษณะนี้ให้ชัดขึ้น


ซื้อที่ดินสร้างบ้าน ควรตรวจสอบสภาพแปลงอะไรบ้าง

     นอกจากขนาดและสัดส่วนของแปลงแล้ว สภาพที่ดินก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก เพราะมีผลทั้งต่อความเหมาะสมในการปลูกสร้าง และค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มงานจริง หากดูเพียงผิวหน้าดินหรือมองผ่าน ๆ อาจไม่เห็นปัญหาที่ต้องกลับมาแก้ไขในภายหลัง


ระดับที่ดินและการถมดิน

     ควรสังเกตว่าที่ดินสูงหรือต่ำกว่าถนนและแปลงข้างเคียงมากน้อยเพียงใด หากที่ดินต่ำกว่าพื้นที่โดยรอบมาก อาจต้องถมดินเพิ่ม และวางแผนระบบระบายน้ำให้ดี เพื่อช่วยลดความเสี่ยงเรื่องน้ำขังหรือปัญหาน้ำไหลย้อนในช่วงฝนตกหนัก

สภาพดินต่างระดับและร่องระบายน้ำริมถนนของแปลงที่ดิน

     แม้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่หลายคนมองข้ามในช่วงแรก แต่ระดับของที่ดินมีผลต่อทั้งงบประมาณและความพร้อมก่อนเริ่มก่อสร้าง จึงควรพิจารณาให้ละเอียดตั้งแต่ก่อนตัดสินใจซื้อ


ลักษณะดินและความแข็งแรง

     สภาพดินในแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน บางแปลงอาจดูเรียบและแห้งดี แต่ชั้นดินด้านล่างอาจไม่แข็งแรงพอสำหรับการก่อสร้างตามแบบที่ต้องการ หากเป็นดินอ่อน หรือมีความเสี่ยงเรื่องการทรุดตัว ก็อาจต้องใช้ฐานรากที่ซับซ้อนขึ้น และทำให้งบประมาณก่อสร้างสูงขึ้นตามไปด้วย


     หากเป็นแปลงที่สนใจอย่างจริงจังและมีแผนปลูกสร้างในระยะยาว การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือสอบถามข้อมูลจากผู้ที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ จะช่วยให้ตัดสินใจได้รอบคอบมากขึ้น


รูปทรงของแปลงที่ดิน

     ที่ดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือแปลงที่มีรูปทรงค่อนข้างเป็นระเบียบ มักออกแบบบ้านได้ง่าย และใช้พื้นที่ได้คุ้มค่ากว่า แต่หากเป็นแปลงที่มีมุมเฉียง เว้า หรือรูปทรงไม่สม่ำเสมอ ก็อาจทำให้การวางตัวบ้านยากขึ้น และมีพื้นที่บางส่วนที่ใช้งานได้ไม่เต็มที่


     แปลงลักษณะนี้ไม่ได้หมายความว่าซื้อไม่ได้ แต่ควรดูให้ชัดว่าพื้นที่ที่ใช้งานได้จริงเหลือมากน้อยเพียงใด และคุ้มกับราคาที่ต้องจ่ายหรือไม่


ซื้อที่ดินสร้างบ้าน ต้องตรวจสอบอะไรเพิ่มเติม

     นอกจากตัวแปลงแล้ว ยังมีปัจจัยแวดล้อมอีกหลายอย่างที่ควรพิจารณาควบคู่กัน เพราะบางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่รูปแปลง แต่อยู่ที่ข้อจำกัดของพื้นที่โดยรอบ หรือรายละเอียดเล็ก ๆ ที่มองข้ามไปในวันที่เข้าไปดูที่ดิน


ผังเมืองและข้อกำหนดกฎหมาย

     ก่อนตัดสินใจ ควรตรวจสอบผังเมืองรวมและข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่นั้นด้วย เช่น ข้อจำกัดด้านการปลูกสร้าง ความสูงอาคาร ระยะร่น หรือเงื่อนไขเฉพาะบางอย่างที่อาจมีผลต่อแบบบ้านที่ต้องการ


     หากต้องการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นด้วยตนเอง สามารถดูได้จาก ระบบตรวจสอบผังการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมือง ของกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อเช็กข้อกำหนดของพื้นที่ก่อนตัดสินใจ


     ข้อมูลกลุ่มนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามเวลา จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดอีกครั้งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจเสมอ


ระบบสาธารณูปโภค

     ควรตรวจสอบว่าในพื้นที่มีไฟฟ้า ประปา ระบบระบายน้ำ และถนนที่พร้อมใช้งานหรือไม่ เพราะถึงแม้ตัวแปลงจะดูเหมาะ แต่หากสาธารณูปโภคยังไม่พร้อม ก็อาจทำให้ต้องเผื่อทั้งเวลาและงบประมาณมากกว่าที่คิด


     นอกจากนี้ ควรพิจารณาสภาพแวดล้อมรอบข้างด้วยว่าเหมาะกับการอยู่อาศัยจริงหรือไม่ เช่น ความเงียบ ความเป็นส่วนตัว การระบายน้ำของพื้นที่ และความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน


     ถ้าต้องการประเมินย่านรอบแปลงให้รอบด้านขึ้น ลองอ่านบทความ ดูทำเลบ้านยังไง ให้น่าอยู่ในระยะยาว ไม่ใช่แค่ดูว่าของกินเยอะ เพื่อเช็กเรื่องสภาพแวดล้อม ความปลอดภัย และแนวโน้มของพื้นที่เพิ่มเติม


รายการตรวจสอบเมื่อไปดูที่ดินหน้างานก่อนตัดสินใจ

วัดสัดส่วนแปลงจากการใช้งานจริง

  • ดูแนวด้านหน้าที่ติดถนนก่อนเป็นจุดแรก เพราะพื้นที่ส่วนนี้มีผลต่อการวางประตูรั้ว ที่จอดรถ และภาพรวมของหน้าบ้าน หากด้านหน้าสั้นเกินไป บ้านอาจดูอึดอัดตั้งแต่เริ่มออกแบบ
  • ลองเดินจากหน้าที่ดินไปจนสุดด้านหลัง เพื่อให้เห็นภาพจริงว่าความลึกใช้งานสะดวกหรือไม่ เพราะการดูจากเอกสารเพียงอย่างเดียวอาจไม่ทำให้เห็นลักษณะการใช้งานของพื้นที่จริง
  • หากเป็นไปได้ ควรนึกภาพตำแหน่งโรงจอดรถ ประตูทางเข้า ตัวบ้าน และพื้นที่โดยรอบไปพร้อมกัน จะช่วยให้เห็นชัดขึ้นว่าแปลงนั้นเหมาะกับการใช้งานของครอบครัวหรือไม่
  • หากต้องการบ้านชั้นเดียว หรืออยากมีพื้นที่ข้างบ้านพอให้เดินรอบได้ ก็ควรเผื่อพื้นที่มากกว่าการวางตัวบ้านแบบพอดีแปลง เพราะเมื่ออยู่อาศัยจริง มักต้องใช้พื้นที่มากกว่าที่คิด

ผู้ตรวจแปลงกำลังวัดแนวเขตสำหรับ ซื้อที่ดินสร้างบ้าน ริมถนนทางเข้า

สังเกตสิ่งที่อาจรบกวนการใช้พื้นที่ในอนาคต

  • ดูว่ามีเสาไฟฟ้า บ่อพัก ท่อระบายน้ำ ต้นไม้ใหญ่ หรือสิ่งปลูกสร้างเดิม อยู่ในตำแหน่งที่อาจกระทบกับการวางบ้านหรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้อาจทำให้ต้องปรับแบบและมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
  • ตรวจสอบแนวรั้วของแปลงข้างเคียงว่าดูสอดคล้องกับรูปแปลงหรือไม่ หากมีมุมเอียงหรือแนวเขตไม่ชัด ก็ควรระวังว่าพื้นที่ที่ใช้ได้จริงอาจไม่ตรงกับที่คาดไว้
  • สังเกตระดับถนนหน้าที่ดินเทียบกับตัวแปลง หากถนนสูงกว่ามาก เวลาฝนตกอาจมีความเสี่ยงเรื่องน้ำไหลย้อน หรืออาจต้องวางแผนระบบระบายน้ำเพิ่มเติม
  • ลองดูสภาพการเข้าออกในช่วงเวลาต่าง ๆ หากซอยแคบหรือมีรถจอดริมทางบ่อย พื้นที่ที่ดูเหมือนเข้าออกได้สะดวกในวันที่ไปดู อาจไม่ได้สะดวกเช่นนั้นทุกวัน


     ก่อนลงพื้นที่จริง ลองเช็กข้อมูลเบื้องต้นผ่าน ระบบค้นหารูปแปลงที่ดิน (LandsMaps) ของกรมที่ดิน เพื่อดูตำแหน่งแปลง เนื้อที่ และข้อมูลประกอบที่เกี่ยวข้องก่อน


ลักษณะแปลงที่ควรคิดให้รอบ เพราะอาจทำให้สร้างบ้านยากขึ้น

แปลงหน้าค่อนข้างแคบ

  • แปลงลักษณะนี้มักจัดที่จอดรถได้ยาก โดยเฉพาะบ้านที่ต้องการจอดรถ 2 คันแบบใช้งานสะดวกทุกวัน
  • การเปิดช่องแสงด้านหน้าอาจทำได้จำกัด หากตัวบ้านกินพื้นที่เกือบเต็มแนวกว้าง บ้านอาจต้องพึ่งช่องแสงด้านข้างหรือด้านหลังมากขึ้น
  • แบบบ้านที่เลือกได้อาจเหลือน้อยลง และบางกรณีอาจต้องปรับแบบเฉพาะมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ค่าก่อสร้างหรือค่าปรับแบบสูงขึ้น
  • หากถูกใจทำเลของแปลงลักษณะนี้จริง ก็ควรคิดล่วงหน้าว่าจะยอมลดพื้นที่สวน ลดขนาดที่จอดรถ หรือย้ายพื้นที่ใช้สอยบางส่วนไปไว้ชั้นบนแทนหรือไม่


แปลงลึกมากกว่าปกติ

  • ข้อดีคือมีพื้นที่ต่อเนื่องยาว ทำให้แบ่งโซนหน้าบ้าน ตัวบ้าน และพื้นที่หลังบ้านได้ค่อนข้างชัด
  • แต่หากหน้ากว้างไม่สัมพันธ์กับความลึก บ้านอาจออกมาเป็นทรงยาว ทำให้บางจุดภายในบ้านได้รับแสงและลมไม่ดีเท่าที่ควร
  • การวางระบบต่าง ๆ เช่น ท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ หรือการจัดทางเดินภายในแปลง อาจซับซ้อนกว่าที่ดินที่มีสัดส่วนสมดุล
  • หากต้องการเก็บพื้นที่ด้านหลังไว้ทำสวน ครัวไทย หรือพื้นที่ซักล้าง ก็ควรวางแผนตั้งแต่ต้น มิฉะนั้น อาจเหลือพื้นที่ด้านหลังที่ใช้งานจริงได้ไม่เต็มที่


แปลงมีมุมเอียงหรือรูปทรงไม่สม่ำเสมอ

  • ที่ดินลักษณะนี้อาจดูราคาน่าสนใจ แต่เมื่อเริ่มออกแบบจริง อาจเสียพื้นที่บางส่วนไปกับมุมที่ใช้งานยาก
  • การวางตัวบ้านให้สวยและใช้พื้นที่ได้คุ้ม มักทำได้ยากขึ้น โดยเฉพาะหากต้องการบ้านที่มีส่วนใช้งานครบถ้วนพอสมควร
  • บางมุมอาจกลายเป็นพื้นที่แคบที่ใช้งานไม่ค่อยได้ แต่ยังต้องดูแลพื้น ทางเดิน หรือแนวรั้วเช่นเดียวกับพื้นที่ส่วนอื่น
  • หากกำลังพิจารณาแปลงแบบนี้ ควรมองให้ลึกกว่าราคาต่อวา และดูด้วยว่าพื้นที่ที่ใช้ได้จริงมีมากพอและคุ้มค่าหรือไม่


ค่าใช้จ่ายแฝงที่ควรคิดเผื่อก่อนตัดสินใจ

งานเตรียมพื้นที่ก่อนเริ่มก่อสร้าง

  • หากที่ดินต่ำกว่าถนนหรือแปลงข้างเคียง อาจต้องถมดิน ปรับระดับ และเผื่อเวลาให้ดินนิ่งตัวก่อนเริ่มงานก่อสร้างจริง
  • หากมีสิ่งปลูกสร้างเดิม ต้นไม้ใหญ่ หรือเศษวัสดุค้างอยู่ในแปลง ค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนและขนย้ายอาจสูงกว่าที่คาดไว้
  • หากแนวเขตไม่ชัด หรือมีข้อสงสัยเรื่องขนาดพื้นที่ใช้จริง อาจต้องมีค่าใช้จ่ายในการรังวัด หรือให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยตรวจสอบเพิ่มเติม


ค่าใช้จ่ายจากรูปแปลงและการใช้งานรายวัน

  • แปลงที่วางบ้านยาก อาจทำให้ต้องปรับแบบหลายรอบ ส่งผลทั้งต่อเวลาและงบประมาณ
  • หากพื้นที่จอดรถคับแคบ หรือทางเข้าต้องปรับระดับมาก อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มในส่วนพื้นคอนกรีต ประตูรั้ว หรือทางลาด
  • หากต้องทำกำแพงกันดิน ระบบระบายน้ำ หรือแก้ปัญหาน้ำขังภายในแปลง งบรวมของโครงการอาจเพิ่มขึ้นตั้งแต่ก่อนเริ่มสร้างบ้าน
  • การมองภาพรวมตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ไม่เผลอทุ่มงบไปกับตัวบ้านเพียงอย่างเดียว จนลืมต้นทุนของพื้นที่รอบบ้านที่จำเป็นต่อการใช้งานจริง

โต๊ะวางแบบร่างแปลง เครื่องคิดเลข และอุปกรณ์วางแผนค่าใช้จ่ายก่อนซื้อที่ดิน

ซื้อที่ดินสร้างบ้าน ควรถามอะไรก่อนวางมัดจำ

  • ต้องการบ้านชั้นเดียวหรือสองชั้น และแปลงที่กำลังดูอยู่นั้นรองรับรูปแบบบ้านที่ต้องการได้จริงหรือไม่
  • ต้องการที่จอดรถกี่คัน และต้องการให้เข้าออกสะดวกมากน้อยเพียงใดในชีวิตประจำวัน
  • ต้องการพื้นที่สวน พื้นที่ซักล้าง หรือพื้นที่เผื่อต่อเติมในอนาคตหรือไม่
  • หากต้องใช้งบเพิ่มกับการถมดิน ปรับระดับ หรือแก้รูปแปลงแล้ว ยังถือว่าคุ้มกับทำเลและราคาหรือไม่
  • หากยังมีข้อสงสัยเรื่องแนวเขต ระดับดิน หรือข้อจำกัดในการปลูกสร้าง ก็ควรตรวจสอบให้ชัดก่อนวางมัดจำ มากกว่าค่อยไปแก้ปัญหาในภายหลัง


     ถ้ากำลังตัดสินใจเรื่องทำเลในมุมการใช้ชีวิตของครอบครัวด้วย ลองอ่านบทความ บ้านใกล้โรงเรียนกับบ้านใกล้รถไฟฟ้า แบบไหนตอบโจทย์ครอบครัวมากกว่า เพื่อช่วยชั่งน้ำหนักเรื่องเวลาเดินทาง ค่าใช้จ่าย และความเหมาะกับชีวิตประจำวัน


สรุปก่อนตัดสินใจซื้อที่ดิน

     การเลือกที่ดินเพื่อปลูกบ้านควรพิจารณาให้ครบทั้งหน้ากว้าง ความลึก สภาพแปลง และปัจจัยแวดล้อมโดยรอบ ไม่ควรมองเพียงทำเลหรือราคาเท่านั้น เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้มีผลต่อทั้งแบบบ้าน งบประมาณ และความสะดวกในการอยู่อาศัยจริงในระยะยาว


     หากตรวจดูอย่างรอบคอบตั้งแต่ก่อนตัดสินใจ ก็จะช่วยลดโอกาสเจอปัญหาจุกจิกภายหลัง และทำให้ได้แปลงที่เหมาะกับการสร้างบ้านและการใช้ชีวิตในระยะยาวมากกว่าเดิม


     ถ้าต้องการดูแปลงที่ดินเพิ่มเติมในเว็บนี้ สามารถเข้าไปดูได้ที่หน้า ขายที่ดิน เพื่อเปรียบเทียบทำเลและลักษณะแปลงก่อนตัดสินใจ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น